ข่าว

สอบคลิปชี้กล้องถ่ายตั้งบนโต๊ะพสิษฐ์

สอบคลิปชี้กล้องถ่ายตั้งบนโต๊ะพสิษฐ์

05 พ.ย. 2553

แถลงผลสอบคลิปฉาวใช้กระบวนการทางวิทยาศาตร์ชี้ชัดกล้องถ่ายตั้งบนโต๊ะ “พสิษฐ์” ส่งตร.สอบสวนต่อขณะคลิปเรื่องโกงข้อสอบ โบ้ยอดีตเลขาธิการศาลชี้แจง อ้างรู้ทุกกระบวนการ “เชาวนะ” น้ำตาคลอเบ้าระบายความในใจข้อหาไม่ปกป้ององค์กร ชี้ทำงานหนักไม่พูด พ่ออายุร้อยกว่าป่วยย

 (5พ.ย.) นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แถลงข่าว โดยระบุว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเผยแพร่คลิปการประชุมตุลาการรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้นำเสนอรายงานต่อคณะตุลาการ โดยมีเนื้อหาเป็นสี่ประเด็นประกอบด้วย 1 น่าเชื่อได้ว่าภาพที่ปรากฏใน คลิบที่ 3 และที่ 5 เป็นการบันทึกจากการประชุมครั้งที่ 40/2553 ในวันจันทร์ที่ 4 ต.ค. 2553 ส่วนภาพที่ปรากฏในคลิปที่ 4 บันทึกจากการประชุมครั้งที่ 41/2553 ในวันจันทร์ที่ 11 ต.ค. 2553 ซึ่งเป็นการประชุมพิจารณาก่อนออกนั่งไต่สวนพยานบุคคลในเรื่องพิจารณาที่ 14/2553 เรื่องนายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์

 นายเชาวนะกล่าวต่อว่า ในประเด็นที่สองเป็นการตรวจสอบว่ามีผู้ใดอยู่ในการประชุมครั้งดังกล่าวบ้างโดยแบ่งออกได้เป็นสามกลุ่มคือ กลุ่มตุลาการ กลุ่มเจ้าหน้าที่ ซึ่งนั่งประจำ และกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เดินเข้าเดินออก โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่นั่งประจำนั้นได้มีการลำดับหมายเลขที่นั่งว่าเป็นที่นั่งของบุคคลใดบ้างโดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวน 9 คน ซึ่งมีทั้งระดับเลขาธิการ รองเลขาธิการ และเจ้าหน้าที่ที่เป็นเจ้าของสำนวน รวมไปถึง นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญด้วย

 สำหรับประเด็นที่ 3.น่าเชื่อได้ว่าภาพที่ปรากฏในคลิป ใช้กล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหวอยู่บนโต๊ะไม้ตัวที่สองด้านซ้ายของโต๊ะตุลาการ (ด้านซ้ายของประธานศาลรัฐธรรมนูญ)   บริเวณตรงกับเก้าอี้ตัวที่สี่ ตามผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุของหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนของตำรวจ สำหรับประเด็น ที่ 4. ระบุว่าบุคคลที่น่าจะเป็นผู้ถ่ายคลิปวิดีโอดังกล่าว น่าเชื่อว่าจะเป็นการถ่ายจากตำแหน่งที่นั่งลำดับที่สี่ซึ่งเป็นที่นั่งของนายพสิษฐ์ ซึ่งเป็นไปตามผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุของหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนของตำรวจ  

 “สำหรับผลการตรวจสอบดังกล่าวคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมอบหมายให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดส่งให้พนักงานสอบสวนรับไปดำเนินการตามที่ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษไว้แล้ว”นายเชาวนะกล่าว

