
ภารกิจเรือจักรีนฤเบศรครัว-รพ.ลอยน้ำช่วยค้นหาผู้เสียชีวิต
ภาพเหตุการณ์ที่ประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่อยู่ในสภาพ ลอยคอ อยู่เหนือผิวเพียงไม่กี่เซนติเมตร ต่างพยายามตะเกียกตะกายเพื่อเอาตัวรอดจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้น
กองทัพไทย ถือเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่พยายามขับเคลื่อนเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งกองทัพเรือได้ส่งเรือหลวงจักรีนฤเบศร ไปช่วยเหลือประชาชน พร้อมยุทโธปกรณ์ครบครัน ทั้ง เฮลิคอปเตอร์ แบบซีฮอว์ก จำนวน 1 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์แบบ เอส-76 จำนวน 3 เครื่อง รถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ชุดปฏิบัติการพิเศษทางเรือ 4 ชุด โดยมี พล.ร.ต.ศักดิ์นรินทร์ เจริญสุข ผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ และผู้บังคับหมู่เรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล และมี น.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บังคับการเรือหลวงจักรีนฤเบศร
ภารกิจหลักของเรือหลวงจักรีนฤเบศร คือการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ โดยใช้เวลาเดินเรือ 20 ชั่วโมง จากท่าเรือจุกเสม็ด มายังกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 โดยมี พล.ร.ท.วิฑูร คัมภีระพันธุ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสั่งการในการให้ความช่วยเหลือ
เบื้องต้น พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. ได้สั่งนำกำลังพลจากสัตหีบเกือบ 500 นาย เพื่อร่วมสนับสนุนกำลังพลในพื้นที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ที่ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้
เรือหลวงจักรีนฤเบศร ได้ทอดสมอไว้ที่บริเวณ “เกาะหนู-เกาะแมว” ซึ่งเป็นสถานที่ใกล้กับพื้นที่เกิดเหตุมากที่สุดก่อนที่จะเปิดฉากให้ความช่วยเหลือ โดยนำเรือ “แอลซีวีพี” ซึ่งเป็นเรือระบายพลขนาดเล็กปล่อยลงน้ำ 2 ลำ เพื่อลำเลียงสิ่งของที่ได้รับบริจาคขึ้นฝั่ง รวมทั้งเรือยางและเรือท้องแบน รวม 11 ลำ พร้อมเครื่องยนต์
ส่วนอีกจุดหนึ่งคือ เฮลิคอปเตอร์ของเรือหลวงจักรีนฤเบศรและกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ได้ทำการบินลำเลียงสิ่งของกระจายไปตามจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดทั้งวันได้มีการบินถึง 8 เที่ยวบิน มีแพทย์ทหาร 2 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่พยาบาลเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย หากอาการสาหัสก็จะนำกลับมารักษาตัวที่เรือหลวงจักรีนฤเบศรที่มีการตั้งฐานโรงพยาบาลลอยน้ำเอาไว้แล้ว
เรือหลวงจักรีนฤเบศร ไม่เพียงเป็นฐานบินลอยน้ำที่มีศักยภาพสูงสุดเฉพาะโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานบินโรงครัวเคลื่อนที่ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย พล.ร.ต.ศักดิ์นรินทร์ เล่าเหตุการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ว่า พล.ร.อ.กำธร ได้สั่งการให้เตรียมเรือหลวงจักรีนฤเบศร ออกไปช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา แต่การเคลื่อนย้ายสินค้าที่มีจำนวนมากจึงต้องเลื่อนออกการเดินทางไปอีกหนึ่งวัน
ตลอดการเดินทางถือว่ามีอุปสรรคมากคลื่นลมแรงจน “เรดาร์” ของเรือมีปัญหา แต่ก็พยายามเพื่อเร่งการเดินทางมาให้ความช่วยเหลือประชาชนเร็วที่สุด
เมื่อมาถึงที่หมายจุดแรกก็จะเข้าช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในช่วงพื้นที่คับขัน โดยใช้ เฮลิคอปเตอร์ แบบซีฮอว์ก และเฮลิคอปเตอร์ แบบเอส-76 ค้นหาผู้ประสบภัย ส่วนทางน้ำได้จัดเรือ ต. ของทัพเรือภาค 2 ลำมาช่วยค้นหา รวมถึงหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางเรือ หน่วยนาวิกโยธิน จำนวน 40 นายขึ้นฝั่งเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน
“น้ำที่ไหลผ่านค่อนข้างแรงมากเรืออื่นไม่สามารถทำอะไรได้ เราจึงได้ส่งมนุษย์กบเข้าไป และช่วยกันค้นหาผู้ที่เสียชีวิต โดยเฉพาะปลัดที่จมน้ำเสียชีวิต ก็เอาขึ้นมาได้ สภาพน้ำมันค่อนข้างแรงจึงทำให้การช่วยเหลือยากลำบาก เราจะใช้เฮลิคอปเตอร์เป็นหลัก เรือหลวงจักรีนฤเบศรสามารถทำอะไรได้หลายอย่างโดยเฉพาะการบรรทุกสิ่งของมาช่วยเหลือได้เป็นร้อยๆ ตัน”
บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร จะประกอบอาหารเพื่อส่งไปให้แก่ชาวบ้าน นอกจากยังได้มีการจัดชุดแพทย์ลงไปดูแลประชาชนโดยมียอดผู้ที่มารักษากว่า 300 คนแล้ว โดยเฉพาะภารกิจของเรือหลวง "จักรีนฤเบศร” จะปฏิบัติการจนถึงวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายนนี้
ทีมข่าวความมั่นคง



