ข่าว

องค์พระวัดแก้วฟ้าแม้วแก้กรรมเสียหาย

องค์พระวัดแก้วฟ้าแม้วแก้กรรมเสียหาย

05 พ.ย. 2553

พิษน้ำท่วมองค์พระหลวงพ่อใหญ่วัดแก้วฟ้า วัดดังอดีตนายกทักษิณแก้กรรมเสียหายทั้งองค์ "องอาจ"ลงพื้นที่ดอนพุดเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

 เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 พ.ย.  ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านว่าที่วัดแก้วฟ้า ต.บางขนุน อ.บางกรวย ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อย และได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมที่ผ่านมาจนกระทั่งองค์หลวงพ่อใหญ่ซึ่งเป็นพระประธานและอุโบสถได้รับความเสียหายหมดทั้งหลังจนญาติโยมไม่สามารถเดินทางมาสักการะบูชาได้ ผู้สื่อข่าวจึงได้รีบเดินทางไปตรวจสอบ

 พระครูปลัดไพศาล กิตติภัทโท เจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้ากำลังสนทนาอยู่กับญาติโยมภายในวัด พร้อมกับชี้แจงว่าวัดแก้วฟ้าได้รับผลกระทบอย่างมากเนื่องจากเป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนต้นอายุกว่า 400 ปี ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาอาตมากับพระลูกวัดต้องช่วยกันป้องน้ำเพื่อไม่ให้เข้ามาในพระอุโบสถหลวงพ่อใหญ่แต่ก็ไม่สามารถต้านทานระดับน้ำที่ท่วมทะลักเข้ามาได้

 เมื่อน้ำลดลงจึงพบว่าองค์หลวงพ่อใหญ่ซึ่งเป็นองค์พระประธานเนื้อหินทรายรวมทั้งพระพุทธรูปบริวารอีก 12 องค์ ได้รับผลกระทบจากความชื้นจนเสียหายทั้งหมด แต่ละวันจะมีรอยกระเทาะกร่อนร่อนร่วงออกมาเป็นชิ้นๆจนอาตมาเก็บใส่ถาดได้นับสิบๆกิโลอย่างที่เห็น

 “อาตมาอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาช่วยกันบูรณะวัดอันเก่าแก่แห่งนี้ไม่ให้เสื่อมโทรมหรือสูญหายไปในพุทธศาสนา“ พระครูปลัดไพศาล  กล่าว

 สำหรับวัดแก้วฟ้าแห่งนี้ถือเป็นวัดชื่อดังที่รู้จักกันดีว่ามีชื่อเสียงทางด้านผูกดวง-แก้กรรม ที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยให้คนสนิทมาทำการแก้กรรม จนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ อีกทั้งยังเคยถูกคนร้ายโจรกรรมพระพิฒเนศ ที่ตั้งอยู่หน้ากุฎิเจ้าอาวาส จนคนร้ายเจอดีต้องนำกลับมาตั้งไว้ที่เก่าสร้างความฮือฮาไปทั่วว่าวัดแห่งนี้โด่งดังในเรื่องดังกล่าว อีกทั้งยังเคยมีหญิงสาวชาวปักษ์ใต้ถูกหวยรัฐบาลจากองค์หลวงพ่อใหญ่ได้เงินนับสิบล้านบาทจนมีผู้คนเดินทางมากราบไหว้กันอย่างเนืองแน่นทุกวัน

"องอาจ"ลงพื้นที่ดอนพุดเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

 เมื่อเวลา  10.30น. นายองอาจ  คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายยกรัฐมนตรี เป็นตัวแทน นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.สระบุรี  ไปที่หอประชุม  อ.ดอนพุด   โดยมี นายถาวร  พรหมมีชัย  ผู้ว่าราชการ จ.สระบุรีพร้อมด้วย ส.ส. องอาจ  วงษ์ประยูร นายวัชรพงษ์ คูวิจิจตรสุวรรณ ส.ส.สระบุรี เขต 2  น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย  ส.ส.สระบุรี เขต 1 และนายไพฑูรย์ ไวยฉาย  นายอำเภอดอนพุด นำกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านมาให้การับ ประมาณ1,000  คน ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมนาไร่ บ้านเรือนประชาชน ได้รับความเดือดร้อน จากสภาวะน้ำท่วม