 นายเชาวนะกล่าวต่อว่า สำหรับคลิปวิดีโอการสนทนาระหว่างบุคคลเกี่ยวกับการช่วยเหลือการสอบของเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ   ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่าเพื่อให้การแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนเป็นที่ชัดเจนและมีข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้นประกอบได้เป็นอย่างดี จึงเห็นว่า ควรกำหนดให้มีรูปแบบการแถลงข่าวในเรื่องนี้ในลักษณะที่สามารถอธิบายความด้วยเหตุการณ์ที่เป็นการย้อนข้อมูลเก่าเสมือนจำลองเหตุการณ์เหมือนจริงในขณะนั้นได้ จึงเห็นสมควรให้ อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับ ควบคุมกระบวนการสอบทั้งระบบ เป็นผู้แถลงรายละเอียดเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง ซึ่งมีความเชื่อมั่นว่า การแถลงข่าวในรูปแบบนี้จะทำให้ทราบถึงมาตรฐานในการออกแบบระบบการออกข้อสอบในครั้งนี้ว่า ได้มีการสร้างมาตรการป้องกันในระดับสูงสุดด้วยความเข้มงวดรัดกุมอย่างไร โดยที่ไม่มีผู้ใดสามารถล่วงรู้ข้อสอบล่วงหน้าได้โดยเด็ดขาด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าผลการสอบไม่มีเจ้าหน้าที่มีความผิดใช่หรือไม่ และนายพสิษฐ์เป็นผู้ถ่ายคลิปเพียงคนเดียวใช่หรือไม่ รวมทั้งศาลจะดำเนินคดีกับนายพสิษฐ์ในฐานะผู้กระทำความผิดหรือไม่ นายเชาวนะกล่าวว่า ถ้าดูตามรายงานก็ไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการสอบสวนก็ไม่ได้สรุปว่านายพสิษฐ์เป็นคนแอบถ่ายคลิปดังกล่าว แต่เป็นการใช้หลักวิทยาศาสตร์เข้าไปวิเคราะห์ว่าตำแหน่งที่เชื่อว่าน่าจะมีการตั้งกล้องเพื่อถ่ายคลิปนั้นเป็นตำแหน่งใดและมาจากโต๊ะตัวที่สี่ ซึ่งเป็นที่นั่งของนายพสิษฐ์ จากนี้ก็เป็นเรื่องของการสอบสวนว่าจะพบผู้กระทำผิดหรือไม่

 ผู้สื่อข่าวถามว่าการให้อดีตเลขาธิการมาแถลงข่าวคือนายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติใช่หรือไม่ และมีการประสานไปยังนายไพบูลย์หรือยังและใครจะเป็นผู้ประสาน รวมทั้งเหตุใดสำนักงานจึงไม่ชี้แจงเรื่องดังกล่าวทั้งที่ผู้บริหารสำนักงานต่างก็เป็นกรรมการสอบในครั้งเดียวกัน  นายเชาวนะกล่าวยอมรับว่าใช่ ส่วนเรื่องการประสานนั้นต้องขึ้นกับคณะตุลาการ เพราะเป็นผู้ที่มีมติ ส่วนที่ต้องให้นายไพบูลย์เป็นคนแถลง ตนดูจากมติแล้วเข้าใจว่าทางคณะตุลาการเห็นว่าหากให้บุคคลต่าง ๆ มาแถลงข้อเท็จจริงเป็นเสี้ยวเป็นส่วนก็จะได้ข้อเท็จจริงแบบไม่ครบถ้วน แต่นายไพบูลย์ เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องดูแลควบคุมทั้งระบบ   น่าที่จะให้ข้อเท็จจริงเป็นภาพรวมทั้งหมดได้ดีกว่าและทำให้เรื่องดังกล่าวสิ้นกระแสความได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่านายไพบูลย์เป็นบุคคลที่มีชื่อปรากฏในคลิป และศาลรัฐธรรมนูญจะให้มาแถลงเท่ากับว่าต้องการให้สังคมเข้าใจว่าหากข้อสอบรั่วก็รั่วมาจากนายไพบูลย์ใช่หรือไม่ นายเชาวนะกล่าวว่า ถ้าดูตามมติของตุลาการได้วางกำหนดรูปแบบของการแถลงโดยหวังผลเลิศ ซึ่งการจะไปสันนิษฐานอะไรให้ออกนอกเหนือไปจากมติคณะตุลาการตนคงไม่อาจไปคาดเดาได้ แต่สิ่งที่ตนเห็นคือเห็นความตั้งใจของคณะตุลาการเห็นถึงเจตนาดีที่จะทำเรื่องนี้ให้สิ้นกระแสความ ดังนั้นเวลานี้ถ้าเราจะมองภาพให้เกิดเป็นปัญหาล่วงหน้าคงไม่ได้ ต้องรอดูผลของการแถลงเสียก่อนว่าเป็นอย่างไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีผู้มองว่าเลขาธิการไม่ทำหน้าทีป่กป้ององค์กรเท่าที่ควร นายเชาวนะก็ได้กล่าวระบายความในใจว่า   การจะสนองความต้องการของคณะตุลาการก็ต้องมีองค์ประกอบคือต้องเป็นมติของคณะตุลการศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีองค์ประกอบนี้ได้ต้องมีการประชุมและมีองค์ประชุมครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด   การที่สำนักงานจะทำหรือไม่ทำสิ่งใดต้องมีมติดังกล่าวก่อน ตนเป็นคนแยกแยะและเห็นความสำคัญของการปกป้ององค์กรมากกว่าปกป้องตนเองไม่ให้ถูกด่า ดังนั้นใครจะมาด่าว่าผมอย่างไร หรือมองว่าตนไม่ทำอะไร ตนไม่ว่า เพราะหากไม่เป็นมติตนก็ทำไม่ได้

