
ออมสินวอนอปท.ช่วยแจ้งข้อมูลน้ำท่วม
"ออมสิน"วอนจนท.ท้องถิ่น ช่วยแจ้งข้อมูลผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ้างจะได้จ่ายเงินถึงปชช.ได้เร็วขึ้น ไม่ห่วงขนเงินสดช่วยภาคใต้ เพราะมีศูนย์การเงินในพื้นที่ สาทิตย์ ชี้ 3 จ.ชายแดนภาคใต้น่าเป็นห่วง เตรียมประสานกรมอุตุฯแจ้งเตือนอำเภอที่ปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มล.แล้ว
(5พ.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. นายยงยุทธ ตะริโน รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน อาวุโส กลุ่มปฏิบัติการ กล่าวภายหลังร่วมประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(คชอ.) ว่า ในส่วนของธนาคารออมสิน ยังไม่พบว่ามีปัญหาในเรื่องการดำเนินการจ่ายเงินให้กับผู้ประสบภัย ในประชุมได้มีการแจ้งต่อที่ประชุมว่า หลังจากที่ธนาคารได้ข้อมูลครบถ้วนถูกต้องจากกรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) แล้วทางธนาคารจะขอใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน เพราะหากได้รับข้อมูลภายในวันนั้นและตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนถูกต้องก็จะแจ้งให้ทางแต่ละสาขากำหนดวันที่จะเปิดให้บริการ อย่างน้อยต้องใช้เวลา 1 วัน เพราะสาขาต้องเตรียมเต็นท์ เจ้าหน้าที่และบุคลากร ดังนั้นอย่างเร็วที่สุดคือ 1 วัน
“แต่หากพื้นที่ มีผู้มารับเงินมากกว่า 2 - 3 วัน ก็ต้องใช้เวลามากขึ้น ทุกอย่างถ้ามันครบถ้วนแล้ว ก็ไม่มีปัญหา มาถึงก็จ่ายได้เลย หน่วยงานที่ส่งข้อมูลไม่พร้อม ยังมีข้อขัดแย้งกัน มาถึงปลายทางของเรามันก็จะมีปัญหา “ นายยงยุทธกล่าว
นายยงยุทธ ได้กล่าวต่อถึงการจ่ายเงินในที่ จ.นครราชสีมาในวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ปัญหาเรื่องการจ่ายเงินไม่มี ทั้ง อ.เมือง และ อ.ปักธงชัย เป็นเพราะได้รับความร่วมที่ดีจากท้องถิ่น ส่วนกรณีการเกิดเหตุมีตัวแทนหัวหน้าครอบครัวไม่สามารถไปรับได้ แต่ส่งตัวแทนไปรับแล้วมีปัญหานั้น ตนคิดว่าในเวลานั้น ผู้ได้รับความเดือดร้อนไปแจ้งต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่ลงทะเบียนว่าขอเปลี่ยนเป็นบุคคลอื่น และมีหนังสือรับรองมา ก็สามารถจ่ายให้ได้ แต่หากไม่มียืนยันมา ทางธนาคารก็จะไม่สามารถจ่ายเงินให้ได้เพราะผิดระเบียบ
เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงในเรื่องการเดินทางของเงินที่จะนำไปจ่ายให้ประชาชนโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้หรือไม่นั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา หรือมีอะไรน่าห่วง เพราะทุกพื้นที่ธนาคารมีศูนย์การเงินอยู่ จากศูนย์การเงินไปยังที่จ่ายเงินระยะทางไม่ไกลมาก เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา
นายยงยุทธ ยังได้กล่าวต่อด้วยว่า อยากจะฝากไปถึงรัฐบาลด้วยว่า ส่วนที่ทางธนาคารต้องการหรือ เพื่อเป็นการเร่งนำเงินไปช่วยเหลือประชาชนนั้น คือหลังจากที่หน่วยงานมีข้อมูลพร้อมเรียบร้อยแล้ว ส่งมาให้ที่ ปภ.ส่วนกลาง และธนาคารก็ได้แจ้งต่อที่สาขา เราพร้อมที่จะจ่ายเงินได้นั้น หากได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่น ช่วยในเรื่องการจัดการเตรียมสถานที่ จัดทำเต็นท์ไว้รอก็จะช่วยให้การดำเนินการจ่ายเงินได้เร็วขึ้น เพราะลำพังพนักงาน ในแต่ละสาขามีน้อยมาก ไม่สามารถที่จะให้บริการได้รวดเร็ว ขึ้น
