
เศรษฐกิจใต้จมน้ำเสียหายหมื่นล้าน
แม้มูลค่าความเสียทางชีวิตและความรู้สึกจากเหตุการณ์น้ำท่วมจะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ อีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาในการเยียวยาเพื่อบรรเทาให้อาการทางจิตใจค่อยทุเลาเบาบางลง ในขณะที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ถูกกระแสน้ำพัดพาจากไปในช่วง1-4พฤศจิกายนที่ผ่านมามีมู
เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่อย่างรุนแรงเป็นประวัติการณ์ครั้งไม่เพียงแค่จมย่านเศรษฐกิจการค้าอันเลื่องชื่อทั้งตลาดสันติสุข-กิมหยง ให้จมอยู่ใต้บาดาลนานนับวันแล้ว บรรดาห้างร้าน สถานประกอบการชื่อดังมากมายล้วนได้รับผลพวงจากอุทกภัยถ้วนหน้าเช่นเดียวกัน และไม่เว้นถึง”ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้”ก็หนีไม่พ้นหางเลขจากปรากฎการณ์น้ำทักท่วมหัวเมืองเศรษฐกิจของภาคใต้ในครั้งนี้
จึงไม่น่าแปลกใจที่ระบบเศรษฐกิจในอำเภอหาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียงจะตกอยู่ในภาวะชะงักงัน และต้องรอเวลาฟื้นฟูเพื่อให้ทุกอย่างกลับสู่วงล้อเดิมขับเคลื่อนให้ภาวะเศรษฐกิจ การค้า ก้าวเดินต่อไปได้หลังน้ำลด
นายปราณีต โชติกีรติ ผู้อำนวยการอาวุโสธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ วิเคราะห์สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่หาดใหญ่ และภาคใต้โดยรวมหลังจากได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมให้ฟังว่า นอกจากหาดใหญ่จะเป็นศูนย์กลางทางการค้าสำคัญของภูมิภาคนี้จะตกอยู่ในภาวะชะงักงันชั่วคราวแล้ว ยังมีจังหวัดอื่นๆในภาคใต้เผชิญภาวะอุทกภัยครั้งนี้เช่นเดียวกัน จึงส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจในภาคใต้ทั้งระบบอย่างเลี่ยงไม่ได้
เนื่องจากเศรษฐกิจของภาคใต้ส่วนใหญ่มาจากภาคการเกษตร เช่น ปาล์ม ยางพารา รวมถึงภาคประมง และที่สำคัญที่สุด คือ ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนได้รับผลกระทบโดยตรงจากอุทกภัยครั้งนี้ทั้งสิ้น
นายประณีต มองว่าอุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้รุนแรงอย่างเห็นได้ชัดทั้งในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของฝั่งอ่าวไทย ในขณะที่ปัตตานีเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมกรประมง ส่วนพัทลุง และสงขลามีพื้นที่กสิกรรม และอุตสาหกรรมทางการเกษตรสำคัญหลายประเภท ดังนั้นเมื่อต่อจิกซอว์ระบบเศรษฐกิจของภาพใต้โดยรวมทั้งหมดเข้าด้วยกันจะพบว่าน้ำท่วมครั้งนี้ล้วนกระทบต่อแหล่งสร้างรายได้สำคัญของภูมิภาคนี้แทบทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ผอ.อาวุโส ธปท.ภาคใต้ ระบุว่าขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ เนื่องจากภาวะอุทกภัยที่เกิดขึ้นยังไม่ยุติ จึงจำเป็นต้องติดตามและสำรวจข้อมูลอย่างละเอียดจึงจะสามารถฟันธงได้ว่าความเสียหายทั้งหมดมีมูลค่ามหาศาลเพียงใด
โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบด้านการท่องเที่ยวที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งมีหลายภาคส่วนที่ประเมินความเสียหายว่าอาจมากหรือน้อยกว่าความเสียหายเมื่อครั้งเกิดอุทกภัยเมื่อปี2543 ที่กำหนดตัวเลขความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 14,000 ล้านบาทและครั้งนี้ตัวเลขความเสียหายอาจใกล้เคียงกัน
“ โดยส่วนตัวผม ณ เวลา นี้ยังไม่อยากพูดถึงเรื่องความเสียหายในแง่ของเศรษฐกิจเพราะเป็นสิ่งที่ต้องสูญเสียอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงอยากจะรอข้อมูลที่ชัดเจนจากทุกจังหวัดอีกครั้งเพื่อจะได้ประเมินค่าความเสียหายให้แม่นยำ โดยในช่วงเวลานี้อยากให้ความสำคัญกับความรู้สึกของผู้ประสบภัยเป็นลำดับแรก และที่สำคัญอยากจะเร่งให้เกิดการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ก่อนเพื่อให้กำลังใจผู้ปะสบภัย ” นายปราณีต กล่าว
และที่สำคัญความรุนแรงของอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหาดใหญ่หนนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ ต้องประกาศปิดทำการในวันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2553
ขณะนายไชยยศ สินเจริญกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา สะท้อนความรู้สึกหลังจากต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติว่า รู้สึกเศร้าใจที่ได้เห็นภาพความสูญเสียของประชาชนจากภาวะน้ำท่วม เมือง หาดใหญ่ครั้งใหญ่ในรอบ100 ปี หลังจากที่ได้ผ่านวิกฤติน้ำท่วมหนักเมื่อปี2543 มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นยังตราตรึงอยู่ในความรู้สึกโดยไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำอีกครั้ง
