ข่าว

น้ำทะเลหนุนชาวพัทลุงริมฝั่ง5อำเภออ่วม

น้ำทะเลหนุนชาวพัทลุงริมฝั่ง5อำเภออ่วม

06 พ.ย. 2553

น้ำทะเลหนุน ชาวบ้านริมฝั่ง 5 อำเภอพัทลุงหนัก อพยพกางเต็นท์นอนบนถนนสุราษฎร์ธานีแม้ฝนหยุดตกแล้ว แต่ในหลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง ขณะที่พระสงฆ์บิณฑบาตไม่ได้ ต้องพึ่งปลากระป๋องมาทำอาหารฉันท์เอง ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ จัดทีมแพทย์ พอ.สว.จังหวัด เข้าตรวจสุขภาพประชาชนผู้

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วม จ.พัทลุง ล่าสุดน้ำยังท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ริมชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วย อ.เขาชัยสน อ.เมือง อ.บางแก้ว อ.ควนขนุน และ อ.ปากพะยูน โดยเฉพาะราษฎรในพื้นที่บ้านจงเก ต.จองถนน อ.เขาชัยสน กว่า 50 คน ต้องอพยพมากางเต็นท์อาศัยบนถนนสายจงเก - เขาชัยสน เนื่องจากน้ำท่วมบ้านเรือนและบางหลังถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหาย

 นายประจวบ มากคำ อายุ 63 ปี ม.4 ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง กล่าวว่าบ้านของตนถูกน้ำท่วมขังมาเป็นเวลา 5 วันแล้ว ทำให้ตนและครอบครัวจำนวน 6 คน ได้อพยพมานอนบนถนนมาตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่ามาเพราะระดับน้ำท่วมสูงไม่สามารถอาศัยภายในบ้านได้ และในขณะนี้ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากน้ำจากเทือกเขาบรรทัดมาสมทบกับน้ำทะเลหนุน ทำให้ท่วมสูงขึ้นกว่า 1 เมตร และจะท่วมขังต่อไปอีกประมาณ 1 เดือน แต่สิ่งที่ต้องการในขณะคือน้ำดื่มสะอาด เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน
 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ล่าสุดทางจังหวัดได้ออกประกาศเตือนชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัย ดินโคลนถล่ม 28 หมู่บ้านริมเทือกเขาบรรทัดเพิ่มความระมัดระวังอันตรายจากน้ำป่าไหลหลาก และการเลื่อนไหลของพื้นดิน

น้ำท่วมสุราษฎร์ฯหลายอำเภออ่วมพระบิณฑบาตไม่ได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี ว่า หลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วงแม้ว่าภาพรวมฝนจะหยุดตกแล้วก็ตามแต่พื้นที่ราบลุ่มยังมีน้ำท่วมขัง ระบายน้ำได้ไม่ทัน โดยเฉพาะที่สำนักสงฆ์รัตนวิมลเจริญธรรม ม.6 ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาเป็นเวลา 3 วันแล้ว ระดับน้ำในสำนักสงฆ์ยังสูงกว่า 1 เมตร พระสงฆ์ซึ่งจำพรรษามีจำนวน 2 รูป ไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ใช้วิธีการนำข้าวสารอาหารแห้ง ส่วนใหญ่เป็นปลากระป๋อง ซึ่งมีจำนวนไม่มากนักมาทำอาหารฉันท์เอง ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ทหารอากาศกองบิน 7 สุราษฎร์ธานีนำภัตตาหารเพลไปถวายพร้อมกับนำเรือท้องแบนไปให้พระใช้ชั่วคราวในช่วงน้ำท่วม

 พระใบฎีกาคำรณ อภินันโท พระผู้ดูแลสำนักสงฆ์ บอกว่า ช่วงน้ำท่วมนี้ลำบากพอสมควร ออกบิณฑบาตไม่ได้ ในขณะที่ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงก็ลำบากกันทั่วหน้า การเดินทางไปมาก็ไม่สะดวก พระก็ต้องช่วยตัวเอง ทั้งนี้ขอบคุณกองบิน 7 ที่ช่วยเหลือ