“สาทิตย์” ชี้ 3 จ.ชายแดนภาคใต้น่าเป็นห่วง
เมื่อเวลา 11.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คอช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมวีดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัด ใน 38 จังหวัด ถึงวีธีการรวบรวมรายชื่อและวิธีการรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ว่า เมื่อเช้า ( 5 พ.ย.) ได้ติดตามสถานการณ์ภาคใต้พบว่าเหตุการณ์อยู่ในสถานะที่ต้องติดตามอย่างละเอียดและต้องแจ้งเตือน ซึ่งสถานการณ์ที่เป็นห่วงอันดับหนึ่ง คือ จ.สุราษฏร์ธานี จ.ชุมพร และจ.นครศรีธรรมราช ส่วนที่สองคือทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง 3 จังหวัด ที่สถานการณ์น้ำค่อนข้างมีปัญหา เราได้ให้ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานไปทางกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อแจ้งเตือนอำเภอที่มีปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตรขึ้นไป
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า อันดับแรก คือ ที่ อ.สิชล ฝนตกสะสม 267 มิลลิเมตร อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี อ.สิงหนคร จ.สงขลา อ.ท่าศาลา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช อ.ระโนด จ.สงขลาและอำเภอใกล้คียง ในส่วนอำเภอต่างๆเหล่านี้จะมีบางจุดที่ติดอยู่กับภูเขา ตรงนี้ได้ให้แจ้งเตือนทุกหมู่บ้านที่ติดอยู่กับภูเขา ซึ่งเสี่ยงต่อดินถล่ม เนื่องจากปริมาณดินอุ้มน้ำฝนไว้เยอะ ถ้าน้ำฝนตกเกิน 100 มิลลิเมตร ต้องแจ้งเตือนทุกที่ ถ้าต้องอพยพผู้คนก็ต้องอพยพก่อน
เมื่อถามว่า ในพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินถล่มกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าไปช่วยเหลือช้ามาก นายสาทิตย์ กล่าวว่า ความจริงได้มีการแจ้งเตือน และสามารถที่จะอพยพคนให้ปลอดภัยได้เมื่อวาน ( 4 พ.ย.) ทั้ง 100 คนที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้เร่งรัดไปว่าอย่าให้รอเหตุการณ์ จนกระทั้งถึงขั้นที่ใกล้จะเกิดเหตุแล้วถึงแจ้งเตือน
เมื่อถามว่า แนวโน้มที่จะมีแผ่นดินถล่มมีอีกหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า คงจะต้องใช้คำว่าดินที่สไลด์ลงมาจากภูเขา แนวโน้มคือ 3 จังหวัดนี้ที่อยู่ใกล้กับภูเขา และมีปริมาณฝนตกมากมีดินอุ้มฝนเยอะ ซึ่งตรงนี้ได้มีการแจ้งเตือนไปแล้ว โดยทางศูนย์จะให้จะทาง ปภ.รายงานทุก 3 ชั่วโมง และในตอนนี้ภาคใต้ทั้งสองซีกนั้นมีฝนตกอยู่
เมื่อถามว่า เหตุการณ์คงจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนกับที่เกิดขึ้นใน ต.กระทุน จ.นครศรีธรรมราช นายสาทิตย์ กล่าวว่า คงไม่เหมือน เพราะทุกฝ่ายก็ตื่นตัวและวิตกกังวลอยู่ เมื่อถามว่า การเยียวยาจะมีเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะพื้นที่ภาคใต้นั้นเสียหายหนัก นายสาทิตย์ กล่าวว่า อันนี้ได้รับการประสานงานจาก นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากที่พัทลุงเป็นพายุเข้า สวนยางเสียหายเป็นแสนไร่ รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงด้วย
