ข่าว

คาดหลัง8พ.ย.น้ำทะเลลดปลายเดือนดีขึ้น

คาดหลัง8พ.ย.น้ำทะเลลดปลายเดือนดีขึ้น

06 พ.ย. 2553

กรมชลฯคาดหลัง 8 พฤศจิกายนนี้ น้ำทะเลจะลดลง ทำให้สถานการณ์น้ำดีขึ้นช่วงปลายเดือนนี้ ถนนหลายสายถูกน้ำท่วม ทำให้ชาวบ้าน อ.บางบาล จ.พระนครศรีออยุธยา ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ปภ.สรุปสถานการณ์อุทกภัย 10 ตุลาคมถึงปัจจุบันยังท่วม 39 จังหวัด คลี่คลายแล้ว 21 จังหวัด

(6พ.ย.) นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทานกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการเตรียมการรับมือน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 6-11 พฤศจิกายนนี้ ว่า ที่ผ่านมากรมชลประทานได้บริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้การระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาต้องต่ำกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำลดลง ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะผันน้ำ
เหลือเพียง 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้น้ำที่ไหลผ่านมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาน้อยลง คาดว่าวันที่ 8 และ 9 พฤศจิกายนนี้ ที่น้ำทะเลจะหนุนสูงอีกครั้ง ระดับน้ำที่สะพานพุทธจะอยู่ระหว่าง  1 เมตร 97 เซ็นติเมตร ถึง 2 เมตร ต่ำกว่าน้ำทะเลหนุนสูงครั้งที่ผ่านมา

ขณะที่ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลบ่าขณะนี้ลดลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังพบปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือ พื้นที่ตอนกลางของลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือ จังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท ซึ่งยังเป็นพื้นที่น้ำท่วมขัง แม้ที่ผ่านมากรมชลประทานได้เร่งระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง แต่ติดที่ข้อจำกัดการระบายน้ำได้น้อย ประกอบกับมีน้ำจากจังหวัดอื่นมาสมทบ จึงทำให้ระบายน้ำออกสู่ปากอ่าวไม่ได้ ทั้งนี้ กรมชลประทานจะเร่งระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด เชื่อว่าหลังวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ระดับน้ำทะเลจะค่อยๆ ลดลง ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ 

ปภ.สรุปยังท่วม39จังหวัดคลี่คลายแล้ว21จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถานการณ์อุทกภัย หรือ ปภ.ระหว่างวันที่ 10 ตุลาคมถึงปัจจุบัน มีจังหวัดประสบภัย 39 จังหวัด คลี่คลายแล้ว 21 จังหวัด และยังคงมีพื้นที่ประสบภัยอยู่ 18 จังหวัด 82 อำเภอ 670 ตำบล 5,000 หมู่บ้าน 482,074 ครัวเรือน กว่า 1 ล้าน 456,000 คน พื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหายประมาร 6 ล้าน 316,000 ไร่ ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ นครราชสีมาศรีสะเกษ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นนทบุรี และปทุมธานี มีผู้เสียชีวิต 116 ราย

สำหรับสถานการณ์ภัยหนาว ปัจจุบันมีพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกฌฉิน (ภัยหนาว) แล้ว 3 จังหวัด 35 อำเภอ 28 ตำบล 255 หมู่บ้าน 42,600 ครัวเรือน ประมาณ 119,000 คน โดย ปภ.สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ประสบภัย เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยจัดเจ้าหน้าที่อยู่เวรเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ไว้ให้พร้อมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันต่อเหตุการณ์

ชี้สงขลายังน่าห่วงกษ.สำรวจความเสียหาย

 นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสงขลา ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ ทั้งนี้ได้ประเมินความเสียหายเบื้องต้น 7,000 พันล้านบาทสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ประกอบด้วย พื้นที่การเกษตร ประมาณ150,000 ไร่ ด้านประมงเรือได้รับความเสียหาย 44 ลำ ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กรมประมง องค์การสะพานปลา เข้าไปดูแลอย่างเร่งด่วน

สำหรับความเสียหายด้านประมงจะใช้มาตรการการช่วยเหลือแบบเดียวกันกับการช่วยเหลือกรณีสึนามิอีกทั้งสวนยางพาราก็ได้รับผลกระทบจากวาตภัยทำให้ได้รับความเสียหายเช่นกันซึ่งได้มอบให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าไปสำรวจในพื้นที่และดูแลเป็นกรณีพิเศษถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายหลังน้ำลดรวมทั้งได้ประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนอีกทางด้วย 

