
"เขื่อน"ปราการหรือตัวการ..น้ำท่วม!
ค่ำคืนวันที่ 3 พฤศจิกายน กลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหลายสิบคน พร้อมชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งมารวมตัวกันที่สะพานนครน้อย ด้วยอาการไม่พอใจที่ตัวเมืองน้ำไม่ท่วม มีเพียงแต่บ้านเรือนนอกเขื่อนกั้นน้ำถูกน้ำท่วมขัง จึงนัดมารวมตัวกันที่หน้าเขื่อนชั่วคราวคลองนครน้อย
หรือคลองหน้าเมือง ซึ่งอยู่ฝั่งทิศเหนือของเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งสร้างไว้เมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อใช้ป้องกันน้ำท่วมตัวเมืองชั้นใน ที่เป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด และบีบกระแสน้ำให้ไหลไปทางคลองท่าเรียน สู่คลองราเมศวร์ คลองท่าซัก และออกไปทางปากอ่าวปากนครสู่อ่าวไทยในที่สุด
ทั้งนี้ ชาวบ้านที่มารวมตัวกัน เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อน คือ ชุมชนที่อยู่ฝั่งทางทิศตะวันตกของคลองคูเมือง คลองท่าเรียน คลองราเมศวร์ ที่ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ แม้ว่าจะไม่มีเขื่อนชุมชนเหล่านี้เป็นที่รองรับน้ำอยู่แล้ว !!
ขณะที่ สมนึก เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ที่อยู่โยงเฝ้าสภาพน้ำทั่วทั้งเขตเทศบาลอย่างไม่ได้หลับไม่ได้นอน อยู่บนสันเขื่อน ดูการระบายน้ำลงสู่คลองนครน้อยจากเขื่อน กลุ่มชาวบ้านต่างตะโกนด่า "สมนึก" อย่างสาดเสียเทเสีย โดยที่เขาไม่ได้แสดงอาการตระหนกตกใจ หรืออาการใดๆ ออกมา แต่ทำให้เจ้าหน้าที่เทศบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องพลอยตื่นตระหนกไปตามๆ กัน
กลุ่มคนบนสะพาน พยายามลากเอากระสอบทรายที่เทศบาลเตรียมเสริมสันเขื่อนไปโยนทิ้งน้ำอย่างบ้าคลั่งพร้อมเสียงตะโกนด่าด้วยความไม่พอใจ ซึ่งหลังจากพายุดีเปรสชันหอบฝนมากระหน่ำเมืองผ่านพ้นไป ย่อมมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่น่าจะมาตอกย้ำซ้ำเติมกันและกัน ประกอบกับความต้องสงสัยที่พบเห็นกลุ่มคนของนักการเมืองท้องถิ่นขั้วตรงข้าม คอยยั่วยุสั่งการให้กลุ่มชาวบ้านใช้กำลังรื้อเขื่อนให้ได้ ซึ่งเสียงนั้นดังฟังชัดแข่งกับเขื่อนสูบน้ำ จับใจความได้ว่า “ไปหาวัยรุ่นมาอีกให้ได้สัก 20 คนลงไปรื้อสันเขื่อนเลยไปชนกับมันเลย ให้มันท่วมฉิบหายเหมือนกันทั้งเมือง"
กลายเป็นความชุลมุนเล็กๆ ที่ตำรวจ อาสาสมัคร และเทศกิจ ช่วยกันระดมกำลังเข้ามาระงับเหตุได้ทันท่วงที โดยที่ยังรักษาพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญไว้ได้ ทั้งย่านศรีธรรมโศก พัฒนาการคูขวาง ร้านรวงต่างๆ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกสั่งการให้มาเสริมกำลังเพื่อป้องกันสันเขื่อนแห่งนี้ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
"เขื่อนดังกล่าวนั้นเป็นการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันความเสียหาย ไม่ใช่ว่าเป็นการปิดโดยสิ้นเชิง มีการเปิดระบายน้ำอยู่เช่นกันแต่ไม่สามารถเปิดระบายน้ำได้มากกว่านี้ หากเปิดทั้งหมดเขตเศรษฐกิจของนครศรีธรรมราชจะเสียหายอย่างหนัก จำเป็นที่จะต้องชะลอและผลักน้ำให้ไหลเลี่ยงเมืองไปออกคลองท่าซัก" ดร.กณพ เกตุชาติ วิศวกร ดีกรีปริญญาเอกจากสหรัฐอเมริกา ที่ปรึกษากำลังสำคัญของนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช บอกถึงความจำเป็นของการสร้างเขื่อนคลองนครน้อย
หลังจากเกิดเหตุ วิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ระดม ส.ส.นครศรีธรรมราช เข้าร่วมประชุมหารือกับ ธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเขื่อน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของท้องถิ่นในการรักษาเมือง เป็นการเบี่ยงน้ำให้ระบายได้เร็วขึ้นอย่างถูกช่วงเวลาที่มีปริมาณน้ำเข้าเมืองจำนวนมาก ไม่ท่วมขังนาน เช่นเดียวกันกับที่ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ในเขตลุ่มน้ำปากพนัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ เขื่อนปากพนังในพระราชดำริ ก่อนที่จะสร้างประตูระบายน้ำตัวนี้น้ำท่วมขังในเขตลุ่มน้ำเป็นเดือน แต่หลังจากมีประตูน้ำบริหารจัดการน้ำถูกเวลา แค่ 7 วัน ปริมาณน้ำก็ลดลงจนสู่สภาวะปกติ
ปรากฏการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างคนนอกเขื่อนกับคนในเขื่อน แม้จะถูกมองว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลัง ซึ่งการสร้างเขื่อนนั้น ก็ถูกยอมรับว่าเป็นการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัด แต่ขณะเดียวกันก็ควรต้องทำความเข้าใจ และให้ความช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบที่ไม่อาจปฏิเสธได้จากการสร้างเขื่อนด้วย
- กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล -



