ข่าว

"สุราษฎร์-นครศรีฯ"น่าห่วงดินโคลนถล่ม

"สุราษฎร์-นครศรีฯ"น่าห่วงดินโคลนถล่ม

06 พ.ย. 2553

"บุญจง" ลงพื้นที่แจกเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม “อภิรักษ์” เผย "สุราษฎร์ - นครศรีฯ" เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเหตุดินโคลนถล่ม ระบุ เร่ง จนท. ทำการสำรวจ เพื่อจ่ายเงินชดเชยให้ประชาชน ให้เร็วที่สุด มอ.หาดใหญ่ เตือนระวัง “ โรคฉี่หนู ” หลังน้ำลด เตรียมแจก

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่  6 พ.ย.ที่สนามโรงเรียนท่าช้างราษฎร์บำรุง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา นายบุญจง  วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทยและรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เป็นประธานมอบเงินของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขัง เกิน 7 วัน ในพื้นที่อ.เฉลิมพระเกียรติ  จำนวน 1,920  ครัวเรือน ๆละ 5,000 บาท  เป็นเงิน 9,600,000  บาท  จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังหอประชุมอำเภอจักราช จ.นครราชสีมา เพื่อมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอำเภอจักราช จำนวน  654 ครัวเรือน และอำเภอห้วยแถลงอีก จำนวน 9 ครัวเรือนๆละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,315,000 บาท
 
 นายบุญจง กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแบบฉับพลันและท่วมขังเกิน 7 วัน ครัวเรือนละ 5 พันบาท รัฐบาลจะทำให้เเล้วเสร็จภายใน 30 วัน จากนั้นรัฐบาลจะดำเนินการช่วยเหลือด้วยการจ่ายค่าชดเชยให้กับเกษตรกรที่พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายโดยจะจ่ายเป็นเงินสดถ้าเป็นที่นาจะได้รับไร่ละ 2,098 บาท ที่สวน 2,900 บาท โดยโอนผ่านทาง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธกส. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องของทางนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องภายหลังจากที่น้ำลด นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังมีมติให้ธกส.พักการชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมเป็นเวลา 3 ปี ติดต่อกัน และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้กู้เงินไปลงทุนอีกรายละ 1 แสนบาท โดยใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันตัวเดิม
 
อภิรักษ์เผย"สุราษฎร์ - นครศรีฯ"ระวังโคลนถล่ม

 เมื่อเวลา 11.00 น. ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) ทำเนียบรัฐบาล นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) แถลงสถานการณ์อุทกภัยประจำวันว่า ขณะนี้รายงานที่เข้ามาเร่งด่วน คือพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ประชาชนขาดแคลนน้ำดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งทางศูนย์ได้เร่งประสานงานเพื่อจัดส่งน้ำดื่มเร่งด่วน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท.) พร้อมประสานงานผ่านกองทัพอากาศ c 130 และประสานไปยังรถไฟ เพื่อจัดส่งให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ โดยเบื้องต้น กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ตั้งหน่วยบริการน้ำดื่ม ให้กับประชาชนในพื้นที่หาดใหญ่ จำนวน 4 จุด ด้านพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ในขณะนี้ ยังคงมีปริมาณน้ำสูงท่วมขัง ซึ่งทางศูนย์ได้ประสานไปยังศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า เพื่อขอสนับสนุนเสื้อชูชีพ

 นายอภิรักษ์ กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์น้ำในภาพรวมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังในภาคใต้ เช่น จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง และอีกสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากในช่วง 2 วันที่ผ่านมาจะมีปริมาณน้ำสูง และมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังในเรื่องของดินโคลนถล่ม ได้แก่ พื้นที่อำเภอ ขนอม สิชล และร่อนพิบูล

 สำหรับในพื้นที่ของลุ่มแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล ในภาคอีสานซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีปริมาณน้ำสูงสุด ตอนนี้ปริมาณน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ราศรีไสล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ 2 ริมฝั่งได้รับความเดือนร้อน ซึ่งปริมาณน้ำสูงวัดได้ที่ 1.50 เซนติเมตร ทั้งนี้หากปริมาณน้ำที่เอ่อล้นไหลผ่านเข้าสู่ จ.อุบลราชธานี คาดว่าพื้นที่เทศบาลวารินชำราบและ เทศบาลนครอุบลราชธานี จะได้รับความเดือนร้อน ซึ่งทางจังหวัดและ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อปท. ได้เร่งประสานในเรื่องการอพยพพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ไปยังศูนย์อพยพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 ผอ.ศูนย์ฯ กล่าวว่า พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ พื้นที่ลุ่มแม่น้ำชี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสน้ำที่ไหลมาจาก อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม และ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งทางศูนย์ได้ประสานไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารภัย (ปภ.) เป็นส่วนหน้า ในการแจ้งเตือนให้ประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำชีอพยพขนย้าย หรือระมัดระวังในเรื่องของปริมาณน้ำเอ่อล้น ทั้งในพื้นที่ของจ.ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และยโสธร ซึ่งใน 3 จังหวัด จะเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย เนื่องจากปริมาณน้ำสูงสุดกำลังไหลผ่าน โดยคาดว่าจะไหลเข้าสู่ จ.อุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 7- 8 พฤศจิกายน 53

 นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งยังมีปริมาณน้ำท่วมขังค่อนข้างสูง เนื่องจากยังคงมีปริมาฯน้ำทะเลหนุนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่บริเวณท้ายเขื่อน ซึ่งทางกรมชลประทานได้พยายามประสานในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ โดยการลดระดับน้ำที่ปล่อยลงมาให้น้อยที่สุด ให้อยู่ในช่วงประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ซึ่งวันที่ 7-8 พฤศจิกายน ปริมาณน้ำทะเลจะหนุนสูงสุด คาดว่าระดับน้ำสูงสูดอยู่ที่ 2 - 2.10 เซนติเมตร

 อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ได้มีมติ 3 เรื่องหลักที่จะเร่งดำเนินการได้แก่ การตรวจสอบผู้ที่เดือนร้อนที่ทางจังหวัดได้มีการสำรวจในเบื้องต้น 38 จังหวัด 630,000 กว่าครัวเรือน ที่จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท และได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ทั้งในเรื่องของเกณฑ์ในการรับเงินชดเชย ซึ่งจะรวมไปถึงพี่น้องประชาชนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่ และประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนโดยไม่มีทะเบียนบ้าน ผู้เช่า ทะเบียนบ้านสูญหาย ก็สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ โดยการลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ และรับรองโดยกำนันผู้ใหญ่บ้านหรือเจ้าหน้าที่อำเภอ ซึ่งสามารถรับให้ความช่วยเหลือได้

 นายอภิรักษ์ กล่าวต่อไปว่า ในวันจันทร์ที่ 8 พ.ย.ช่วงบ่าย จะมีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(คอช.) และขณะนี้ทางศชอ. ได้ทำการประสานไปยังปภ.และทางจังหวัดให้เร่งสำรวจ จำนวนประชาชนที่ได้รับเงินช่วยเหลือรวมทั้งการกำหนดกรอบระยะเวลา โดยให้ส่งรายชื่อทั้งหมดให้ ปภ. ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 53 เพื่อที่จะได้เร่งรัดในการตรวจสอบ และมอบให้ธนาคารออมสิน มอบเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท ให้แล้วเสร็จ ในเดือนพฤศจิกายนนี้

 ผอ.ศูนย์ฯ กล่าวว่า ด้านการสำรวจพื้นที่ที่มีความพร้อมมาตรการการฟื้นฟู ซึ่งทางคณะกรรมการ คชอ.จะทำการหารือในวันที่ประชุม ถึงพื้นที่ต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอีสานและภาคกลาง ซึ่งเบื้องต้นได้มีการกำหนดพื้นที่ไว้แล้วจำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี นครสวรรค์ ปราจีนบุรี ลพบุรี นครราชสีมา ชัยภูมิ และจังหวัดสระบุรี ที่ประสานถึงความพร้อมในการฟื้นฟู แต่อย่างไรก็ตาม ทางศชอ.ได้ขอให้ทางจังหวัด และ ปภ. ประสานเพิ่มเติมหากมีจังหวัดอื่นแสดงความพร้อมในการฟืนฟูนอกเหนือจากนี้ และจะนำเสนอหารือกันต่อไป

 นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ในพื้นที่ 9 จังหวัด ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลาเกือบ 1 เดือน และทางนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงและสั่งการให้เร่งประสานไปยังหน่วยงานในพื้นที่และทางกรมชลประทาน เพื่อบริหารจัดการน้ำให้ลดระดับปริมาณ ในเรื่องของน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากวันที่ 8 พฤศิจกายน ปริมาณน้ำทะเลหนุนสูงจะลดลง เพราะฉะนั้นจะเร่งหารือในเรื่องของมาตรการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 52 อำเภอ ใน 9 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ จ. ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สุพรรณบุรี สระบุรี นนท์บุรี และปทุมธานี

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้จะสามารถรวบรวมข้อมูลความเสียหายและนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เมื่อไหร่ นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ทางภาคใต้ได้ขอให้เจ้าหน้าที่สำรวจแล้ว แต่ว่าสถานการณ์ยังวุ่นวาย เพราะทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หรือแม้ อบต.เอง ยังจะต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมขัง เพราะฉะนั้นถ้าจังหวัดมีความพร้อมเมื่อไหร่ก็สำรวจมาได้เลยโดยไม่ต้องรอ แต่ที่สำคัญภาวะสถานการณ์ขณะนี้ที่ภาคใต้ยังรุนแรง จึงให้เวลา ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนก่อน อย่างไรก็ตาม คชอ. ได้มีมติออกมาให้สำรวจรวบรวมพื้นที่ รวมทั้ง 12 จังหวัดในภาคใต้ด้วย

