
กทช.เสนอค่ายมือถือยืดค่าบริการน้ำท่วม
น้ำป่าจากอำเภอควนขนุน และอำเภอศรีบรรพต เข้าไหลบ่าสมทบกับน้ำที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เข้าท่วมบ้านหัวป่าเขียว หมู่ที่ 7 ตำบลทะเลน้อย ได้รับความเสียหาย ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา ได้สรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมจ.สงขลา ล่าสุดมีทั้งหมด 10 ราย
(4พ.ย.) นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากปัญหาน้ำท่วมเกือบทุกภาคของประเทศไทยในขณะนี้ ว่ากทช.เสียใจกับผู้ที่ประสบภัยในครั้งนี้และเห็นว่าปัญหาที่จะตามมาหลังจากนี้ก็คือประชาชนจะขาดรายได้และเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ
ดังนั้นเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระดังกล่าวจึงได้เสนอมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติพิจารณาแล้ว โดยมาตรการสำคัญคือจะขอความร่วมมือจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมทุกรายกำหนดมาตรการผ่อนผันค่าบริการที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาการเกิดภัยพิบัติทั้งหมด เช่น ขอให้มีการชะลอการระงับบริการของผู้ใช้บริการระบบรายเดือนที่ค้างชำระค่าบริการ(โพสเพด)และชะลอระงับบริการของผู้ใช้บริการระบบเติมเงิน(พรีเพด)ที่ระยะเวลาของการบริการสิ้นสุด นอกจากนี้ก็ขอให้ผ่อนผันการเก็บค่าบริการสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมอีกด้วย
กรรมการกทช.กล่าวต่อไปว่านอกจากมาตรการดังกล่าวแล้ว ยังได้เสนอให้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมจัดตั้งสถานีฐานสำรองเพิ่มเติมจากปกติเพื่อทดแทนสถานีฐานที่ได้รับความเสียหายเพื่อให้การติดต่อสื่อสารในเขตพื้นที่ภัยพิบัติเป็นไปด้วยความต่อเนื่องและเป็นการขยายช่องสัญญาณสำหรับบริการประชาชนให้มากขึ้น ขณะเดียวกันจะส่งเสริมบทบาทของนักวิทยุสมัครเล่นซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือน้ำท่วมในครั้งนี้ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดเพื่อกำกับและพัฒนากิจการวิทยุสมัครเล่นรองรับปฏิบัติการในกรณีเกิดภัยพิบัติ รวมทั้งการจัดทำแผนปฏิบัติการภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินอย่างเป็นระบบเนื่องจากในปัจจุบันนี้สมาคมวิทยุสมัครเล่นมีเครือข่ายอยู่ทุกจังหวัดนับแสนคนหากเกิดภัยพิบัติร้ายแรงในอนาคตจะสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
น้ำป่าไหลซ้ำส่งผลให้ตำบลทะเลน้อยน้ำท่วมสูง
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมจากจังหวัดพัทลุง ตอนเย็นของวันนี้ น้ำได้ไหลทะลักจากพื้นที่ด้านบนของอำเภอควนขนุน และอำเภอศรีบรรพต เข้าไหลบ่าสมทบกับน้ำที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เข้าท่วมบ้านหัวป่าเขียว หมู่ที่ 7 ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวเข้าขั้นวิฤกต มีระดับน้ำสูงประมาณ 2 เมตร
ส่งผลทำให้ชาวบ้านที่อาศัยในที่น้ำท่วมสูง ต้องเร่งอพยพออกจากบ้านจำนวน 45 ครัวเรือน 200 คน มาพักอาศัยชั่วคราว ณ.ศูนย์ศิลปะชีพบ้านหัวป่าหัวเขียว อ.ควนขนุน ชั่วคราว ในขณะที่ชาวบ้านบางส่วนที่ไม่ยอมทิ้งบ้านอพยพ เนื่องจากห่วงสิ่งของภายในบ้าน และยังพอสามารถหลับนอนได้ เจ้าหน้าที่จึงนำถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่ม ส่งถึงบ้านเรือน
สำหรับพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลทะเลน้อย มีประชาชนจำนวน 146 ครัวเรือน 423 คน ซึ่งลักษณะของพื้นที่อยู่ติดริมทะเลสาบ และเป็นที่ราบลุ่ม หากเกิดน้ำท่วมแต่ละครั้งกว่าจะลดลงเข้าสู่สภาวะปกติใช้เวลานานกว่า 2 สัปดาห์ แต่ละครั้งนี้มีปริมาณน้ำมากเกิน 2 เมตร และมีน้ำทะเลหนุนด้วยคาดว่าน้ำจะท่วมอยู่นานเป็น 1 เดือน
ส่วนการช่วยเหลือ นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ได้นำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค และที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ แจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ หมู่ 7 จำนวน 200 ชุด พร้อมยารักษษโรคอีกจำนวนหนึ่ง และยังแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่บ้านใกล้เคียง รวม 1 , 000 ชุด
นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี นายก อบจ.พัทลุง กล่าวว่า พื้นที่บ้านหัวป่าเขียวเป็นพื้นที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากจะน้ำท่วมขังสูงเป็นเวลานานเกือบทุกปี และเกิดโรคที่มากับน้ำทำให้ประประชาชนได้ความเดือดร้อนกว่าที่อื่น จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลทุกสัปดาห์ในช่วงเกิดอุทกภัย
ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม10ศพ
ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่คลี่คลายระดับน้ำในเขตตัวเมืองหาดใหญ่ทั้งชั้นนอกและชั้นในแห้งสนิทจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วโดยเฉพาะจุดที่วิกฤติหนักในย่านเขต 8 ถนนราษฎร์อุทิศ แต่ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ยังขาดอาหารและเครื่องดื่มรวมทั้งยารักษาโรค และปัญหาใหญ่ที่สุด ขณะนี้คือขยะจำนวนมหาศาลที่ไหลมากับน้ำโดยทางเทศบาลนครหาดใหญ่และทหารรวมทั้งกลุ่มอาสมัครได้เร่งเก็บกวาดขยะออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุดโดยเฉพาะในย่านเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวใจกลางเมืองหาดใหญ่ เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะโดยเร็วสุด
ขณะที่ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.สงขลา ได้สรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมจ.สงขลา ล่าสุดมีทั้งหมด 10 ราย ส่วนความเสียหายของทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตร กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจ อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายเกรงว่าจำนวนผู้เสียชีวิตน่าจะสูงกว่านี้เนื่องจากยังมีผู้ที่ยังคงสูญหายอีกบางส่วนด้วย
เศร้าเขาถล่มคร่าชีวิตชาวบ้าน5ศพรวมเด็กแฝด
ส่วนเหตุการณ์ดินจากภูเขาเขาแดง สไลต์ลงมาทับบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ ม. 7 ต.หัวเขา เมื่อคืนวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา นายเสริมศักดิ์ จันทร์สว่าง นายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร เปิดเผยว่า จากการสำรวจพบว่าได้สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ ม. 7 ที่อยู่ติดภูเขาเสียหาย 11 หลัง โดยพังทั้งหลัง 5 หลังและเสียหายบางส่วน 6 หลัง
โดยมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 ราย ประกอบด้วย นางวรนุช เขี้ยวแก้ว อายุ 35 ปี พร้อม ด.ช.ณัฐพล เขี้ยวแก้ว อายุ 1 ขวบ ทั้งสองอยู่ในบ้านเลขที่ 80 / 1 ส่วน ส่วนอีกครอบครัวคือ นางบุบผา บุญรังสี อายุ 70 ปี พร้อมหลานชายฝาแฝดอีกสองคนคือ ด.ช.พิพัทธรงค์ และ ด.ช.พิพัทธพงษ์ บุญรังสี อายุ 3 ขวบ ซึ่งขณะเกิดเหตุอาศัยอยู่ในบ้านพักเลขที่ 29 / 1 โดยมีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้อีก 7 คน
นำสินค้าน้ำท่วมขายเลหลังต่อชีวิต
ส่วนบรรยากาศตามย่านการค้าเช่นถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ตลาดกิมหยง และหน้าตลาดพลาซ่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้นำสินค้าโดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ออกมาเลหลังขายริมถนนในราคาถูกโดยมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเลือกซื้อเป็นจำนวนเป็นจำนวนมากทำให้การจราจรได้เขตตัวเมืองหาดใหญ่กลายเป็นอัมพาตติดขัดทั้งเมืองจากจำนวนรถยนต์ของประชาชนจากทั่วทุกสารทิศทั้งที่เข้ามาหาซื้อสินค้าและดูสภาพความเมืองหลังน้ำท่วมและมาเยี่ยมญาติพี่น้องที่ไม่สามารถติดต่อกันได้
กรมการข้าวห่วงเกษตรกรปลูกข้าวประสบปัญหา“ข้าวกระทบหนาว”
นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว หลายพื้นที่สภาพอากาศเริ่มมีอุณหภูมิลดลง กรมการข้าวมีความเป็นห่วงเกษตรกรที่ปลูกข้าวจะประสบกับปัญหา “ข้าวกระทบหนาว”ไม่ได้ผลผลิตเต็มที่ โดยพันธุ์ข้าวที่มีความอ่อนแอต่อสภาพอากาศหนาวเย็น ได้แก่ พันธุ์พิษณุโลก 2 ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับข้าวทุกระยะ ดังนั้นเกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงนาและสังเกตความผิดปกติของต้นข้าว เพื่อตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงทีสำหรับอาการของต้นข้าวที่ได้รับผลกระทบ หากเกิดกับข้าวอยู่ในระยะกล้าจะทำให้ต้นข้าวชะงักการเจริญเติบโต แคระแกรน ใบเหลือง และอาจหยุดการเจริญเติบโตจนถึงตายได้ในกรณีที่อุณหภูมิลดต่ำลงมาก ถ้าเกิดในระยะออกดอกหรือระยะผสมเกสร จะทำให้การผสมไม่ติดและเกิดเมล็ดลีบมาก
อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า เกษตรกรที่เตรียมจะปลูกข้าวในขณะนี้ควรติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากข้าวที่ปลูกอาจจะประสบปัญหาชะงักการเจริญเติบโต นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 โดยสามารถใช้พันธุ์อื่นที่สามารถทนสภาพอากาศหนาวได้ดีกว่า เช่น กข31(ปทุมธานี 80) ส่วนข้าวที่ชะงักการเจริญเติบโตในขณะที่อุณหภูมิยังไม่สูงขึ้นควรชะลอการใส่ปุ๋ยจนกว่าอุณหภูมิจะสูงอยู่ในระดับปกติเนื่องจากข้าวจะไม่ตอบสนองต่อปุ๋ยในภาวะอากาศหนาวเย็นเมื่ออุณหภูมิปรับสูงขึ้นตั้งแต่20 องศาเซลเซียสขึ้นไปแล้วข้าวจึงจะมีการเจริญเติบโตและตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดีเกษตรกรที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน่วยงานของกรมการข้าวใกล้บ้านหรือศูนย์บริการชาวนา 50 แห่งทั่วประเทศ



