
ยักษ์ถุงมือยางมาเลย์จ่อขึ้นราคาน้ำท่วมภาคใต้ไทยดันต้นทุนเพิ่ม
บริษัทผลิตถุงมือยางรายใหญ่ของมาเลย์เล็งขึ้นราคาอีกรอบ หลังน้ำท่วมภาคใต้ของไทย นักค้ายางระบุดันราคายางแผ่นสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นายลิม เชียง กวน กรรมการผู้จัดการ ท็อป โกลฟ ผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ที่สุดในโลก กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมว่าจะต้องปรับราคาอีกหรือไม่ หลังจากที่บริษัททบทวนราคาถุงยางไปแล้ว 2 ครั้งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้อุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยางของมาเลเซียซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ต้องอาศัยยางส่วนใหญ่จากไทย รถบรรทุกยางต้องวิ่งข้ามพรมแดนไทยและมาเลเซียเกือบทุกวัน เพื่อขนส่งยางโดยเฉลี่ย 1,000-1,500 ตัน โดยภาวะน้ำท่วมหนักในไทยถือเป็นปัจจัยซ้ำเติมผู้ผลิตถุงมือยางมาเลเซีย ที่ประสบปัญหาต้นทุนยางดิบพุ่งสูงขึ้นอยู่ก่อนแล้ว
เทรดเดอร์ในภูมิภาค กล่าวว่า การขนส่งยางชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ผลจากน้ำท่วมสูงในพื้นที่เพาะปลูกหลักทางภาคใต้ของไทย ส่งผลให้ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ของไทยพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์รายหนึ่ง กล่าวว่า หากสถานการณ์เลวร้ายลง ก็จะส่งผลกระทบทางอ้อม เนื่องจากปริมาณสินค้าที่ลดลง จะทำให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทยางโดยมากมักเก็บสต็อกสินค้าประมาณ 1 เดือน หากปริมาณสินค้าตึงตัวนานกว่านั้น ก็จะส่งผลกระทบต่อบริษัท
ลาเท็กซ์ พาร์ตเนอร์ส ผู้ผลิตถุงมือยางรายย่อยของมาเลเซีย เผยว่า บริษัทยังไม่เจอปัญหาการส่งยางล่าช้าจากภาคใต้ของไทย การขนส่งยังเป็นไปตามกำหนด แต่บริษัทก็ระมัดระวังเรื่องราคา โดยราคาในปัจจุบันมีระดับสูงอยู่แล้ว และคาดว่ามีความเป็นไปได้ที่ราคายางจะพุ่งถึง 8 ริงกิตต่อกิโลกรัม แม้ไม่มีปัญหาน้ำท่วม บริษัทไม่คาดว่าราคายางจะปรับตัวลงในเร็วๆ นี้



