ข่าว

เสนอเลือกตรงนายกฯส.ส.เขต-ส่วนแบ่งครึ่ง

เสนอเลือกตรงนายกฯส.ส.เขต-ส่วนแบ่งครึ่ง

06 พ.ย. 2553

ประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้าเสนอเลือกตั้งนายกฯโดยตรง แบ่งครึ่ง ส.ส.เขต และสัดส่วน ให้ประชาชนฟ้องศาลฎีกาฯนักการเมืองได้ ชี้คนไทยใช้เสรีภาพสนองประโยชน์ส่วนตน แนะเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร "บวรศักดิ์" เสนอสร้างประชาธิปไตยเชิงคุณภาพ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่  6 พ.ย.สถาบันพระปกเกล้าได้จัดประชุมวิชาการครั้งที่ 6 ประจำปี 2553 เรื่อง "คุณภาพสังคมกับคุณภาพประชาธิปไตยไทย"  โดยวันนี้เป็นการประชุมในวันสุดท้ายซึ่งเป็นการนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย  โดยดร. ปรีดี โชติช่วง ได้นำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยที่ 1 ในหัวข้อ "การปฏิรูประบบโครงสร้างสถาบันทางการเมืองกับการเสริมสร้างพลังทางสังคม" ว่า จะต้องมีการปฏิรูประบบทางการเมืองโดยเฉพาะระบบการเลือกตั้ง ต้องให้มีการแก้กฎหมายการเลือกตั้งกฎหมายพรรคการเมือง ให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง ขณะที่ส.ส.ไม่ควรสังกัดพรรค และการเลือกตั้งส.ส.ระบบเขต ควรมีสัดส่วนร้อยละ 50 และระบบสัดส่วนร้อยละ 50 นอกจากนี้ต้องเร่งเสริมสร้างพลังทางสังคม ทำให้ประชาชนพัฒนาสู่ความเป็นพลเมืองและมีส่วนร่วมทางการมืองมากยิ่งขึ้น กฎหมายต้องให้อำนาจประชาชน เช่นให้ประชาชนมีสิทธิยื่นฟ้องนักการเมืองต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ขณะนี้องค์กรอิสระต้องมีบทบาทในการให้ศึกษาแก่ประประชาชนโดยเฉพาะผู้มีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง

 ด้านพล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ได้นำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยที่ 2 เรื่อง ประชาธิปไตยเชิงกระบวนการกับการสร้างความสมานฉันท์ในสังคม" ว่า คุณภาพสังคมและคุณภาพประชาธิปไตยต้องดำเนินไปควบคู่กัน ทางออกของการเมืองไทยคือ ประชาธิปไตยที่ประชาชนมีอำนาจในการจัดการอย่างแท้จริงผ่านกลไกการมีส่วนร่วม โดยมีสาระสำคัญคือก การรับฟังความเห็นและเคารพความต่าง การให้ประชาชนมีส่วนในการคิด ตัดสินใจ และตรวจสอบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตตน โดยผ่านกระบวนการสำคัญคือการสานเสวนาเพื่อปรึกษาหารือและหาฉันทนมติ ความห็นร่วมผ่านกลไก เช่น สภาองค์กรชุมชน เป็นต้น

 ขณะที่นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ได้นำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยที่ 3 เรื่อง "การสร้างค่านิยมประชาธิปไตยกับสังคมที่มีคุณภาพ" ว่า คนไทยมีแนวโน้มใช้เสรีภาพเพื่อตอบสนองประโยชน์ส่วนตน ละเลยคุณธรรมและปราสจากความรับผิดชอบต่อสังคม การใช้เสรีภาพของคนไทยจึงขัดแย้งกับการสร้างสังคมที่มีคุณภาพ ดังนั้นต้องมีการทบทวนค่านิยมปัจจุบัน และสรรหาค่านิยมที่หมาะสม ให้เกิดเสรีภาพควบคู่ไปกับความเสมอภาค โดยเป็นเสรีภาพที่มีเหตุผลและความยับยั้งชั่งใจ ลบค่านิยมที่ผิดพลาด ที่เป็นเสรีนิยมสุดโต่ง นิยมอำนาจ เล่นพรรคเล่นพวก มุ่งเน้นแต่ประโยชน์ส่วนตน สรุปคือเราต้องเข้าใจประชาธิปไตยว่าเป็นอย่างไร และเพียงใด การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ เป้าหมายการก้าวเดินต้องเน้นประโยชน์และสุข พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีคิด รูปแบบเดิมๆ

 ส่วน ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ได้นำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยที่ 4 "ประสิทธิผลของประชาธิปไตย : ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และการสริมพลังทางกฎหมายของคนจน" ว่า ปัญหาที่ทำให้ประชาธิปไตยไม่มีประสิทธิภาพเพราะมีระบบอุปภัมภ์และกลุ่มผลประโยชน์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทางนโยบาย มีความเหลื่อมล้ำหลายด้านทั้งการกระจายรายได้ การเข้าถึงทรัพยากร กลไกองค์กรอิสระมีปัญหาเรื่องความชอบธรรม ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการ กฎหมายไม่เอื้ออำนวยให้คนมีชีวิตได้ในสังคมและไม่สอดคล้องกับความเป็นอยู่ของสังคม คนด้อยโอกาสถูกเอาเปรียบโดยเจ้าหน้าที่รัฐและคนรวยกว่าหรือผู้มีโอกาสมากกว่า ข้อเสนอที่จะทำให้ประชาธิปไตยมีประสิทธิผลก่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม คือ สร้างประชาธิปไตยที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจ คุ้มครองสิทธิของประชาชน ปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รัฐต้องสร้างความเท่าเทีรยมกันในการเข้าถึงทรัพยกร ให้สถานศึกษาส่งเสริมให้เยาวชนมีจิตสาธารณะ ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นทำให้ประชาธิปไตยทำงานได้ เป็นต้น

 ด้าน ผศ.ดร.อรทัย ก๊กผล ได้นำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยที่ 5 เรื่อง "นวัตกรรมประชาธิปไตยเพื่อคุณภาพสังคมไทย" ว่า กระบวนทรรศน์และความรู้ใหม่ต้องเริ่มด้วย ฐานข้อมูลใหม่ที่ต้องใช้หลักวิเคราะห์และการลดอำนาจรัฐ เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน เน้นการบูรณาการของเครือข่าย ภาคีหุ้นส่วน เน้นเรื่องการสื่อสาร โดยการมีพื้นที่สาธารณะไว้แลกเปลี่ยข้อมูลข่าวสารร่วมกัน ขณะที่ภาวะผู้นำต้องไม่เน้นโชว์เดี่ยว แต่เป็นอำนาจของกลุ่ม ไม่มีการตัดสินใจแบบเผด็จการ เน้นความเป็นพลวัตร และทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการกำหนด 

 จากนั้นเมื่อเวลา 11 . 00 น. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าแสดงปาฐกถาปิดการประชุมว่า แนวคิดประชาธิปไตยที่มีมา 200 ปีเศษและขยายไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก แต่เร็วๆนี้มีรัฐศาสตร์ส่วนหนึ่งเริ่มพูดเรื่องคุณภาพของประชาธิปไตย และเริ่มมาให้ความสนใจในคุณภาพประชาธิปไตยใน 3 ด้าน คือคุณภาพ เนื้อหาและผลลัพธ์ของประชาธิปไตยที่เกิดขึ้น โดยเน้นเรื่องนิติธรรม ความศักดิ์สิทธิ์ทางกฎหมาย