ถ.บางบาลกรุงเก่าน้ำท่วมขาดหลายสาย

ระดับน้ำในคลองบางหลวง ซึ่งรับมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขต อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ต.บ้านขวาง , บางหลวง , บางหลวงโดด , วัดยม และ ต.น้ำเต้า อ.บางบาล อย่างหนัก ทำให้นาข้าวกว่า 80,000 ไร่ จมอยู่ใต้น้ำ คงมีเพียงข้าวนาปี ใน ต.บ้านขวาง ประมาณ 30,000 ไร่ ยังไม่ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ปริมาณน้ำที่ท่วมขังมากขนาดนี้ ยังส่งผล
ให้ถนนสายบางบาล - ผักไห่ ตั้งแต่แยกวัดไผ่ล้อมมาจนถึงแยกวัดกอไผ่ ระยะทางยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 40 เซ็นติเมตร ล่าสุด แขวงการทางพระนครศรีอยุธยา นำป้ายเตือนมาติดตั้งก่อนถึงช่วงน้ำท่วม เพื่อไม่ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเสี่ยงที่จะขับรถฝ่าน้ำที่ท่วมขังไป

น.ส.นงนารถ หวังเทพอนุเคราะห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเต้า อ.บางบาล กล่าวว่าน้ำที่ท่วมขังในถนนสายดังกล่าว จะทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.บางหลวง , บางหลวงโดด และ ต.วัดตะกู อ.บางบาล รวมประชาชนกว่า 3,000 ครัวเรือน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะเป็นเส้นทางเดียวที่ชาวบ้านจะต้องใช้สัญจรในช่วงน้ำท่วม ซึ่งหากประชาชนจะเข้ามายังพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม จะต้องขับรถ
อ้อมเส้นทางดังกล่าวระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางสาย อยุธยา - เสนา

อย่างไรก็ตาม ถนนสายบางบาล - ผักไห่ ช่วง ต.บางหัก อ.บางบาล ไปจนถึง ต.กุฎี อ.ผักไห่ ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ยังไม่สามารถใช้การได้ เพราะถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร และมีแนวโน้มที่ปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากน้ำในแม่น้ำน้อยที่ไหลผ่าน จ.อ่างทอง ไหลบ่าลงทุ่งใน อ.ผักไห่ ทั้งหมด

เทศบาลนครนครศรีฯเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

นายสมนึก เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากปัญหาที่มีฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำหลากจากที่สูง เขาหลวงแหล่งต้นน้ำสำคัญเข้าในเขต อำเภอเมือง ที่สูงจากระดับปกติ 60-70 เซนติเมตร เพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 4 เมตร ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชก่อนหน้านี้ ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (6 พ.ย. 53) น้ำได้ลดระดับลงใกล้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ประชาชนเริ่มทำความสะอาดล้างอาคารบ้านเรือน แต่ยังมีบางชุมชนที่เป็นที่ลุ่ม มีน้ำท่วมขัง เทศบาลฯได้อพยพประชาชนกว่า 100 ครัวเรือน กว่า 1,000 คนไปอาศัยอยู่ในโรงเรียนในสังกัดเทศบาลฯเป็นการชั่วคราวแล้ว และมีแพทย์ พยาบาลออกไปตรวจรักษาผู้ป่วย พร้อมกับแจกจ่ายถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยไปแล้วกว่า 8 พันถุง

นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่า ปัญหาเขื่อนดินกั้นน้ำที่คลองหน้าเมือง ที่ชาวชุมชนบ่อทรัพย์ถูกน้ำท่วม ต้องการให้เทศบาลรื้อถอนนั้น ปัญหาได้จบลงแล้ว เนื่องจากระดับน้ำลดลง เทศบาลฯได้สร้างเขื่อนนี้ เพื่อควบคุมระดับน้ำ ไม่ให้เอ่อท่วมในเขตเศรษฐกิจเมือง และพยายามควบคุมระดับน้ำ เพื่อให้ชุมชนทุกแห่งใกล้เคียงกัน เป็นเหมือนการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ถือเป็นบททดสอบวัดน้ำใจของคนนครในช่วงเกิดอุทกภัย

อย่างไรก็ตามแม้น้ำจะเริ่มลดระดับลง แต่ยังมีน้ำท่วมขังในที่ลุ่ม อ.เชียรใหญ่ ปากพนัง หัวไทร ท่าศาลา และ อ.เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ประกาศให้ 23 อำเภอเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว ทุกภาคส่วนเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ และในช่วงบ่ายวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรวจเยี่ยม มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ขณะนี้มีจำนวน 6 ราย และประชาชนที่บ้านเรือนเสียหาย ที่หอประชุมเมือง ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ และเดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน ที่ ต.ควนทอง อ.ขนอม

อุตุฯเล็งประกาศ18เชียงรายเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหนาว

ขณะนี้ทางตอนบนของประเทศไทยเริ่มประสบภัยหนาว โดยที่ จ.เชียงราย วัดอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่14.5 องศาเซลเซียส ขณะที่ในวันนี้กรมอุตุนิยมวิทยาเตรียมประกาศให้พื้นที่ 18 อำเภอในจังหวัดเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหนาว  