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ตนได้คุยกับนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คิดว่าต้องไปดูเรื่องหลักเกณฑ์โดยเฉพาะ เพราะต้นยางที่โค่นเป็นเรื่องของลมจะได้รายได้กลับมาอีกทีใน 7 ปีให้หลัง โดยในวันที่ 7 พ.ย.ตนจะลงไปดูพื้นที่ จ.พัทลุง และจะประชุม คชอ.วันที่ 8 พ.ย.เพื่อทำข้อเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 9 พ.ย.ต่อไป
เมื่อถามว่า พื้นที่ภาคกลางหลายแห่งที่ยังมีน้ำท่วมซ้ำซากจะแก้ปัญหาอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตนได้หารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่าพื้นที่ที่น้ำท่วมขังมาหลายเดือนนั้นต้องมีวิธีการไปจัดการเรื่องน้ำ ในวันนี้ช่วงบ่ายตนจะหารือเบื้องต้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องหารือว่าจะผ่องน้ำอย่างไร เพราะจะปล่อยให้สถานการณ์ยืดยื้อเวลาน้ำทะเลหนุนทีคงไม่ได้
เมื่อถามว่า ทำไมรัฐบาลไม่ตั้งหน่วยงานระดับชาติ เพื่อที่จะส่งหน่วยงานไปช่วยได้ทันท่วงที นายสาทิตย์ กล่าวว่า ปัญหาวันนี้คือมีหน่วยงานเยอะจึงต้องมาบูรณาการกัน นายกฯจะดูเรื่องนี้เองอยู่แล้ว เราก็ทำเต็มที่
กาฬสินธุ์อากาศหนาวเย็นเตรียมประกาศ
ทั่วทั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ทั้ง 18 อำเภอกำลังประสบภัยหนาวอย่างรุนแรง หลังความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน แผ่ปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ ส่งผลให้ตอนนี้ผู้ยากไร้ขาดแคลนเครื่องห่มกันหนาวต้องอาศัยการก่อไฟผิงไล่ความหนาวเย็นตลอดทั้งวันทั้งคืน นอกจากอากาศหนาวแล้วยังมีปัญหาหมอกหนาและลมแรงในพื้นที่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ต้องมีการประกาศเตือนอัคคีภัยจากการก่อไฟ พร้อมนำทีมแพทย์ พอ.ส.ว.ดูแลสุขภาพผู้ยากไร้ให้ครอบคลุมตลอดฤดูหนาวนี้
สำหรับรายงานสภาพอากาศจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยา จ.กาฬสินธุ์ แจ้งว่า อุณหภูมิในพื้นที่จะลดต่ำลงอีกอย่างต่อเนื่องล่าสุดอุณหภูมิพื้นราบต่ำสุดวัดได้ 13-15 องศาเซลเซียส ขณะที่บริเวณยอดภู ตามแนวเขตเทือกเขาภูพานและพื้นที่ติดกับภูเขาอากาศหนาวเย็นมากต่ำสุดวัดได้ 7-9 องศาเซลเซียส
นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์กำลังได้รับผลกระทบจากภัยหนาวที่ปีนี้สภาพอากาศหนาวรุนแรงมาก โดยทางจังหวัดได้มีการประกาศเตือนไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้าน อบต. เทศบาลและอำเภอทุกแห่งใน 18 อำเภอให้เฝ้าระวังปัญหาภัยหนาวในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการก่อไฟเพื่อไล่ความหนาวเย็นของราษฎรในพื้นที่ที่จะต้องควบคุมอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นช่วงที่สภาพอากาศแห้ง ลมแรงอาจส่งผลให้เกิดอัคคีภัยได้ นอกจากนี้ราษฎรเองก็ต้องระมัดระวังปัญหาไฟลวกตามผิวหนังด้วย ทั้งนี้จังหวัดกาฬสินธุ์กำลังเร่งสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนและเตรียมประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยหนาว หลังอุณหภูมิลดต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียสกว่า 1 อาทิตย์แล้ว



