ข่าว

ยี่กอฮง

ยี่กอฮง

05 พ.ย. 2553

วันก่อนผมไปชมการแสดง “ข้าวต้มชามแรก” ในงาน “1 ทศวรรษความดี 100 ปี ป่อเต็กตึ๊ง” ซึ่งเวทีของการแสดงตั้งอยู่บนถนนพลับพลาไชย บริเวณหน้าโรงพักพลับพลาไชย กับวัดคณิกาผล เลยทำให้อดนึกถึงประวัติของสถานที่ทั้งสองแห่งนี้ขึ้นมาไม่ได้

 สถานที่ที่เป็นโรงพักพลับพลาไชยในปัจจุบันนี้นั้น แต่เดิมในอดีต เคยเป็นที่ตั้งบ้านของ "ยี่กอฮง" ผู้นำชาวจีนในกรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ 6 ยี่กอฮง เป็นคนแต้จิ๋ว แซ่แต้ มีชื่อในภาษาจีนว่า หงี่ฮง ว่ากันว่ายี่กอฮงเกิดที่กวางตุ้ง ในปี พ.ศ.2394 แต่ก็มีบางหลักฐานแสดงว่าท่านเกิดในประเทศไทย แถวหัวมุมสี่กั๊กพระยาศรี ที่ร้านขายผ้าของบิดา เมื่อบิดาเสียชีวิต จึงเดินทางไปประเทศจีน จนอายุได้ 16 ปี จึงได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง โดยขึ้นไปอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ และแต่งงานกับบุตรีคหบดีย่านสันป่าข่อย และพำนักอยู่ที่เชียงใหม่เป็นเวลา 14 ปี จึงย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยผูกแพอยู่หน้าจวน ท่านเจ้าคุณโชฎึกราชเศรษฐี แถววัดอรุณราชวราราม แล้วขยับขยายมาปลูกตึกอยู่ที่พลับพลาไชย

 หงี่ฮง เคยเข้าร่วมขบวนการต่อต้านราชวงศ์ชิง-กอบกู้ราชวงศ์หมิง โดยเป็นสมาชิกในสมาคมลับแห่งหนึ่ง แต่ด้วยลักษณะความเป็นผู้นำ ทำให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “ยี่กอฮง” หรือหัวหน้าคนที่สอง แม้ภายหลังจะมีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าใหญ่ของสมาคม ท่านก็พอใจที่จะอยู่ในตำแหน่งยี่กอฮงต่อไปตามเดิม

 เมื่อ ดร.ซุนยัดเซ็น เดินทางมาประเทศไทยก่อนการโค่นล้มราชวงศ์ชิง ได้มีความสนิทสนมกับยี่กอฮงเป็นอย่างมาก และได้ตั้งชื่อให้ยี่กอฮงว่า “ตี๊ย่ง” ซึ่งหมายถึงผู้มีสติปัญญาและความกล้าหาญ

 ยี่กอฮง ประกอบการค้าหลายอย่าง แต่ที่ทำให้สามารถสร้างฐานะจนร่ำรวยได้ คือการเป็นเจ้าภาษีโรงงานสุรา บอนเบี้ย โดยเฉพาะบ่อน “ฮวยหวย” เนื่องจากในตอนนั้น รัฐบาลประสบปัญหาวิกฤติการณ์ทางการเงินการคลัง จึงมีนโยบายเปิดบ่อนฮวยหวยเพื่อหาเงินเข้าคลัง และยี่กอฮงได้รับเลือกให้เป็นผู้ดำเนินการ  บ่อนฮวยหวยออกหวยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น สามารถทำรายได้เข้าท้องพระคลังเป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ยี่กอฮงเป็น "พระอนุวัฒน์ราชนิยม" และพระราชทานนามสกุลว่า “เตชะวนิช”

 เมื่อมีการออกพระราชบัญญัติเลิกอากรบ่อนเบี้ยและหวย ยี่กอฮงได้หันไปดำเนินกิจการต่างๆ เช่นการเดินเรือทะเล โรงสีข้าว ส่งสินค้าเข้า-ออก โรงจำนำ หนังสือพิมพ์รายวัน และโรงพิมพ์ มีกิจการในญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ เอ้เหมิน และซัวเถา

 ขณะเดียวกัน ท่านยังช่วยเหลือกิจการสาธารณกุศลอย่างแข็งขัน เช่นร่วมกับเพื่อนๆ ก่อตั้งโรงเรียนเผยอิง ศาลเจ้าเก่าถนนทรงวาด ก่อสร้างท่าน้ำฮั่วเซี้ยม ก่อตั้งโรงพยาบาลเทียนฟ้า รณรงค์หาเงินให้สภากาชาดไทย ก่อตั้งศาลไต้ฮงกง และคณะเก็บศพไต้ฮงกง ซึ่งได้พัฒนามาเป็นมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในเวลาต่อมา

 บั้นปลายของชีวิต ยี่กอฮงประสบปัญหาด้านการเงินจนถูกฟ้องล้มละลาย ทรัพย์สินถูกยึดเป็นของหลวง แต่เนื่องจากท่านได้ทำคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองไว้เป็นอันมาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ยี่กอฮงอาศัยอยู่ในตึกที่พลับพลาไชยต่อไปจนตลอดชีวิต

 ยี่กอฮง เสียชีวิตในปี พ.ศ.2479 และ หลวงอดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจในเวลานั้น ต้องการใช้บ้านของท่านเป็นโรงพักกลาง แทนโรงพักสามแยกที่ถูกไฟไหม้ จึงได้รื้อตัวตึกเดิมทั้งหมด แล้วสร้างอาคารใหม่ขึ้นมาแทน อย่างไรก็ตามบนชั้น 4 ของโรงพักพลับพลาไชยแห่งนี้ ยังมี ศาลเจ้ายี่กอฮง ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของตำรวจและประชาชนทั่วไปตั้งอยู่ด้วย

 สำหรับเรื่องวัดคณิกาผล คงจะต้องขอเล่าต่อในวันต่อไปครับ