
สุเทพอุ้มบุญจง-เกื้อกูลอ้างยังไม่คุยกัน
สุเทพ อุ้ม บุญจง-เกื้อกูล อ้างยังไม่คุยกัน โบ้ยเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคไปคุยกันเอง ย้ำตัวเองไม่ใช่ บรรทัดฐาน อ้างเจียมตัวเพราะทำงานใกล้ชิด มาร์ค ทำอะไรระวัง หวั่นกระทบ นายกฯ ปัดตอบ บุญจง ไม่ลาออก อาจมีผลได้ผลเสียหาก ลงลต. เขิน ถูกสื่อทักกลับ
(4พ.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าได้มอบหมายให้นายสุเทพ ไปพูดคุยกับนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม ภายหลังวินิจฉัยให้พ้นจากสมาชิกภาพ ว่าจะต้องลาออกหรือยึดบรรทัดฐานของนายสุเทพหรือไม่ว่า 1.ตนไม่ใช่บรรทัดฐาน และอยากจะเรียนว่ากรณีของตน จะเอามาเป็นมาตรฐานหรือบรรทัดฐานไม่ได้ ตนเจียมตัวเพราะตนทำงานอยู่ใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี คนก็ว่าตนเป็นผู้จัดการรัฐบาล เพราะฉะนั้นเวลาตนทำอะไรจึงต้องระมัดระวังเพราะว่า จะทำให้นายกฯพลอยถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปด้วย
เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 2.ตนมีหน้าที่ดูแลให้รัฐบาลมีความมั่นคง แต่ถ้าตนในฐานะที่คนเขาเรียกว่าเป็นผู้จัดการรัฐบาลไปทำอะไรเสียเอง และเป็นผลไปกระทบรัฐบาลก้ไม่เหมาะสม เพราะฉะนั้นเมื่อตนลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็เลยลาออกจากรองนายกรัฐมนตรีเพื่อตัดปัญหา ทั้งนี้กรณีของนายบุญจง และนายเกื้อกูลนั้นเป็นคนละกรณีกับตน จะเอามาเทียบเคียงเป็นมาตราฐานเดียวกันคงไม่ได้ ที่พูดอย่างนี้ตนไม่ได้ไปปกป้องรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ตนยังไม่ได้คุยกับรัฐมนตรีเหล่านั้นเลยว่า ตกลงจะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.หรือไม่ ยังไม่ทราบเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าจะให้เป็นดุลพินิจของพรรคภูมิใจไทยเลยใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ไปคุยกันและปัญหาก็คือ ตนยังไม่ได้คุยกับทั้ง 2 ท่าน สื่อก็มาถามตน ตนก็เลยตอบไม่ถูก ก็ต้องให้ตนได้เจอก่อน ถึงจะได้ไปคุยแต่อย่างไรตนก็ต้องทำตามที่นายกฯสั่ง ไปพูดไปคุยปรึกษาหารือกันว่าทำอย่างไรถึงให้ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของท่านที่บอกว่าตัดสินใจลาออกจากรองนายกฯ ก่อนที่จะไปลงสมัครส.ส. เพราะเห็นว่าจะเกิดปัญหากับรัฐบาล คนเป็นรัฐมนตรีแม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้จัดการรัฐบาล แต่อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล แล้วถ้าไม่ลาออกจากตำแหน่งแต่ไปลงสมัครส.ส. จะไม่เกิดปัญหาหรือ ถ้าดูหลักคิดเดียวกัน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ ความจริงแล้วเวลาสภาอยู่จนครบวาระ ทุกสมัยของรัฐบาลที่มาในประวัติศาสตร์ รัฐมนตรีทั้งหลายก็ยังเป็นรัฐมนตรีรักษาการอยู่ โดยไม่ต้องลาออก และไปสมัครส.ส.