ข่าว

ศอฉ.ผวาพ.ย.แดงก่อบึ้มสั่งจับตา13พ.ย.

ศอฉ.ผวาพ.ย.แดงก่อบึ้มสั่งจับตา13พ.ย.

05 พ.ย. 2553

"ศอฉ."ผวาพ.ย.แดงก่อ ”วินาศกรรม” สั่งจับตา 13 พ.ย.ครบรอบวันตายเสธ.แดง- 19 พ.ย.ครบรอบสลายแดงราชประสงค์ สขช.ปูดพบรถแก๊ส-น้ำมัน-เชื้อเพลิงเคลื่อนย้ายผิดปกติ สั่งคุมเข้มสถานประกอบการ แจ้งศอฉ.ก่อนเคลื่อนย้าย หวั่นแดงบึ้มกรุง

 (5พ.ย.)  เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) แถลงผลการประชุมศอฉ.ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการประชุมว่า ที่ประชุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานถึงความคืบหน้าคดีความต่างๆ ทั้งเรื่องการจับกุมบุคคลตามหมายจับ คือ นายสุชาติ นาคบางไทร แกนนำนปช. รวมถึงผู้ที่จะออกหมายจับในอนาคต ส่วนความคืบหน้ากรณีที่มี 95 สถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้ยื่นเรื่องดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งตามกรรมมาวิธีทางกฎหมายนั้น จะมีการดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงแห่งชิ (กทช.) ที่จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นทั้ง 95 สถานีภายในสิ่นเดือนพ.ย.นี้

                “สำนักข่าวกรองแห่งชาติ(สขช.)ได้รายงานข้อมูลข่าวสารว่า ในเดือนพ.ย.จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มไม่หวังดี พยายามสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายในพื้นที่ต่างๆ รัฐ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีประชาชนใช้บริการกันมาก หรือแม้กระทั่งความพยายามปองร้ายบุคคลสำคัญต่างๆ เพื่อให้เกิดความไม่มั่นใจในชีวิตทรัพย์สิน ทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่รัฐ ทางศอฉ.จึงมีมติให้หน่วยงานด้านข่าวทุกส่วนทั้งสขช. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตำรวจ และทหารร่วมกันบูรณการทางการข่าวติดตามเฝ้าระวังกลุ่มเป้าหมายทั้งหลาย รวมถึงกลุ่มที่มีการพาดพิงสถาบัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสร้างสถานการณ์ ทั้งนี้ยังไม่อยากระบุว่า เป็นกลุ่มเสื้อแดงหรือกลุ่มไหน แต่หากกลุ่มใดที่เจ้าหน้าที่มีบัญชีเป้าหมายต้องเฝ้าระวัง เราก็ต้องติดตามทุกกลุ่ม และเฝ้าระวังทุกพื้นที่ แต่พื้นที่ที่มีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจสอบตรวจค้นได้มากกว่าพื้นที่อื่นๆ โดยการเฝ้าระวังจะเริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย. ที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ตลอดจนช่วงลอยกระทง จนถึงช่วงปีใหม่ ซึ่งการบูรณาการกำลังต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ เพราะต้องแบ่งกำลังส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและวาตภัยต่างๆ ” โฆษกศอฉ.กล่าว

                พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า จากกรณีที่สขช.ได้รายงาน รวมถึงจากการแจ้งข่าวสารจากประชาชนที่หวังดีว่า มีการเคลื่อนย้ายสารเคมี สารตั้งต้น เช่น แก๊ส น้ำมัน เชื้อเพลิง สารแอมโมเนี่ยมไนเตรด ที่เกิดขึ้นขณะนี้ในบางพื้นที่จำนวนมากจนผิดสังเกต แต่ไม่ขอระบุพื้นที่ที่มีการเคลื่อนย้าย เพราะจากข้อมูลของสนข.ยังไม่ชัดเจนว่า สารเคมี สารตั้งต้นต่างๆ ได้ถูกเคลื่อนย้ายไปที่ใด และเคลื่อนย้ายมากรุงเทพหรือไม่ ทางศอฉ.จึงมีมติทำเรื่องแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบและสถานประกอบการทั้งหลายว่า ใครที่จะมีการขนย้ายสารเคมี สารตั้งต้นต่างๆ จำเป็นต้องแจ้งให้ศอฉ.ทราบแผนเคลื่อนย้ายล่วงหน้าว่า จะเคลื่อนย้ายสารเหล่านั้นในการประกอบการธุรกิจของตัวเองตามปกติในช่วงเวลาไหน อย่างไร เพื่อสามารถจะตรวจสอบเฝ้าระวังของกลุ่มผู้ไม่หวังดีและกลุ่มจ้องสร้างสถานการณ์ได้  

                “ ปกติการควบคุมสารตั้งต้น วัตถุเคมีภัณฑ์ต่างๆมีระดับความรุนแรงอยู่ ซึ่งในการเคลื่นย้ายสารปริมาณที่สามารถนำไปประกอบการได้ เบื้องต้นเราจะขอความร่วมมือให้สถานประกอบการแจ้งเข้ามาว่า จะมีการเคลื่อนย้ายเมื่อไร แต่ถ้าสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นจะต้องมีการเพิ่มระดับในอนาคต โดยจะมีการกำหนดว่า สามารถเคลื่อนย้ายในเวลาใดได้บ้าง แต่ถ้าสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นไม่น่าไว้วางใจ เราจะกำหนดว่า ห้ามท่านเคลื่อนย้าย ยกเว้นได้รับอนุญาติจากเรา ” โฆษกศอฉ.กล่าว

                รายงานข่าวแจ้งว่า ในห้วงเดือนพ.ย.นี้ ที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติได้มีการรายงานข้อมูลข่าวสารว่า จะมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายต่างๆ เนื่องจากในช่วงเดือนพ.ย.ทางกลุ่มคนเสื้อแดงจะมีความเคลื่อนไหว โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ ทางหน่วยข่าวจึงมีการรายงานให้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษในวันที่ 13 พ.ย.นี้ที่จะเป็นวันครบรอบ 6 เดือนการเสียชีวิตของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกที่ถือเป็นแกนนำคนสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดง รวมถึงวันที่ 19 พ.ย.นี้ ที่จะเป็นวันครบรอบ 6 เดือน เหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารเข้ากระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ โดยเบื้องต้นทางศอฉ.จะติดตาม เฝ้าระวัง และขอความร่วมมือเท่านั้น เนื่องจากไม่ต้องการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด แต่หากพบว่า สถานการณ์ทวีความรุนแรง ทางศอฉ.ก็จะมีการประกาศบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันกลุ่มไม่หวังดีที่ต้องการสร้างความวุ่นวายและความรุนแรงให้เกิดขึ้น