ข่าว

อะไรๆก็‘คาดไม่ถึง’

อะไรๆก็‘คาดไม่ถึง’

05 พ.ย. 2553

น้ำท่วมหนักเกือบทั่วประเทศคราวนี้หนักหนาสาหัส เหลือเพียงกรุงเทพฯ เมืองหลวงเท่านั้นที่เป็นไข่แดง ถูกน้ำล้อมรอบ เพราะพื้นที่รอบนอกเสียสละ

 ถ้าน้ำท่วมกรุงเทพฯ เหมือนหาดใหญ่ ซึ่งจมน้ำลึกกว่าปี 2543 ความเสียหายต่อระบบ ชีวิตของประชาชน ต้องมากกว่า 10 ล้านคนแน่นอน

 ถ้ากรุงเทพฯ น้ำท่วม จังหวัดรอบนอกก็ไม่รอดแน่!

 จริงอยู่ น้ำท่วมเกิดจากฝนตกหนัก จากไต้ฝุ่นหรือพายุดีเปรสชัน แต่การที่มีน้ำไหลหลากในเวลารวดเร็ว ขาดพื้นที่สำหรับอุ้มหรือซับน้ำนั้น ต้องโทษตัวเราเองว่าได้เอาเปรียบธรรมชาติเกินไป ในระยะ 40-50 ปี ต่อเนื่อง

 เราตัดไม้ทำลายป่าเร็วที่สุด มากที่สุด ในกลุ่มประเทศอาเซียน จนเหลือพื้นที่ป่าไม่ทั่วประเทศไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆ ที่เรามีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด

 เราเปิดป่าให้บริษัทฝรั่งเข้าไปตัดไม่สักในภาคเหนือ จากนั้นให้สัมปทานบริษัทเอกชน องค์การทหารผ่านศึก และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เข้าไปล้างผลาญอย่างไร้ระบบ ตัดต้นไม้ แต่ไม่มีโครงการปลูกป่าทดแทน

 เรามีลูกหลานของพระยาล้านตอ ร่ำรวยจากธุรกิจสัมปทานป่าไม้และโรงเลื่อยอยู่ในวงการเมืองทุกวันนี้ โดยที่คนไทยต้องรับมรดกบาปจากความทุกข์ยากลำบากเพราะน้ำท่วม แห้งแล้ง อากาศร้อนที่สุดในอาเซียน

 เอาเป็นประเทศเดียวในอาเซียน ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 40-43 องศาเซลเซียส เกือบเท่าทะเลทรายในอินเดีย และจีน มองภาพถ่ายทางอากาศแผ่นดินไทยเป็นสีน้ำตาล เพราะพื้นที่เขียวของป่าหายไป

 ป่าภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน เป็นภูเขาหัวโล้น ส่วนหนึ่งมาจากการทำไร่เลื่อนลอยโดยชาวเขา การตัดไม้โดยสัมปทานและการลักลอบตัด ป่าเขาค้อในเพชรบูรณ์ ป่าดงพระยาเย็น ดงพระยาไฟ วังน้ำเขียว กลายเป็นภูเขาดิน ถูกบุกรุกจับจอง โดยเอกชน ทำธรุกิจรีสอร์ท

 เรากำลังรับกรรมต่อเนื่องจากการล้างผลาญธรรมชาติอย่างไร้จิตสำนึก! คนเมืองกรุงได้รับรู้ปัญหา แต่ยังไม่ได้รับผลกระทบ ตราบใดที่เมืองไม่จมน้ำ

 กรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นความไม่เอาไหนของหลายฝ่ายในภาคราชการ เริ่มต้นจากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งไม่ได้เน้นถึงภัยจากพายุซึ่งหอบฝนเข้ามาในพื้นที่ภาคไต้ มองว่าเป็นเพียงฝนตกหนัก นึกว่าจะไม่รุนแรง

 ถ้าเป็นประเทศซึ่งระวังภัย เขาจะประกาศล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ เตือนถี่ยิบ ให้ประชาชนเตรียมรับสถานการณ์ จะได้ไม่เสียหายอย่างที่เป็นอยู่
 ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ การเตือนภัยกลายเป็นเหมือนภาวะปกติธรรมดา แม้แต่นายกเทศมนตรี และชาวหาดใหญ่ก็ไม่คาดคิดว่าจะเลวร้ายขนาดนี้

 กว่าจะได้ฟังประกาศธงเหลือง และธงแดง ก็ย่างเข้าช่วงบ่ายวันจันทร์ สายเกินไป เพราะระดับน้ำสูงจาก 1 ฟุต จนเกิน 1 เมตร ภายใน 2 ชั่วโมง

 ทำเป็นเล่นไป แม้แต่รัฐบาลก็ “คาดไม่ถึง” เหมือนกันนิ! อิอิอิ!!!