 เมื่อถามว่า สำหรับงบประมาณที่ใช้อยู่ในขณะนี้เพียงพอหรือไม่ จำเป็นหรือยังที่จะนำเงินคงคลังมาใช้ นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องดึงเงินคงคลังออกมาใช้ช่วยเหลือผู้อุทกประสบภัย ตามแนวคิดของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เพราะนโยบายที่ได้จากนายกฯ คือให้ใช้งบกลาง และให้ส่วนราชการปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณปกติ ซึ่ง 2 ส่วนนี้ยังอยู่ในวิสัยที่ทำได้ นอกจากนี้จะมีการขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคประชาชนในการเข้าไปฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัย ซึ่งเชื่อว่าจะลดงบประมาณภาครัฐได้มาก อย่างไรก็ตามจนขณะนี้ยังไม่มีโอกาสหารือกับนายไตรรงค์ จึงไม่ทราบที่มาของแนวคิดดังกล่าว

มอ.หาดใหญ่ เตือนระวัง “โรคฉี่หนู”

 เมื่อเวลา 13.00 น. โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มาออกหน่วยให้บริการทางการแพทย์เคลื่อนที่ ให้กับประชาชนที่บริเวณ สี่แยกห้างโอเดี่ยน เทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อให้บริการตรวจสุขภาพ และบริการทางการแพทย์ แก่ประชาชนทั่วไป โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก

 รองศาสตาจารย์นายแพทย์สุเมธ พีรวุฒิ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง มอ.หาดใหญ่ ได้มีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วมอยู่ภายในโรงพยาบาล มีคนทำงานจำนวนมาก รวมทั้งรับบริจาคต่างๆด้วย การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยไม่จำกัดจำนวน ส่วนพื้นที่รอบนอกก็ได้มีการส่งทีมกระจายออกไปหลายสิบทีม โดยใช้บุคลากรนับพันคน ออกไปในเขตชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
 
 “สิ่งที่เราเป็นห่วงอยู่ในขณะนี้ ก็จะมีการรณรงค์เรื่องโรคหลังน้ำท่วมใหญ่ๆคือโรคอุจาระร่วง โรงผิวหนัง และโรคฉี่หนู โดยโรคอุจาระร่วงและโรคผิวหนัง ก็เป็นโรคที่ไม่รุนแรง แต่โรคฉี่หนูเป็นโรคที่ใหญ่มาก เป็นอันตรายต่อชีวิตสูงมาก โดยเฉพาะคนที่ลุยน้ำท่วมและมีบาดแผล โดยโรคฉี่หนูในข้อมูลปี 43 ที่ผ่านมา มีคนเข้ารักษาที่ มอ.หาดใหญ่กว่า 1 พันคน ซึ่งในครั้งนี้ทาง มอ.หาดใหญ่ ก็จะมีการณรงค์ป้องกันโรคฉี่หนู โดยจะนำยาป้องกันโรคฉี่หนูไปแจกให้กับชาวหาดใหญ่จำนวน 2 แสนเม็ดในวันพรุ่งนี้( 7 พ.ย.) โดยไม่คิดมูลค่า ” นายแพทย์สุเมธ กล่าว

 คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการสังเกตอาการว่าเป็นอาจจะเป็นโรคฉี่หนูหรือไม่ จะสังเกตได้จากจะเป็นไข้ ปวดเมื่อยตามตัว โดยเฉพาะปวดน่อง มีตาเหลืองตัวเหลือง มีไข้สูง ซึ่งถ้าเกิดผู้ป่วยไปลุยน้ำแล้วมีแผล ก็ให้สันนิษฐานได้เลยว่าอาจจะเป็นโรคฉี่หนู ก็ให้รีบมาพบแพทย์โดยด่วน แต่อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ ทางคณะนักศึกษาแพทย์ ก็จะนำยาป้องกันโรคฉี่หนู ไปแจกจ่ายให้กับคนหาดใหญ่

 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ว่า ได้มีประชาชนจำนวนมากในต่างพื้นที่ เดินทางเข้ามายังเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยเฉพาะย่านการค้า ที่มีการนำสินค้าออกมาจำหน่ายในราคาถูก ทำให้การจราจรภายในย่านการค้า ตลาดกิมหยง ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1-3 และบริเวณโดยรอบ ติดเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังพบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพ แฝงตัวมาในอยู่ในกลุ่มของชาวบ้าน และทำการกรีดกระเป๋า ฉกทรัพย์ของประชาชน จำนวนหลายรายด้วย