ข่าว

ผวาดินถล่มสงขลาซ้ำย้ายครัวหนีชั่วคราว

ผวาดินถล่มสงขลาซ้ำย้ายครัวหนีชั่วคราว

05 พ.ย. 2553

ชาวบ้านสวนจันยังหวาดผวาเกรงเหตุดินถล่มซ้ำย้ายครอบครัวหนีไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว ชาวบ้านท่าสาบ อ.เมือง ยะลา อาศัยเต้น ริมถนน เป็นวันที่สี่ ยังไม่กล้าขนของกลับเข้าบ้านหวั่นน้ำท่วมอีกระลอก ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงล้นท่วมในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีแล้ว ชาวบ้านขนข

 หลังจากเกิดเหตุการณ์ดินจากภูเขาถล่มทับบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่บ้านสวนจัน หมู่ 7 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา เมื่อคืนวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมาเป็นเหตุบ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายทั้งหลัง 5 หลังและมีผู้เสียชีวิต 5 ศพ

 วันนี้ (5 พ.ย.53) ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่บริเวณเนินเขาจุดที่ดินถล่มซึ่งเหลืออยู่อีก 5 หลังยังคงอยู่ในความหวาดผวา เนื่องจากเกรงว่าดินจากภูเขาจะถล่มลงมาอีกเพราะขณะนี้ยังคงมีฝนตกอย่างต่อ เนื่องและดินชุ่มน้ำ ชาวบ้านทั้ง 5 ครอบครัวที่รอดชีวิตจำเป็นต้องทิ้งบ้านและย้ายไปอยู่บ้านญาติชั่วคราวเพื่อ ความปลอดภัยขณะที่บ้านเรือนเรือนส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจากเศษหินที่ตกลง มากระแทก

 นายจรัส จอมสุริยะ อายุ 58 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่อยู่ติดกับเนินเขาที่ถล่ม กล่าวว่ายังไม่มั่นใจในความปลอดภัยพร้อมกับอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวที่บ้านเรือนได้รับ ความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกและต่างหวาดกลัวว่าจะเกิดเหตุดินถล่มซ้ำ

ชาวยะลายังอาศัยเต้นริมถนนหวั่นน้ำท่วมอีกระลอก

 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลาว่าสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ในจังหวัดยะลา เช้านี้ พบว่า ระดับน้ำในทุกพื้นที่คลี่คลายและลดระดับลงแล้วโดยบางส่วนได้ กลับเข้าทำความสะอาดบ้านเรือนแล้ว แต่ยังมีชาวบ้านอีกบางส่วนซึ่งมี ผู้สูงอายุและเด็กที่ยังคงเฝ้ารอท่าทีปริมาณน้ำฝนหลังมีการแจ้งเตือนว่าจะมี พายุจากชายฝั่งอ่าวไทยเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างอีกครั้งในช่วงของวันที่ 5 - 6 พฤศจิกายน นี้

 นายอับดุลเลาะ เจ๊ะอาแว ราษฎรในพื้นที่บ้านพงจืองาหมู่ที่ 4 ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลาซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมในครั้งนี้ เปิดเผยกับว่ายังไม่กล้าที่จะขนของกลับเข้าบ้านหลังต้องมาพักอาศัยในเต็นท์ ริมถนนสาย 418 ต.ท่าสาป เป็นเวลากว่า 4 วันแล้ว เพราะเกรงว่าจะมีน้ำท่วมอีกรอบหลังจากที่มีการแจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 5-6 พ.ย.นี้

 นายอับดุลเลาะ ยัง กล่าวว่าทั้งนี้บ้านเรือนของชาวบ้านจำนวนกว่า 15 หลัง ในหมู่บ้านของตนเองถูกน้ำท่วมทุกปี เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่มและที่ผ่านมาภาครัฐเคยเข้าไปสำรวจความเสีย หายของบ้านเรือนและจะจ่ายค่าเยียวยาให้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการดูแลแต่อย่างใดจึงขอวอนให้ภาครัฐเข้าไปดูแลความเดือด ร้อนของประชาชนในพื้นที่ด้วย