การแข่งขันทางการเมืองที่เป็นธรรม ความสามารถในการตรวจสอบและถ่วงดุล และโดยเฉพาะเรื่องความเท่าเทียมทางกฎหมายและสภาพความเป็นจริง สิทธิ์เสรีภาพทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม โดยสุดท้ายคุณภาพของประชาธิปไตยจะวัดกันที่ผลลัพธ์ ทั้งหมดนี้เป็นแนวความคิดใหม่ที่เกิดขึ้นไม่ถึง 10 ปีของนักรัฐศาสตร์ ซึ่งหากย้อนกลับไปดูพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยพระราชดำรัสไว้ในพระราชพิธีพระบรมราชภิเษก ก่อนที่นักรัฐศาสตร์ตะวันตกพูดถึงคุณภาพประชาธิปไตย โดยในหลวงทรงตรัสไว้สั้นๆว่า เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าพูดไว้ตั้งแต่ 2,000 กว่าปีแล้ว แสดงให้เห็นถึงแนวคิดของตะวันออกให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และวิธีการเท่าๆกัน

 นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เราพยายามเอาความคิดของนักวิชาการรัฐศาสตร์และสังคมวิทยามาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดคุณภาพทางประชาธิปไตยและคุณภาพสังคม ซึ่งก็อยู่ที่นักวิชาการว่าจะสามารถสร้างคุณภาพสังคมกับคุณภาพประชาธิปไตยให้ควบคู่กันได้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามเราก็รู้สึกกันได้สองสิ่งนี้มีความเชื่อมโยงอยู่ ซึ่งความขัดแย้งในสังคมไทยตั้งแต่ปี 2548 ไม่ใช่บ้านเมืองไม่ใช่ประชาธิปไตยอย่างเดียวแต่มีปัญหาในเชิงคุณภาพสังคมด้วย เรามีประชาธิปไตยมา 78 ปีแต่ประชาธิปไตยไทยยังลุ่มๆดอนๆ เพราะมีการซื้อเสียง มีระบบอุปภัมภ์นักการเมือง

นโยบายประชานิยมที่แจกของต่างๆสิ่งเหล่านี้ยิ่งสร้างความพึ่งพิง พึ่งพาไปเรื่อยกับสังคมชนบท เมื่อประชาชนได้รับความเมตตาการุณผู้อยู่สูงกว่าก็ต้องตอบแทน ประชานิยมจึงไม่แตกต่างกับการซื้อเสียงในจุดมุ่งหมาย ประชานิยมไม่ได้ต้องการสร้างโอกาส อิสระภาพทางเลือก ไม่ได้ส่งเสริมสังคมคุณภาพอย่างแท้จริง ไม่ได้สร้างประโยชน์และสุขที่ถาวร

การพึ่งพิงของคนส่วนใหญ่กับนักการเมืองเกิดจากการด้อยคุณภาพของประชาธิปไตยส่วนหนึ่ง จึงทำให้การบริหารประเทศตกไปที่คนส่วนหนึ่ง แล้วมุ่งธุรกิจระดับใหญ่ โดยละเลยคนส่วนกลางและคนส่วนน้อย สร้างความไม่เท่าเทียมในสังคม คนที่มีบัญชีเงินฝากและมีเงินเกิน 10 ล้านบาทมีแค่ 70,000 บัญชีในสังคม

ดังนั้นการพูดเรื่องความปรองดองในชาติเป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุน ดังนั้นต้องกลับมาที่ผู้แก้ ถ้าเราต้องการไปเร็วก็เอานักการเมืองคนเป็นแก้ แต่หากเราต้องการไปให้ไกลเราต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมต้องไปด้วยกัน ต้องให้ราษฎรที่ต้องรอให้ผู้ปกครองสั่ง รอคอยความเมตตา เปลี่ยนเป็นพลเมือง ที่กระตือรือรนทางการเมือง อย่างไรก็ตามในเดือนพ.ย.ปีหน้า ทางสถาบันพระปกเกล้าจะมีการจัดประชุมทางวิชาการ จะมีการสร้างพระเอกคนใหม่ ภายใต้หัวข้อทีว่า “ความเป็นพลเมืองและอนาคตประชาธิปไตย”