ข่าว

ในหลวงทรงแนะศึกษาระบบระบายน้ำ

ในหลวงทรงแนะศึกษาระบบระบายน้ำ

06 พ.ย. 2553

ในหลวงทรงห่วง ปชช.ประสบภัยน้ำท่วม อีกทั้งทรงแนะให้ศึกษาระบบระบายน้ำให้รอบด้าน "อภิสิทธิ์" เผยพรุ่งนี้ลงใต้ดูพื้นที่ดินถล่ม-สวนยาง สั่งเร่งทำแก้มลิงในพื้นที่ของรัฐ

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ว่า ปกติจะไม่เปิดเผยการกราบบังคมทูลรายงาน แต่ก็ขอให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาระยะยาวบางส่วน โดยทรงเน้นย้ำเรื่องที่จะต้องศึกษาเกี่ยวกับระบบการระบายน้ำและการทำโครงการที่จะช่วยทำให้น้ำไม่ไปท่วมขังอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาส่วนหนึ่ง แต่ได้ทรงเน้นย้ำให้ศึกษาผลกระทบรอบด้านให้ดี เพราะทางวิชาการก็ยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่ หรือในแง่ของการบริหารจัดการที่จะไปกระทบกับประชาชนที่อาจจะได้รับจากโครงการด้วย

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมขณะนี้ว่า เมื่อเช้าได้ติดตามสถานการณ์ในส่วนต่างๆ และพรุ่งนี้(7 พ.ย.)จะไปทางใต้เพื่อไปดูพื้นที่ที่มีปัญหา เช่น ดินถล่มและเรื่องสวนยาง ซึ่งเป็นความกังวลของพี่น้องใต้ ส่วนที่ภาคกลางขณะนี้มีแผนที่จะสูบน้ำออกจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังในบางจังหวัดแล้ว เนื่องจากน้ำทางเหนือเริ่มลดน้อยลงและรอจังหวะในเรื่องของการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับจังหวะที่น้ำทะเลหนุนด้วย ขณะนี้หลายพื้นที่ก็จะสามารถเริ่มระดมเครื่องสูบน้ำไปสูบออกจากพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง ซึ่งในหลายจังหวัดภาคกลางจะเริ่มต้นได้ภายในวันนี้

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการจัดทำแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำว่า ได้กราบบังคมทูลเรื่องการสำรวจพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้และทำได้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ ก็จะดำเนินการทันที ในส่วนที่จะมีผลกระทบต่อประชาชนก็ต้องมีการศึกษาทำความเข้าใจค่อนข้างมาก แต่เบื้องต้นจะดูโครงการที่มีความเป็นไปได้เร็วในพื้นที่ของรัฐ จะเห็นได้ว่า จ.ลพบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จะมีปัญหาเกือบทุกปี ขณะเดียวกันก็จะดูแนวทางของการที่จะให้น้ำลงทะเลเพิ่มเติมขึ้นเป็นทางเลือก เพราะอย่าลืมว่าโครงการตามแนวพระราชดำริไม่ว่าจะเป็นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และคลองลัดโพธิ์ ได้ช่วยทำให้สถานการณ์ไม่หนักอย่างในอดีต หรือแม้กระทั่งที่หาดใหญ่เองที่มีแนวพระราชดำริของแก้มลิง และคลองระบายน้ำต่างๆ ทำให้น้ำลงได้เร็วขึ้น

พระราชทานของช่วยน้ำท่วมชุมพร

 จ.ชุมพร เมื่อเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน ที่วัดราชบูรณะ ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน นายดิสธร วัชโรทัย ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เดินทางไปมอบสิ่งของพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้แก่ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หลังสวน โดยมี นายพินิจ เจริญพานิช ผู้ว่าฯ ชุมพร พร้อมด้วย นายสุวโรช พะลัง นายชุมพล จุลใส นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ส.ส.ชุมพร ข้าราชการ ประชาชน 1,000 คน รอต้อนรับ
 
 นายดิสธร กล่าวว่า วันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานสิ่งของซึ่งไม่ได้มีมูลค่ามากมาย แต่พระราชทานกำลังใจมาให้ประชาชนเพื่อให้ฟื้นฟูชีวิตของตนเองให้เต็มที่ ซึ่งชาว อ.หลังสวน จ.ชุมพร เป็นประชาชนจำนวนไม่มากที่ได้รับพระราชทานสิ่งของจากในหลวง ซึ่งพระองค์ทรงมีความห่วงใยราษฎรทุกคน

แพทย์หน่วยรักษาโรคฟรี

 การทำความสะอาดภายในตัวเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลังจากน้ำลด โดยวันนี้เป็นการชำระล้างข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านเรือน หลังจากการประปาส่วนภูมิภาคหาดใหญ่ ได้ซ่อมระบบการส่งน้ำประปาให้แก่ประชาชนได้ใช้แม้จะยังไม่เต็มระบบ ขณะเดียวกันก็มีหน่วยพยาบาลจากโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ จ.สงขลา และต่างจังหวัด ทยอยออกหน่วยให้บริการรักษาโรค แจกจ่ายยาให้แก่ผู้ประสบภัยฟรี โดย รศ.นพ.สุเมธ พีรวุฒิ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.หาดใหญ่) ได้นำทีมแพทย์ พยาบาล ออกหน่วยให้บริการตรวจสุขภาพ รักษาโรค และแจกจ่ายยารักษาโรคให้แก่ประชาชนฟรี ที่บริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศ 3

 รศ.นพ.สุเมธ กล่าวว่า หลังน้ำลด ทางทีมแพทย์และพยาบาล ได้ออกหน่วยให้บริการประชาชนต่อเนื่องในหลายจุดของ อ.หาดใหญ่ และสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ โรคที่เกิดหลังจากน้ำลด ไม่ว่าจะเป็น โรคน้ำกัดเท้า โรคท้องร่วง โรคไข้หวัด โดยเฉพาะโรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซิส โดยเหตุน้ำท่วมเมื่อปี 2543 พอน้ำลดพบมีผู้ป่วยด้วยโรคฉี่หนูมากกว่า 1,000 คน และในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ เจ้าหน้าที่จะออกแจกจ่ายยาป้องกันโรคฉี่หนูให้แก่ประชาชน