
"คลิปพ่นพิษ"ส.ส.เพื่อไทยหลบฉาก
"ข่าวใหญ่" หลายเรื่องถูกกลบกลืนหายไปพร้อมกับอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ถูกตัดสิทธิ์จากกรณีถือหุ้นต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ, คลิปตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรต้านรัฐสภาลงนามเจบีซีไทย-เขมร 3 ฉบับ, 17 ส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ตั้งกลุ่ม “ไมตรีจิต” หวังลดความขัดแย้งในสังคม และข่าวส.ส.เพื่อไทยทยอยลาออกจากกรรมการบริหารพรรค เพราะกลัวพรรคถูกสั่งยุบ"
ความเคลื่อนไหวทั้งหมดถูกกลบด้วยข่าวน้ำท่วม!
ทั้งที่ทุกข่าวมีความเชื่อมโยงและสามารถคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดในอนาคต โดยเฉพาะการเตรียมแถลงปิดคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วยวาจาในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ พอจะเห็นทิศทางการเมืองไทยในอนาคตว่าจะเดินไปทางไหน
เพราะระหว่างการพิจารณาตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ได้เกิดเหตุการณ์เปิด "คลิปล็อบบี้ยุบพรรค" และ "คลิปตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" ที่โยงใยหลายฝ่ายเข้าไปเกี่ยวข้องจนส.ส.เพื่อไทยเริ่มหวั่นไหวว่าอนาคตการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงแค่พรรคเดียว
เนื่องจากส.ส.เพื่อไทย "จตุพร พรหมพันธุ์" และ โฆษกพรรค "พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์" เป็นผู้เปิดประเด็นเรื่อง "คลิป 2 ชุด" ก่อนจะมี "คลิป" ดังกล่าวออกมาเผยแพร่
จนเกิดกระแสข่าวมีส.ส.เพื่อไทย เสนอปลด "พร้อมพงศ์" ออกจากตำแหน่ง "โฆษกพรรค" ให้ไปทำหน้าที่ "โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย" เพียงอย่างเดียวหลังจากนำเรื่องคลิปการนัดพบระหว่าง "วิรัช ร่มเย็น" ทีมทนายความยุบพรรคประชาธิปัตย์กับ "น้องปอย" พสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ มาเปิดเผย เนื่องจากเกรงว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะถูกยุบพรรค
ซึ่งข่าวนี้ "พร้อมพงศ์" ก็หลุดปากยอมรับว่ามีส.ส.แสดงความไม่พอใจในที่ประชุมพรรค โดยเห็นว่าทำเกินหน้าที่อาจส่งผลกระทบต่อกรรมการบริหารพรรคและส.ส.หากพรรคถูกยุบ
แม้กระทั่ง "พร้อมพงศ์" ก็รู้สึกกังวลใจอาจจะทำให้พรรคถูกยุบแม้ว่าทุกครั้งที่จะออกมาแถลงข่าวจะมีการปรึกษาทีมกฎหมายของพรรคแล้วก็ตาม
แต่สุดท้าย "พร้อมพงศ์" ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าข่าวการปลดตนเองอาจจะมีขบวนการเลื่อยขาเก้าอี้หรืออาจมีใครไปรับงาน เพื่อไม่ให้มีการตรวจสอบเรื่องคลิปดังกล่าวหรือไม่
ความกังวลเรื่องพรรคเพื่อไทยอาจจะถูกศาลสั่งยุบ สอดรับกับข่าวกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยเริ่มทยอยลาออก "วิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน และสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" ที่ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น "รองหัวหน้าพรรค" โดยอ้างภารกิจที่รับผิดชอบมีมากมาย
บ้างมีเสียงซุบซิบถึงการนั่งตำแหน่ง "รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย" ในยุคที่มีรองหัวหน้าที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมา เพราะมีรองหัวหน้าถึง 14 คน ทั้งที่ยังหา "หัว" ไม่ได้
ทำให้ "รองหัวหน้าพรรค" ต้องทำหน้าที่ "ดูแลรับผิดชอบ" กลุ่มก๊วน ซึ่งถือเป็น "ภาระหนัก" ในสถานการณ์ที่ไม่มีอะไรแน่นอน ดีที่สุดคือ "ส.ส." ต้องรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีที่สุดอย่างสร้างศัตรูกับใคร เพราะในพรรคเพื่อไทยเองก็ยังไม่มีเอกภาพ อนาคตภายภาคหน้าเดาไม่ออกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพรรค
ดังนั้นสถานการณ์ของ "พรรคเพื่อไทย" ในขณะนี้ก็ถือว่ามีความล่อแหลมไม่น้อยไปกว่า "พรรคประชาธิปัตย์"
ทางออกที่ดีที่สุดคือ ต้องรักษาตัวไม่สร้างศัตรูใสถานการณ์สุ่มเสี่ยง จึงไม่แปลกที่มีการตั้ง "กลุ่มไมตรีจิต” หวังลดความขัดแย้งในสังคม โดย "ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย" ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย เป็นการรวมกลุ่มของ 17 ส.ส.จากฝ่ายค้านและรัฐบาล เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในสภาผู้แทนราษฎรเป็นอันดับแรก
ด้านหนึ่งของ "เพื่อไทย" ก็ต้องการแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะสร้างความปรองดองกับเพื่อนสมาชิก หลังจากถูกมองว่าเป็นแนวร่วมเคลื่อนไหวกับ "กลุ่มคนเสื้อแดง"
ถือเป็นการเล่นสองบท เพื่อหวังผลในอนาคต แต่สถานการณ์ล่อแหลมทางการเมืองที่ยากจะคาดเดาดีที่สุดคือทุกคนต้องรักษาตัวสร้างศัตรูให้น้อยที่สุด !
ณยา จิตตานนท์