เร่งตรวจสอบน้ำในเขื่อนกิ่วคอหมาและเขื่อนกิ่วลม

 ที่บริเวณเขื่อนกิ่วคอหมา ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง นายวีระชัย วระภาสกุล ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 2 ลำปางพร้อมคณะ ได้เข้าตรวจสอบสถานการณ์น้ำในเขื่อนกิ่วคอหมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำที่กักเก็บในเขื่อนกิ่วคอหมาซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ โดยฐานเขื่อนสร้างจากแกนดินเหนียว มีความยาว 500 เมตรมีความกว้างสันเขื่อน 8 เมตรและปริมาณน้ำที่กักเก็บในขณะนี้ทั้งหมด 194 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินกว่าปริมาณที่เขื่อนกักเก็บน้ำได้ที่ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร  ถือว่าปริมาณน้ำเกินกว่าการกักเก็บปกติ และมีน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 1 แสนลูกบาศก์เมตร

 โดยทางเขื่อนได้บริหารจัดการน้ำและปล่อยน้ำลงลำน้ำวังเพื่อรักษาระบบนิเวศแม่น้ำวังและเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนกิ่วลมที่ตั้งอยู่ในลำน้ำวังอยู่ใต้เขื่อนลงไปวันละ 800,000 ลูกบาศก์เมตร โดยปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อน 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 ส่วนเขื่อนกิ่วลมที่ตั้งอยู่ในตำบลบ้านแลง อำเภอเมืองลำปาง เป็นเขื่อนคอนกรีตมีความยาวสันเขื่อน 135 เมตรความกว้างสันเขื่อน 5.35 เมตรมีประมาณการกักเก็บน้ำสูงสุด 106 ล้านลูกบาศก์เมตรในขณะนี้มีปริมาณน้ำ 94 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีพื้นที่เกษตรเพาะปลุกทำการเกษตรกว่า 67,000 ไร่ครอบคลุม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอห้างฉัตร และอำเภอเกาะคาบางส่วน

 ขณะที่เขื่อนกิ่วคอหมาหากมีการก่อสร้างระบบส่งน้ำแล้วเสร็จจะมีพื้นที่ประชาชนเกษตรกรได้รับน้ำทำการเฏษตรในฤดูฝนทั้งหมดประมาณ 233,950  ไร่ครอบคลุมทั้งในอำเภอแจ้ห่มอำเภอเมืองลำปางอำเภอห้างฉัตรอำเภอเกาะคาและอำเภอแม่ทะบางส่วนซึ่งจะลดปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งลดปัญหาการเกิดอุทกภัยใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายพื้นที่ ตลอดจนลดปัญหาน้ำในการอุปดภคบริโภคของประชาชนในจังหวัดลำปาง และในฤดูการเพาะปลูกของเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งน้ำจะไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำในเขตรับผิดชอบของชลประทานที่2 ลำปางอย่างแน่นอน

มรภ.ลำปางเปิดศูนย์รับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

 นายแวอีเลียส บินโซดาโอะ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เปิดเผยว่า กองพัฒนานักศึกษา ร่วมกับองค์การบริหารนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เปิดศูนย์รับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั้งในภาคอีสานและภาคใต้ ซึ่งประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้และบางพื้นที่ยังต้องการสิ่งของเพื่อบรรเทาทุกข์จากภัยธรรมชาติ

 โดยทางกองพัฒนานักศึกษาและองค์การบริหารนักศึกษาจะประสานงานไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏในจังหวัดที่ประสบอุทกภัยและส่งสิ่งของที่ได้รับบริจาคไปช่วยเหลือ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ เปิดศูนย์รับบริจาค ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ในกรุงเทพฯ ดังนั้นในพื้นที่จังหวัดลำปาง พี่น้องประชาชน นักเรียน นักศึกษาที่ประสงค์จะบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สามารถนำมาบริจาคได้ที่กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

 ด้าน นายบรรจง สมศรี ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา กล่าวว่า การรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ ทางกองพัฒนานักศึกษาขอรับบริจาคเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มที่เป็นของใหม่ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้เลยแทนการรับบริจาคเสื้อผ้าเหลือใช้ รวมทั้งการรับบริจาคอาหารสำเร็จรูปนั้นขอให้ผู้บริจาคตรวจสอบวันหมดอายุของอาหารก่อนนำมาบริจาค เนื่องจากว่าจะต้องมีการขนส่งและนำไปบริจาคซึ่งถ้าหากอาหารใกล้หมดอายุอาจเป็นอันตรายต่อผู้ประสบภัย 

 ส่วนผู้ที่ประสงค์จะบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สามารถประสานติดต่อบริจาคได้ที่กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง