
โอ๋พร้อมรักลิ้มสดใส...อิ่มเต็มที่ไม่มีอ้วน
เมื่อเส้นทางความอร่อยของหญิงสาว มีอันต้องสวนทางกับความสวยความงามอยู่บ่อยๆ จนเป็นเหตุให้หลายๆ คนที่ต้องการรักษาเรือนร่างให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม ไม่ค่อยมีความสุขกับอาหารจานโปรดของตัวเองเท่าไหร่นัก...ผิดกับสาวเจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อผิวพรรณนำเข้าจากฝั่งมะกัน อย่าง
“โอ๋ตามมาเป็นลูกค้าร้านนี้ตั้งแต่สมัยร้านแรก แล้วย้ายไปร้านที่สอง จนมาถึงวันนี้ เข้าร้านที่ 3 แล้วค่ะ ถามว่าติดใจอะไร ข้อแรกเพราะชอบรสชาติ อย่างอาหารบางจานเป็นสูตรเก่าแก่จากเวียดนามจริงๆ หาชิมที่ไหนไม่ค่อยได้ ข้อต่อมาชอบทานผัก และที่นี่ก็มีผักสด สะอาดให้ทานตลอดทั้งปีไม่ว่าจะมาเป็นฤดูไหนเพราะเขาปลูกเอง โดยเฉพาะผักพื้นเมืองเวียดนามอย่างเช่น ยับก๊า หรือ เตี๊ยโต่ เป็นต้น นอกจากนี้ก็เป็นเรื่องบรรยากาศสบายๆ และอัธยาศัยไมตรีของเจ้าของร้านที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเองกับลูกค้าทุกคน” สาวโอ๋แจงพร้อมกับตัก “ก๋อยก็อบ หรือ ยำมะกอก” รสชาติ เปรี้ยวนิดๆ หวาน เค็ม หน่อยๆ เผ็ดเล็กน้อย ค่อยๆ บรรจงวางลงบนข้าวเกรียบกุ้งเข้าใส่ปากคำแล้วคำเล่า
ถัดมาแม้ทั้งชื่อทั้งหน้าตา นักชิมคนไทยจะคุ้นเคยดี แต่ที่สาวโอ๋การันตีว่าเธอเห็นมีที่นี่แห่งเดียว เพราะ “กุ้งพันอ้อย หรือ จ๋าวโตม” ของเขาเลือกใช้กรรมวิธี "ย่าง" พอให้มีกลิ่นหอมแทนการหย่อนใส่กระทะทอด จึงเป็นอีกจานที่รอดพ้นจากไขมันเยิ้มๆ ส่วนอีกจาน “บั้นแส่ว หรือ ขนมเบื้องญวน” เพรียบพร้อมไปด้วยตัวเครื่องทั้งหมู เห็ด แม้จะไม่มีเป็ด ไม่มีไก่ แต่ก็ใส่กุ้งตัวโตๆ ทานไปจิบ “น้ำทับทิม” คั้นสดๆ ไป เธอบอกว่า นอกจากจะได้ลิ้มเต็มรสยังได้คุณค่าทางอาหารเต็มที่ดีอีกซะด้วย
ยำ ย่าง ทอด...ทยอยผ่านไปเกรงว่าจะไม่คล่องคอ จึงเป็นคิวของ “ต้มยำเวียดนาม” ถูกเรียงออกมาทำหน้าที่ มีปลาช่อนเนื้อแน่นชิ้นโตลอยล่องในน้ำซุปรสเปรี้ยวจากน้ำมะขามและความหวานซึ่งได้จากเนื้อสับปะรด อันเป็นต้นตำรับเวียดนามเก่าแก่...นักชิมสาวผู้หลงรักอาหารสัญชาติญวณ ตักจานโน้นจานนี้เข้าปากอย่างไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้
“แหม!!!...เวลาทำงานก็ทำเต็มที่ ทีเวลากินก็ต้องให้เต็มอิ่มหน่อยสิคะแถมอิ่มแบบนี้ไม่ต้องกลัวอ้วนอีกต่างหาก” สาวโอ๋เธอว่ายังงี้ล่ะคร่า



