
บทพิสูจน์จากน้ำท่วม
น้ำท่วมหาดใหญ่ทำให้จมน้ำลึกนานกว่า 24 ชั่วโมง เป็นภัยพิบัติรอบ 100 ปีของศูนย์เศรษฐกิจภาคใต้ ความเสียหายยังไม่ได้รับการประเมิน ผลกระทบระยะยาวก็คือมาตรการป้องกันเมือง ถ้ามีฝนตกหนักในบริเวณใกล้เคียงอีกครั้ง
เพียงแค่ถูกน้ำล้อมรอบทั้งวันทั้งคืน ไม่รู้ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อไหร่ นับเป็นความกดดันอย่างมาก ดังนั้นการเยียวยาสภาพจิตใจหลังจากน้ำลดเป็นมาตรการจำเป็น รัฐบาลจะรับสภาพความกดดันได้เพียงใด
เพราะครั้งนี้น้ำท่วมประเทศไทย เหลือเพียงกรุงเทพฯ เมืองหลวงเป็นไข่แดง ถ้ารอดได้ตลอดฤดูกาลน้ำหลาก ก็ถือว่าเป็นความโชคดีกึ่งมหัศจรรย์
เห็นได้ชัดว่าธรรมชาติเพิ่มความรุนแรงในการ “เอาคืน” มนุษย์ ซึ่งได้ตักตวงผลประโยชน์จนทำให้โลกเสียการสมดุล การตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะป่าเขตร้อนในเอเชียและอเมริกาใต้ ทำให้ภาวะโลกร้อน รุนแรงยิ่งขึ้น
ยิ่งคำนายวันสิ้นโลกในปี 2012 ใกล้เข้ามา และมีหนังมาฉายให้เห็นความน่าสยดสยอง ก็ทำให้หลายคนหวาดหวั่นว่าถ้าเป็นจริง จะทำอย่างไร เพราะหนังเรื่องนี้นำพล็อตมาจากปฏิทินชาวมายา และคำทำนายทายทักจากคนรุ่นโบราณ อย่างนอสตราดามุส บางคนบอกว่าถ้าสิ้นโลกแล้วมนุษย์ต้องสูญพร้อมกัน เพราะภัยพิบัติ ก็คือว่าไม่มีใครได้เปรียบใคร
บางคนยังอารมณ์ดี บอกว่านอกจากไม่ใช้หนี้ ยังจะกู้รอบใหม่ กะว่าถ้าโลกแตก ก็ถือโอกาสเบี้ยวโดยปริยาย แต่ถ้าโลกไม่แตก ตัวเองจะถังแตก
ภัยน้ำท่วมประเทศไทยครั้งนี้ได้สร้างหายนะเป็นวงกว้าง คนในเมืองและชนบทต่างเผชิญความทุกข์กันถ้วนหน้า ความสูญเสียทรัพย์สิน เป็นการเฉลี่ย คนในภาคเกษตรต้องเสียผลิตผล คนเมืองประสบความเสียหาย เพราะทรัพย์สินถูกน้ำท่วม พ่อค้ารายย่อยในหาดใหญ่ แทบสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่นับถึงผลกระทบทางด้านจิตใจ
น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้ปัญหานายกฯ มาร์คเดินทางไปในหลายพื้นที่เกือบต้องห้ามได้ เช่นจังหวัดในภาคอีสาน เพราะภัยแดงฝ่อหลังจากเจอวิกฤติ
คงไม่มีใจจะไปต่อต้านคัดค้านผู้มีอำนาจอนุมัติการให้ความช่วยเหลือ!
วิกฤติครั้งนี้ยังสร้างโอกาสให้คนหน้าด้านหลายวงการ นักการเมืองบางรายเอาถุงข้าวของพระเจ้าอยู่หัว และของราชการ ใส่ถุงรวมกัน เอาชื่อตัวเอง และพรรคแปะไว้ เอาไว้แจกชาวบ้าน นอกจากไม่ลงทุน ยังสวมรอยอีกด้วย
เป็นความเลวทรามเหนือคำบรรยายจริงๆ แต่นักการเมืองหน้าด้านเหล่านี้คงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ด้านหน้าอยู่ต่อไป ถ้าเป็นต่างประเทศรับรองต้องถูกสังคมกดดันจนตากหน้าอยู่ในตำแหน่ง และในสังคมไม่ได้ตลอดไป
ถือว่าเป็นพฤติกรรมไม่ซื่อ โกงโอกาส ตีขลุม ผสมโรงตีกินเอาคะแนน!
นอกจากนักการเมืองแล้ว องค์กรอื่นๆ ก็มีพฤติกรรมเยี่ยงเดียวกัน เอาสิ่งของเครื่องใช้ที่คนบริจาคให้ใส่ถุงมีชื่อขององค์กรตัวเอง เอาไปแจกต่อด้วย
เรื่องพรรค์นี้ ถ้าไม่อายเสียอย่าง ย่อมทำได้อยู่แล้ว!
น้ำท่วมครั้งนี้ชาวบ้านไม่ได้รับทราบข่าวว่าผู้ร่ำรวยติดอันดับโลก หรือเศรษฐีหุ้น มหาเศรษฐีในประเทศไทย ได้มีส่วนบริจาคเงิน ทรัพย์สินส่วนตัว ช่วยเหลือเหยื่อภัยพิบัติ ไม่มีข่าวครึกโครมเหมือนกับการตีปี๊บข่าวความร่ำรวย
เป็นความแปลกอย่างยิ่ง! แต่ถ้าไม่เค็ม และเหนียว ไร้น้ำใจ จะรวยเกินหน้าคนอื่นๆ จนติดอันดับโลก หรือเป็นเศรษฐีรวยหุ้น
ผู้นำรัฐบาล นายกฯ มาร์ค พยายามลุยหนัก หลังจากเสียรังวัดเพราะความไม่เข้าท่าของพวกแวดล้อมหน้าหลัง ไม่ให้คำปรึกษา ทำให้ภาพออกมาไม่สวย แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวนายกฯ นั่นแหละ ว่าควรทำอย่างไร
มีที่ปรึกษา ถ้าไม่กล้าแนะนำ หรือแนะนำแล้วไม่เชื่อฟัง ก็เอวัง
แม้จะพยายามกู้ภาพอย่างไร ก็ไม่ง่ายเหมือนกู้เมืองจากน้ำท่วม การเสียสภาพนั้นสะท้อนให้เห็นแนวคิด และมุมมองว่ากว้างอย่างไร หรือเป็นการ “คาดไม่ถึง” เหมือนช่วงที่เผชิญวิกฤติอื่นๆ
ถ้าเป็นเช่นนั้น ต้องเร่งปรับกระบวนท่า อย่าให้ย่ำแย่กว่านี้
นั่นเป็นเพราะวิกฤติที่เผชิญมา ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และภัยธรรมชาติ เป็นการทดสอบความเป็นผู้นำ ถ้าสอบผ่านแบบโชคช่วย หรือฟลุก ต้องระวังว่าต้องมีวันหมดโชคสักวัน ถ้าไม่เร่งเติมทุนด้านนี้! อิอิอิ!!!