ได้ แต่กรณีของตนนั้นตนเป็นเป้าสายตาคน และคนเขานึกไปเองว่าเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง สามารถที่จะสั่งพลเรือนได้สั้งตำรวจได้ สั่งทหารได้ก็ไปวิพากษ์วิจารณ์มาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ในสังคมไทยตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลแน่นอน กับการลงพื้นที่อย่างกรณีของนายบุญจง เป็นรัฐมนตรีที่ดูแลฝ่ายปกครอง นายสุเทพ กล่าวว่า สังคมไทยก็ต้องมีเหตุผลถ้าสังคมช่วยกันสร้างกระแสและปั่นกระแส แล้วเล่นกันตามกระแสไปเรื่อยบ้านเมืองก็จะลำบาก ตนพูดอย่างนี้ในหลักการของตนไม่ได้ไปพูดคุยกับคนอื่น เมื่อถามว่า สิ่งที่นายกฯมอบหมายให้นายสุเทพ ไปพุดคุยกับนายบุญจงและนายเกื้อกูล คืออะไร เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก็ให้ตนไปประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลดูว่าในการเลือกตั้งซ่อม แทนตำแหน่งที่ว่างลง 4-5 ตำแหน่ง จะดำเนินการอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลักของนายกฯที่พูดคุยกับท่านเลขาธิการพรรคคืออะไร ท่านยังคิดหรือไม่ว่าคนเป็นรัฐมนตรี จะมีความได้เปรียบในการเลือกตั้งและควรจะลาออกก่อน ที่คุยกับตัวท่านเพื่อเป็นเกณฑ์ในการไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล มีหลักนี้อยู่ด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ท่านมอบให้ตนไปพูดคุยแต่ไม่ได้กำหนดหรือกำกับตนอย่างนั้น ถ้ากำกับอย่างนั้แล้วจะไปคุยทำไม เมื่อถามว่า หมายถึงว่าในส่วนของนายสุเทพ มองว่าไม่มีปัญหาถ้านายบุญจงและนายเกื้อกูล จะลงสมัครโดยไม่ลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อย่ารีบต้อนตนอย่างนั้นเลย เอาไว้ตนไปทำงานของตนก่อนดีกว่า ถึงจะมีคำตอบชี้แจงว่าเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า จะมีโอกาสพูดคุยเมื่อไหร่และต้องคุยโดยตรงกับรัฐมตรี หรือต้องไปคุยกับหัวหน้าพรรค นายสุเทพ กล่าวว่า ก็คุยกับตัวหัวหน้าพรรค คุยกับตัวผู้ที่มีปัญหาว่าจะลงสมัครหรือไม่ลงสมัคร เมื่อถามว่า จะได้บทสรุปกับพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อไหร่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จนกว่าจะได้คุยได้ คุยได้ก็จะสรุปได้ เมื่อถามว่า ในส่วนของตัวท่านจะกลับทำเนียบเมื่อไหร่ นายสุเทพ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “เป็นคำถามที่รีบถามผมมาก ผมก็ทำเองไม่ได้ ไม่ใช่ๆ ผมก็ทำงานตอนนี้ดีแล้ว มาทำศูนย์อำนวยการช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม”
เมื่อถามว่า ถ้าจำเป็นจะต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนตำแหน่งอื่น ควรจะรอทำไปพร้อมๆกัน ในส่วนของนายสุเทพด้วยหรือไม่ หรือควรจะทำในส่วนของนายสุเทพไปก่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “ไม่ทราบ นั่นนอกเหนืองานผมแล้วครับ” เมื่อถามว่า วันนี้ดูงานด้านความมั่นคงแล้ว มีอะไรที่ขาดตอนหรือไม่ในช่วงที่ท่านไม่อยู่ นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้ดูแลความมั่นคง ส.ส.ก็ไม่ได้เป็น รัฐมนตรีก็ไม่ได้เป็น เป็นเลขาธิการพรรคธรรมดาก็มาทำงานให้พรรคดูแล ช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วมอยู่ และเมื่อถามย้ำว่า ดูจากภาพรวมของประเทศในช่วงที่ท่านไม่ได้ดูแลด้านความมั่นคง มีอะไรขาดตอนหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ไม่มีอะไรขาดตอนทุกอย่างเป็นไปด้วยดี