 “ผมเป็นเงียบ ๆ เวลาทำอะไรก็ทำหนักตอนเรียนก็เรียนหนัก มีบางคนถามว่าผมเป็นคนหรือเป็นพวกไถนา เพราะไม่เห็นผมพูดอะไร เพราะใครใช้ให้ทำอะไรก็ทำไม่ต่อรองอะไร ผมก็เงียบๆของผมอย่างนี้มาตลอดเบื้องหลังผมยึดมั่นในความดีงาม   ผมแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องการทำงาน อย่างพ่อผมอายุร้อยกว่าปี ท่านป่วยผมก็ยังไม่ได้ไปเยี่ยม ทั้งที่จริงๆแล้วผมควรไปอยู่ใกล้ๆ แต่เพราะผมถือว่าผมทำงานให้กับบ้านเมือง ซี่งในศาลรัฐธรรมนูญบางคนก็ปรารถนาดีบอกว่าผมต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ซึ่งผมก็เห็นว่ามันไม่สำคัญเท่ากับผมต้องทำตามมติศาล ดังนั้นการสนองต่อศาลกับการสนองต่อตัวบุคคลจึงต่างกัน ที่ผ่านมาตุลาการหลายคนก็เข้าใจเพราะผมทำงานคลุกคลีกับท่านมาตลอดท่านก็บอกให้หนักแน่น แต่สิ่งที่ปรากฏก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูกด่า หรือถูกว่าร้ายเพราะมองว่าเราเป็นองค์กรสาธารณะต้องรับฟังคำเสนอแนะ ซึ่งผมก็พร้อมตจะนำไปพิจารณา หากจะล่าช้าไปบ้างก็พร้อมจะปรับปรุง” นายเชาวนะกล่าวพร้อมน้ำตาคลอเบ้า

“ไพบูลย์”งงศาล รธน.ลักไก่ให้แถลงแก้ตัวเรื่องข้อสอบ

 นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะอดีตเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า จะให้นายไพบูลย์ในฐานะที่เป็นอดีตเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแถลงเกี่ยวกับเรื่องมาตรฐานในการสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า ว่า ขณะยังไม่ได้รับการประสานจากตุลาการหรือสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่าให้แถลงข่าว ทราบจากเพียงสื่อมวลชนเท่านั้น และต้องดูรายละเอียดก่อนว่าต้องการให้แถลงในเรื่องใด โดยในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ จึงจะบอกได้ว่าจะแถลงได้หรือไม่