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา เชื่อว่าอุทกภัยครั้งนี้รุนแรงมากกว่าปี2543 เนื่องจากระดับน้ำในบางจุดท่วมสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ประเมินค่าความเสียหายแบบคร่าวๆว่ามูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า10,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน ส่วนจะพุ่งสูงถึง14,000 ล้านบาทเท่ากับความเสียหายเมือปี2543 หรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะวันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าภาพความสูญเสียรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
“ สิ่งที่ยืนยันได้100 เปอร์เซ็นต์ คือมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน เนื่องจากจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเมืองหาดใหญ่ทั้งแรม ที่พัก ห้างสรรพสินค้า แหล่งการค้าขายล้วนจมอยู่ใต้บาดาลทั้งสิ้น โดยเฉพาะแหล่งการค้าอย่างตลาดกิมหยงและสันติสุขที่เป็นเหมือนแหล่งดึงดูดรายได้หลักของเมือง ” นายไชยยศ กล่าว
ประธานสภาอุตสาหกรรมฯระบุอีกว่า ปัญหาน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีกหลายๆครั้ง หากไม่เร่งจัดการปัญหาอย่างมีระบบและถาวร โดยเฉพาะมาตรการผันน้ำจาก คลองอู่ตะเภา ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของหัวเมืองเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้เพื่อระบายน้ำออกจากคลองก่อนที่น้ำ จะ มุ่งสู่อำเภอหาดใหญ่
“ ปัจจัยน้ำท่วมหาดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีสาเหตุเดียว คือ น้ำล้นคลองอู่ตะเภาไหลทะลักท่วมบ้านประชาชนแม้ว่าในวันนี้จะมีการสร้างแนวเขื่อนกันน้ำสูงมากขนาดไหนก็ตามแต่เชื่อว่าภัยธรรมชาติในยุคจปัจจุบันที่แปรปรวนและปรวนแปรจะสามารถเอาชนะสิ่งกีดขวางต่างๆได้ไม่ยาก ยกเว้นการหาทางป้องกันอย่างมีระบบจึงจะชะลอความเสียหายได้ ” นายไชยยศ กล่าว
และอีกปัจจัยสำคัญ คือปัจจัยของสภาพแวดล้อมในปัจจุบันมีหลายพื้นที่ที่เคยเป็นป่าซึ่งดูดซับน้ำธรรมชาติไว้ได้ถูกแปรสภาพแบบ100เปอร์เซ็นต์ ให้เป็นพื้นที่ทำสวนยางและที่อยู่อาศัย ทำให้เป็นสาเหตุหนึ่งทีเป็นตัวแปรให้เกิดภาวะน้ำท่วมหนัก
“ สิ่งที่ได้เรียนรู้ชัดเจนที่สุดในการแก้ไขปัญหา คือ การสร้างคลองร.9 ,ร.1ที่ทำหน้าที่รองรับน้ำจากเขาคอหงส์ รวมถึงอ.นาหม่อมและอ.รัตภูมิ ซึ่งช่วยดึงน้ำส่วนหนึ่งไว้ไม่ให้สมทบกับน้ำที่ไหลลงสู่คลองอู่ตะเภาซึ่งหากมีคลองลักษณะเดียวกันนี้อีกก็จะเป็นการช่วยผันน้ำออกจากหาดใหญ่เพิ่มขึ้นอีกจนปัญหาน้ำทะลักท่วมหาดใหญ่จะถูกลืมไปในที่สุด”นายไชยยศ กล่าว
ด้านสมชาติ พิมพ์ธนพูนพร กรรมการผู้จัดการโรงแรมซากุระ แกรนด์วิว และในฐานะนายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ยอมรับว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงไฮซีซั่นของอำเภอหาดใหญ่ เนื่องจากตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงสิ้นปียอดจองห้องพักของโรงแรมในพื้นที่จำนวน10,000จะเต็มทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่จำนวนมหาศาล
“โรงแรมที่พักในหาดใหญ่เกินกว่าร้อยละ90เจอน้ำท่วมเหมือนกันทั้งหมด จึงต้องหยุดงดให้บริการลูกค้าในบางส่วน จึงกระทบต่อการเข้าพักของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะตลาดเพื่อนบ้านซึ่งขณะนี้ชลอการเดินทางเข้าพื้นที่เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์เรื่องอุทกภัยในภาคใต้”นายสมชาติ กล่าว
นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พื้นที่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหัวใจทางเศรษฐกิจของหาดใหญ่ ยังจมอยู่ใต้น้ำที่มีความสูงระดับ3เมตร ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการยังไม่สามารถประเมินตัวเลขหรือมูลค่าได้ เพราะบางรายถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัว
“ย่านสันติสุข กิมหยง แผงทอง พลาซ่าหาดใหญ่ ซึ่งเป็นย่านการค้าชื่อดังจมน้ำเสียหายอย่างยับเยินไม่สามารถให้บริการได้แล้ว ผู้ประกอบการบางรายถึงขั้นเจ๊งเพราะสินค้าบางประเภทเมื่อจมน้ำแล้วแทบไม่สมารถนำออกมาขายแบบเลหลังได้เลยเช่นเมล็ดถั่วเหลือง ช็อคโกแลต เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นต้น”นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าว
ดังนั้นเมื่อวิเคราะห์ภาพรวมที่เห็นหลังจากน้ำลดแล้ว คาดว่ามูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ การค้า ในพื้นที่หาดใหญ่จะไม่ต่ำกว่า10,000ล้านบาทอย่างแน่นอน