น้ำแม่น้ำปัตตานีล้นท่วมเขตเมืองอ่วม

 ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ว่า ตามที่มีน้ำจากตอนบน คือจังหวัดยะลา และเขื่อนยะลา ได้ระบายน้ำออกมาลงสู่แม่น้ำปัตตานี และมีน้ำป่าไหลหลากอีกทางหนึ่ง เพื่อระบายลงสู่ทะเล ผ่านเมืองปัตตานี ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นมากเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในเขตเทศบาล เมืองปัตตานีแล้ว ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำปัตตานี บ้านเรือนราษฏร ถนนจมอยู่ในน้ำ   ทั้งในแขตตำบลจะบังติกอ, ตำบลสะบารัง และตำบลอาเนาะรูบางส่วน โดยเฉพาะ ถนนหลังวัง ถนนหน้าวัง   ถนนกลาพอ ถนนโรงอ่าง   รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้   บ้านเรือนราษฏรจมอยู่ในน้ำ   เกือบพันครัวเรือน   โดยเฉพาะถนนหลังวัง พื้นที่ราบลุ่ม ระดับน้ำสูง 1.50 เมตร    ประชาชนเดือดร้อนหนัก ต้องอพยพชาวบ้านบางส่วนอยู่บ้านญาติ จำนวน50 ครัวเรือน และยังมีถนนหลายสายในเขตเทศบาล ที่อยู่ริมแม่น้ำ ระดับน้ำสูง 30 ซม. ประชาชนออกมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำยิ่งสูงขึ้น สถานการร์น้ำที่ท่วมเข้าเมืองมากขึ้น   ถนนในเขตเทศบาลเกือบทุกสายมีน้ำท่วม ระดับน้ำ30- 50 ซม. เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ร้านค้าต่างๆ น้ำเข้าไปในเข้าในร้าน สร้างความเสียหายไปตามๆกัน ถนนที่เข้าตัวเมือง ปัตตานี3 เส้นทาง รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ ต้องอ้อมเมือง 

 นอกจากนั้นเฉพาะพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งท่วมอยู่แล้วได้ท่วมมากขึ้น ระดับน้ำสูงขึ้นระดับน้ำ 2เมตรในเขต   อ.ยะรัง ที่ ต.คลองใหม่, ต.ประจัน,   เช่นเดียวกับที่ ต.ปะกาฮารัง, ต.บาราเฮาะ ต.ตะลูโบ๊ะ ระดัยน้ำสูงขึ้น ถึง 2 เมตร   ระดับน้ำสูงขึ้นมาก บ้านเรือนราษฏร จมอยู่ในน้ำ   ถนนในหมู่บ้านผ่านไปมาไม่ได้ ประชาชนต้องใช้เรือเป็นพาหนะ ขณะรายงานข่าวระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีกำลังสูงขึ้น ประกอบกับมีฝนตกลงมาเป็นระยะๆ

"ปภ."เผยน้ำท่วมคลี่คลายแล้ว19จังหวัด 

 นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม – ปัจจุบัน มีพื้นที่ประสบภัยรวม 39 จังหวัด 384 อำเภอ 2,859 ตำบล 24,887หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 1,814,851 ครัวเรือน 6,123,457 คน ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว 20 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร เพชรบูรณ์ ระยอง จันทบุรี ตราด ตาก ชลบุรี ลำพูน เชียงใหม่ สระแก้ว นครนายก กำแพงเพชร พิษณุโลก หนองบัวลำภู ปราจีนบุรี สมุทรปราการ นครปฐม อุทัยธานี บุรีรัมย์ และฉะเชิงเทรา อย่างไรก็ตาม ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 19 จังหวัด 94 อำเภอ 716 ตำบล 5,494 หมู่บ้าน 545,447 ครัวเรือน 1,694,199 คน โดยมีพื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหาย 6,316,156 ไร่

 พื้นที่ลุ่มน้ำชีหลายจุดเริ่มวิกฤติแล้ว

 นายเมธี สุพรรณฝ่าย นายอำเภอกันทรวิชัย กล่าวว่า อำเภอกันทรวิชัย มีพื้นที่อยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำชีระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้ มวลน้ำก้อนใหญ่ที่มาจาก จ.ขอนแก่น ผ่านอ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ถึงช่วงรอยต่อ อ.กันทรวิชัย แล้ว ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดไปแล้วจำนวน 5 หมู่บ้าน คือ บ้านใคร่นุ่น หมู่ 10 และหมู่ 15 บ้านโขงใหญ่ หมู่ 12 บ้านโขงกุดเวียน หมู่ 6 และบ้านหนองหญ้าม้า หมู่ 11 การสัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้านและตัวอำเภอมีเพียงทางเรือ โดยทางอำเภอได้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้จัดหาเสื้อชูชีพมาให้กับราษฎรจำนวน 80 ชุด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

 นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่การเกษตรยังจมอยู่ใต้น้ำ กว่า 24,000 ไร่ใน 5 ตำบล คือ ต.ขามเรียง ต.มะค่า ต.ขามเฒ่าพัฒนา ต.เขวาใหญ่ และตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำในลำน้ำชียังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เฉพาะเมื่อคืนที่ผ่านมาน้ำชีได้ทะลักเข้าท่วม ต.ขามเรียง และตำบลมะค่า พื้นที่นาข้าวเสียหายไปกว่า 8,000 ไร่ ชาวนาต้องเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วม แล้วนำไปตากในที่สูง ซึ่งส่วนใหญ่เมล็ดข้าวจะยังไม่โตเต็มที่ แต่ก็ต้องเก็บเกี่ยวก่อนที่ผลผลิตจะเสียหาย

 อย่างไรก็ดีสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม ได้เดินทางไปมอบถุงยังชีพ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในเขตอำเภอกันทรวิชัยที่ประสบปัญหาน้ำท่วมที่ตำบลมะค่า และตำบลท่าขอนยางรวม 575 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในเบื้องต้น