
เขาคือวีรบุรุษในยามวิกฤติ
ในวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้มีวีรบุรุษมากมาย แต่เขาเหล่านั้นอาจจะไม่เป็นข่าวก็ได้ หนึ่งในนั้น คือ ปลัดอำเภอจะนะ ที่ออกมาช่วยเหลือชาวบ้านแต่ประสบอุบัติเหตุเรือล่มเสียชีวิต
ปลัดอำเภอจะนะ จ.สงขลา ท่านนี้ ว่าที่ ร.ต.วัชรัตน์ บุญฤทธิ์ อายุ 33 ปี สูญหายไปตั้งแต่ 1พฤศจิกายน เพราะว่าเรือล่มขณะออกไปช่วยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม เจ้าหน้าที่ตรวจ ทหารกว่าร้อยนาย เดินเรียงหน้ากระดานลุยน้ำเข้าไปยังจุดเกิดเหตุที่คลองบ่อเล ต.ป่าชิน อ.จะนะ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง จึงพบศพ
ว่าที่ ร.ต.วัชรัตน์ ติดอยู่กับก่อไม้ มีต้นไม้ล้มทับอยู่ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร และห่างจากจุดที่พบศพ คุณพนม ปานช่วย ที่จมหายไปพร้อมกัน ห่างกันอยู่ประมาณ 600 เมตร นี่คือคนที่อาสาช่วยเหลือชาวบ้านไม่เป็นข่าว ไม่ปรากฏหน้าจอทีวี แต่ว่าทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เห็นวิกฤติต่อหน้าต่อตาจึงได้ทำหน้าที่อย่างชื่นชมยิ่ง
นี่แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้นที่สื่อมวลชนไม่สามารถเข้าไปถึงได้ และนี่ข่าวที่เป็นดราม่าตัวจริง เพราะว่าในภาวะที่มีผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือมากมายเกือบทุกทิศทุกทางนั้น ความเป็นจิตอาสาของไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือประชาชนกันเอง หรือผู้ที่เห็นเหตุการณ์ คือสิ่งที่เป็นมาตรฐานของสังคมแห่งการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
นี่คือสิ่งที่สังคมไทยจะต้องส่งเสริม นั่นก็คือทุกคนต้องมีความรู้สึกเป็นจิตสาธารณะและจิตอาสา วิกฤติครั้งนี้ตอกย้ำว่าคนไทยจำนวนมากมีความรู้สึกพร้อมที่จะช่วยเหลือเมื่อเห็นเพื่อนร่วมชาติตกอยู่ในฐานะที่ช่วยตัวเองไม่ได้
และปลัดอำเภอจะนะเป็นหนึ่งในนั้นที่สมควรจะมีการยกย่องและบันทึกเอาไว้ เพราะว่าจะมีตัวอย่างอีกเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสน
และนี่คือวิกฤติที่ควรจะแปลเป็นโอกาสที่ทำให้คนไทยเห็นความสำคัญของการอาสาช่วยผู้อื่นที่อยู่ในฐานะด้อยกว่าหรือเสียเปรียบ มิใช่เพียงแต่ผู้ที่ปรากฏอยู่ในข่าวในเมืองหลวงเท่านั้น
สุทธิชัย หยุ่น



