
นายกฯชวนคนไทยออมเงินที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลก
นายกฯชวนคนไทยออมเงินที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลก ชี้คนไทยโชคดีมีแนวทางพอเพียง เผยสัปดาห์หน้าประชุมเอเปคถกความไม่สมดุลเศรษฐกิจโลกที่ญี่ปุ่น ปชป.บี้รัฐหารือธปท.รับมือQE2ของสหรัฐ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 6 พ.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาวันออมแห่งชาติและมอบโล่เกียรติคุณให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ที่ส่งเสริมการออมดีเด่น ประจำปี 2553 ซึ่งจัดโดยชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด ที่อาคาร 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานีว่า เรื่องของการออมมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน ตั้งแต่ครอบครัวจนถึงระดับชุมชน มีความสำคัญในการสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพและการดำรงชีวิตของแต่ละครอบครัวและระดับรวมของเศรษฐกิจของชุมชนและชาติ ดังนั้นด้วยความตระหนักของเงินออมรัฐบาลจึงกำหนด 31 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันออมแห่งชาติเพื่อให้ตระหนักถึงการออมที่ต้องทำต่อเนื่องแม้เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร
นายกฯ กล่าวอีกว่า การออมเป็นการสร้างความมั่นคงและเป็นหลักประกัน ซึ่งเป็นการเก็บเงินเพื่อไปใช้ในอนาคตที่ต่างจากหนี้ที่นำเงินอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับการออม โดยมีองค์กรอย่าง ธนาคารออมสิน สหกรออมทรัพย์ ตั้งแต่ในระดับโรงเรียนให้รู้จักคุณค่าของการออม แต่ระยะหลังเมื่อเศรษฐกิจพัฒนาก้าวหน้าการออมจึงลดลงน้อยลง โดยเฉพาะในการบริหารจัดการเศรษฐกิจที่พูดเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียนของเงินทำให้ค่านิยมเปลี่ยนแปลง และโลกทั้งโลกต้องหวนกลับมาดูเรื่องของการออม โดยเศรษฐกิจที่เกิดวิกฤติรอบล่าสุดเกิดขึ้นเพราะประเทศที่มีเงินมากที่สุดแต่ไม่สามารถบริหารการออมในระดับครัวเรือนและประเทศได้ จึงเป็นที่มาของวิกฤติเศรษฐกิจโลกรอบล่าสุด และยังเป็นปัญหาของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่ราบรื่น
“สัปดาห์หน้าผมจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อประชุมเอเปค ซึ่งผู้นำแถบเอเปคคงต้องมีการถกเถียงเรื่องความไม่สมดุลที่มีในเศรษฐกิจโลก และก่อนจะถึงการประชุมเอเปคก็จะมีการประชุมกลุ่ม G20 ที่คงหยิบยกมาพูดแต่คงไม่ได้ข้อยุติทั้งหมด”นายกฯกล่าว
นายกฯกล่าวถึงความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลกว่า เกิดจากการที่อเมริกาและยุโรปมีอัตราการออมต่ำและเมื่อรัฐบาลประสบปัญหางบประมาณขาดดุล จากระบบสวัสดิการสังคมที่ออกแบบมาไม่ยั่งยืนและรัฐบาลต้องกระต้นเศรษฐกิจจำนวนมาก ทำให้ขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่องทำให้ค่าเงินของตัวเองอ่อนลงต่อเนื่อง และอเมริกาเองก็ต้องเพิ่มเงินเข้าไประบบหลังมีปัญหาการว่างงาน ซึ่งทวีปเอเชียก็มีเงินหลั่งไหลเข้ามาจากทั้งอเมริกาและยุโรปทำค่าเงินแข็งกระทบการส่งออก ทั้งนี้ในส่วนของประเทศจีนเป็นประเทศที่มีการเกินดุลอย่างต่อเนื่องจึงตึงเครียดเรื่องค่าเงินของอเมริกา ดังนั้นทั้งอเมริกาและจีนก็ต่างฝ่ายก็บริหารเงินกดดันอีกฝ่าย
“ประเทศที่เห็นว่าก้าวหน้าร่ำรวยเป็นมหาอำนาจ แต่ไม่สามารถจัดการเรื่องเงินออมก็จะมีปัญหาเรื่องเงินและส่งผลให้เกิดวิกฤติในระดับโลกได้ ซึ่งอเมริกาก็กำหนดให้วันที่ 26 เม.ย.ที่จะสอนเด็กให้ออมเงินแห่งชาติ ก็คงจะคล้ายกับเราที่มีวันออมแห่งชาติ แต่ประเทศไทยโชคดีได้รับพระราชทานแนวทางความพอเพียงที่กระตุ้นให้คนไทยใช้ชีวิตพอดี เตรียมการสำหรับอนาคตด้วยความไม่ประมาทนั่นคือเรื่องของการออม”นายกฯ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ช่วงที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งกทม.หรือต่างจังหวัด ได้ให้ประชาชนจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายครัวเรือนก็มีการออมมากขึ้น ชีวิตของประชาชนเหล่านั้นก็หลุดพ้นจากปัญหาทางเศรษฐกิจและพ้นจากความเป็นหนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว ตนจึงขอเชิญชวนทุกฝ่ายให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ซึ่งเรื่องการออมก็อยู่ในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ก็คือเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
นายกฯกล่าวถึงสหกรณ์ออมทรัพย์ว่า เป็นองค์กรที่มีเครือข่ายสำคัญอย่างมากและเมื่อรวมกับสหกรณ์เครดิตนูเยี่ยนแล้วถือว่ามีสมาชิกรวม รวม 3 ล้านคน ซึ่งมีเงินถึง 8 แสนล้านบาท ตนจึงขอขอบคุณสหกรณ์ทั่วประเทศที่ส่งเสริมเรื่องของการออมมาโดยตลอด ซึ่งได้ช่วยสร้างหลักประกันความมั่นคงให้ประชาชนและเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยในภาพรวมด้วย นอกจากนี้สหกรออมทรัพย์ยังมีส่วนให้ประชาชนสามารถช่วยตัวเองและช่วยกันและกัน อีกทั้งเป็นการสร้างทุนในสังคมให้มีความเข้มแข็ง
รัฐบาลตระหนักดีว่าอนาคตมีความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงรวดเร็วผันผวน ซึ่งคนที่ติดตามด้านเศรษฐกิจจะพบว่ามีปัญหาการเงินถี่ขึ้นและย้ายไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกตลอดเวลา นอกจากนั้นยังคาดการได้ว่าความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลง ความสะดวกเรื่องการเคลื่อนย้ายเงินจะทำให้คนทั่วไปมีความเสี่ยงมากในการบริหารจัดการเรื่องเงินทองของตัวเอง ดังนั้นสิ่งที่เป็นนโยบายและเป้าหมายของรัฐบาลคือการสร้างหลักประกันในสังคม ระบบสวัสดิการที่ดีในด้านพื้นฐานทั้งหลายให้ทั่วถึงรวมทั้งการส่งเสริมการออมด้วย โดยกลุ่มที่สำคัญคือกลุ่มนอกระบบประกันสังคมที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้งที่ระบบประกันสังคมจะขยายต่อเนื่อง แต่รัฐบาลมองเห็นว่าควรสร้างระบบการออมใหม่ขึ้นมา จึงเป็นที่มาของกฎหมายการออมแห่งชาติที่จะมีการตั้งกองทุน ให้ครอบคลุมประชาชนที่ขาดหลักประกัน โดยรัฐบาลเตรียมเงินสมทบการออมในปีงบประมาณ 2 ปี ข้างหน้า 2 หมื่นกว่าล้านบาทและเมื่อนำไปรวมกับกบข. ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สหกรณ์ออมทรัพย ก็ทำให้การออมในประเทศไทยมีความเข้มแข็ง เพื่อประโยชน์ในการนำงินไปลงทุนและการพัฒนาประเทศต่อไปด้วย จึงถือเป็นรื่องสำคัญในการขอความร่วมมือจากทุกฝาย
ปชป.บี้รัฐหารือธปท.รับมือQE2ของสหรัฐ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่สหรัฐอเมริกาจะใช้มาตรการ QE 2 ในการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจว่า พรรคสนับสนุนให้นายกฯ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจร่วมหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เป็นการด่วนเพื่อวางมาตรการรองรับปัญหาดังกล่าว เนื่องจากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถใช้หลักการบริหารหรือการคลังเข้าไปแก้ไขได้ เพราะเรื่องปัญหาค่าเงินอยู่ภายใต้การควบคุมของธปท. จึงเชื่อว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินบาทของไทย ซึ่งเบื้องต้นนายกฯได้มอบให้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ประสานไปยังรมว.คลังทุกประเทศในอาเซียน เพื่อหามาตรการรองรับร่วมกัน เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลจีนและสหรัฐฯ แตกต่างกัน โดยจีนมีนโยบายประคองไม่ให้ค่าเงินแข็งตัว ซึ่งส่งผลกระทบทำให้สหรัฐฯ ประสบปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัด จึงต้องอัดฉีดเงินเข้าไป