 นยถาวร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจ.สระบุรี กล่าวรายงานว่า พื้นที่ประสบอุทกภัยของสระบุรีที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ครอบคลุมพื้นที่  13 อำเภอ ตั้งแต่วันที่  13 ต.ค.53 เป็นต้นมา ถุงวันที่  4 พ.ย.53 พื้นที่ประสบภัย 108 ตำบล 834 หมู่บ้านประชาชนได้รับความเดือดร้อน 173,856  คน จากจำนวน 61,558  ครัวเรือน เสียชีวิต  5ราย ประชาชน 18,763 คน 6,547  ครัวเรือน ต้องอพยพยไปในที่ปลอดภัย บ้านเรือนน้ำท่วมทั้งหลัง  6,990  หลังคาเรือน น้ำท่วมบางส่วน 25,418 หลัง

 นอกจากนี้ ยังกระทบด้านสาธารณประโยชน์ ถนน  389  สาย  สะพาน  37  แห่ง ทำนบ/เหมือง/ฝ่าย  37 แห่ง โรงเรียน  28 แห่งวัด  104  วัดสภานที่ราชการ 42 แห่ง พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย พืชไร่  13,686  ไร่  นาข้าว 123,353  ไร่  พืชสวน  2,840  ไร่ สัตว์เลี้ยง 105,576  ตัว  บ่อเลี้ยงปลา  894  บ่อ ประเมินความเสียหายเบื้องต้นประมาณ  525  ล้านบาทเศษ  จากสถานการณ์ขณะนี้ระดับน้ำลดลงตามลำดับ  จังหวัดสระบุรี ได้ดำเนินการฟื้นฟูให้มีสภาพที่ดีขึ้นทั้ง สถานที่  อาชีพ  สุพร่างกายและจิตใจ เพื่อประชาชนมีขวัญและกำลังใจที่ดีขึ้น รวมทั้งดูแลสุขภาพของประชาชน

 นายถาวร กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่อำเภอที่ยังเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยต่อเนื่อง  ในพื้นที่ องดอนพุด  อ.หนองโดน  อ.บ้านหมอ  อ.หนองแซง อ.เสาให้ โดยเฉพาะที่ องดอนพุด สภาพทั่วไปประชาชนประสบอุทกภัย 6,700  คน 2,060  ครัวเรือนยังคงมีระดับน้ำท่วมขัง ที่ ต.บ้านหลวงระดับน้ำกว่า  2เมตร  บางจุดระดับน้ำสูง  4เมตร ขณะนี้น้ำทรงตัวและลดลงบ้านเรือประชาชนถูกน้ำท่วมทั้งหลัง 1,726  ครัวเรือน น้ำท่วมบางส่วน 343  หลังต้องอพยพหนีน้ำ  55 ครัวเรือน ประชาชน  132 คนไปอยู่ในที่ปลอดภัย  การเดินทางบางหมู่บ้านต้องใช้เรือ และรถอีแต๋นต่อเนื่อง

 ผลกระทบต่อสาธารณะประโยชน์  ถนน  28 สายถูกตัดขาด  สะพาน  2 แห่ง  โรงเรียนปิดทำการสอน  7แห่ง  วัด  10 วัด  สถานที่ราชการ 15  แห่ง  พื้นที่ทางการเกษตร พืชสวนนาไร่  30,443  ไร่  พืชสวน  34  ไร่  สัตว์เลี้ยง  1,229  ตัว บ่อเลี้ยงปลาหายไปกับน้ำ  115 บ่อประเมินความเสียหาย ประมาณ  30  ล้านบาท

 จากนั้น  นายองอาจ  พร้อมคณะเดินทางโดยรถอีแต๋นติดพ่วงท้าย จาก ถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ- อ.ดอนพุด วิ่งบุกลุยน้ำไปยังวัดหนองมน ต.บ้านหลวงระยะ   3กม.เพื่อแจกสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค ให้กับชาวบ้านที่ศาลาการเปรียญ วัดหนองมน  จำนวน  1,000  ชุด และลงนั่งเรือเพื่อเยี่ยมครอบครัวติดค้างอยู่ในบ้านนำถุงยังชีพไปมอบให้ ครอบครัวของนายประจวบ แก้วภักดี  อายุ  48 ปีบ้านเลขที่  23 หมู่  7 ต.บ้านหลวง  และครอบครัวของ นายนายวีระ  ถนอมกาย อายุ  61ปี  ติดน้ำหนุนบ้านถึงหลังคาเพื่อเลี้ยงดูลูกสาวพิการ  คือ น.ส.สุพัตรา  ถนอมกาย อายุ  16  ปี พิการทางสมองมาตั้งแต่กำเนิด เกรงว่าจะผลัดตกน้ำ  พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นช่วยเหลือพร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดูแลสาวพิการนี้ตลอดไป