 อย่างไรก็ตามทางกองบิน 7 สุราษฎร์ธานี นำเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ได้รับอุทกภัย ในพื้นที่ อ.ท่าชนะ อ.ไชยา อ.ท่าฉาง และ อ.พุนพิน โดยภาพรวมสถานการณ์การน้ำท่วมคลี่คลายลงกว่าช่วงวันแรก แต่ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งทะเลยังคงมีน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง เช่น ที่ ต.เลม็ด อ.ไชยา ซึ่งเป็นจุดรับน้ำสุดท้ายก่อนลงทะเล ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาระดับน้ำลดลงไปแล้วประมาณ 50 ซม. แต่ระดับน้ำในที่ลุ่มยังคงสูงเกือบ 1 เมตร ทำให้ประชากรในหลายหมู่บ้านยังคงมีน้ำท่วมขังในบริเวณบ้าน รวมถึงการสัญจรก็ยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งคาดการณ์ว่าน้ำที่มีอยู่.ปัจจุบันจะระบายลงสู่ทะเลได้หมดต้องใช้เวลาประมาณ 7 - 8 วัน เนื่องจากในปีนี้น้ำมามากผิดปกติ ซึ่งในพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งทะเลของ อ.ท่าชนะ อ.ท่าฉาง และ อ.พุนพิน ก็มีลักษณะที่ใกล้เคียงกันแต่ไม่มากเท่าไชยา

 สำหรับความช่วยเหลือทางหน่วยงานก็ยังคงให้การช่วยเหลือต่อเนื่อง โดยเมื่อวานที่ผ่านมามูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมย์ ก็ได้นำถุงยังชีพพระราชทานมามอบเพื่อบรรเทาทุกข์ให้ราษฎร์ฯในพื้นที่ อ.ท่าชนะที่ถือว่าได้รับผลกระทบหนัดสุดในช่วงวันแรก ในขณะที่ทางสภากาชาดไทยและเหล่ากาชาดสุราษฎร์ธานี ก็ได้นำอาหารปรุงสุก ไปให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้บริโภคในช่วงสถานการณ์ที่หุงหาอาหารได้ลำบาก

 ส่วนสถานการณ์ภาพรวมล่าสุดเวลา 12 .00 น.วันเดียวกัน ( 6 พ.ย.) น้ำยังท่วมสูงเป็นวงกว้างในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.ดอนสัก ประชาชนใน 11 ตำบล ยังมีน้ำท่วมขังในที่ลุ่มยังคงสูงประมาณ 1 เมตร ในส่วนบ้านเรือนราษฎร โดยเฉพาะพื้นที่ ต.ช้างซ้าย ต.ช้างขวา ยังมีน้ำท่วมขังในบ้านเรือนประมาณ 30- 40 ซม. เนื่องจากน้ำระบายลงสู่ทะเลได้ช้า ในขณะที่น้ำจากนครศรีฯยังไหลมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในพื้นที่ไม่มีฝนตกซ้ำจึงทำให้น้ำไม่เพิ่มระดับขึ้น แต่ก็จะยังคงทรงตัวต่อไปจนกว่าน้ำจากนครศรีฯจะไหลมาหมด ในขณะที่สภาพอากาศยังปิดท้องฟ้ายังมืดครึ้ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องต่อไป

น้ำชีเข้ามหาสารคามเตือนประชาชนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพื้นที่ในเขตลุ่มน้ำชีหลายจุดเริ่มลดลง  ที่มวลน้ำชีจากจังหวัดชัยภูมิและน้ำพองจากขอนแก่นเริ่มไหลเข้าสู่เขตพื้นที่ โกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัยและอำเภอเมืองมหาสารคาม และจะไหลไปที่อำเภอฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์
ผู้ขณะที่บ้านกุดเวียนหมู่2 ตำบลท่าตูม อำเภอเมืองน้ำชีฝ่ายวังยางซึ่งเป็นรอยต่อกับได้เอ่อล้นขึ้นท่วมไร่นาและบ้านเรือนชาวบ้านต้องอพยพวัวออกมา ชาวบ้านมาอาศัยกลางเต้นบนถนน  ชาวบ้านต้องใช่เรือหาปลาสัญจรไปมาที่ตำบลท่าตูม 51 ครัวเรือน 218 คนนพื้นเกษตรการเกษตรเสียหาย1.040ไร่

 นายพัฒนะ  พลศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3  กล่าวว่า ได้เตือนให้ประชานนำสัตว์เลี้ยงหรืออพยพสิ่งของขึ้นมาอยู่บนฝั่งเพราะน้ำก้อนใหญ่จะมาถึงในคืนนี้ ให้ทุกเฝ้าระวังน้ำที่จะล้นเข้าบ้านเรือน ในขณะที่ฝ่ายวังยางมีน้ำขึ้นมา1ซม.จาก1.40 ซม.เป็น1.39 ซม. อาจจะซึ่งในคืนนี้( 6พ.ย.) น้ำน้ำจะเพิ่มจะขึ้นสูงกว่านี้ และหน่วยงานก็ได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่รับน้ำก้อนใหญ่ก่อนที่จะไหลลงสู่ฆ้องชัยกาฬสินธ์ ถ้าฝ่ายวังยางเอาน้ำไม่อยู่มีโอกาสเข้าในเขตเมือง

ปชป.รับบริจาคเงินช่วยสร้างบ้านเหยื่อน้ำท่วม

 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า จากการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะไปตรวจเยี่ยม 3 จังหวัดภาคใต้ร่วมกับคณะศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) แม่ทัพภาคที่ 4 และส.ส.ในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พบว่าโดนพายุดีเปรสชั่นพัดบ้านเรือน 60 หลัง เสียหายทั้งหมด พรรคประชาธิปัตย์จึงจะเป็นแกนกลางในการหาผู้บริจาคเพื่อนำเงินมาสร้างบ้านในรูปแบบบ้านมั่นคงของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยใช้วัสดุแรงงานประชาชน ทหารช่างมาช่วย ใช้งบประมาณหลังละ 1.2 แสนบาท ขณะนี้มีผู้แจ้งความจำนงร่วมในการร่วมสร้างบ้านดังกล่าวจำนวน 3 ล้านบาทแล้ว ซึ่งพรรคจะเปิดรับบริจาคต่อไปจนสามารถสร้างบ้านให้ผู้เสียหายได้ครบทุกหลัง ส่วนพื้นที่อื่นที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ให้แจ้งมายังพรรคประชาธิปัตย์ โดยพรรคพร้อมเป็นแกนกลางประสานผู้บริจาคเงินให้มาช่วยร่วมสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยทุกภูมิภาค

 นายเทพไท กล่าวต่อว่า ในวันที่ 7 พ.ย.นี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพใน 2 จังหวัด คือ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.นครศรีธรรมราช โดยจะร่วมเคารพศพว่าที่ร.ต.วัชรัตน์ บุญฤทธิ์ ปลัดอ.จะนะ จ.สงขลา ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย พร้อมกับจะมอบเงินค่าจัดการศพ จำนวน 1 แสนบาท ให้กับนางพรรณี บุญฤทธิ์ มารดาของผู้เสียชีวิตด้วย จากนั้นจะไปเยี่ยมประชาชนที่บ้านคลองเหลง ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเกิดปัญหาดินถล่มจากพายุฝนอย่างหนัก

กาฬสินธุ์จัดทีมแพทย์ พอ.สว.เช็คสุขภาพประชาชนต้านภัยหนาว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั่วทั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ทั้ง 18 อำเภอกำลังประสบภัยหนาวเฉียบพลัน  เพราะความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน แผ่ปกคลุมทั่วทุกพื้นที่  ส่งผลให้ตอนนี้ผู้ยากไร้ขาดแคลนเครื่องห่มกันหนาวต้องอาศัยการก่อไฟผิงไล่ความหนาวเย็น นอกจากอากาศหนาวแล้วยังมีปัญหาหมอกหนาและลมแรงในพื้นที่  ซึ่งจังหวัดได้มีประกาศเตือนอัคคีภัยจากการก่อไฟ พร้อมนำทีมแพทย์ พอ.ส.ว.ดูแลสุขภาพผู้ยากไร้ให้ครอบคลุมตลอดฤดูหนาวนี้ ทั้งนี้ อุตุนิยมวิทยา จ.กาฬสินธุ์  แจ้งว่า  อุณหภูมิในพื้นที่จะลดต่ำลงเฉลี่ยพื้นราบต่ำวัดได้  13-15  องศาเซลเซียส  ขณะที่บริเวณยอดภู อากาศจะหนาวเย็นต่ำสุดประมาณ 7-9  องศา
ด้าน นายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์  ผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ภัยหนาวเฉียบพลันจะมีความรุนแรงแต่เป็นห่วงเกี่ยวกับการก่อไฟผิงเนื่องจากเพียงสัปดาห์เดียวเกิดเพลิงไหม้แล้วถึง 2 ครั้ง และการก่อไฟผิงก็ต้องระวังปัญหาไฟลวกตามผิวหนัง ทั้งนี้จังหวัดกำลังเร่งสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนและเตรียมประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยหนาวแล้ว