
ร้องรสนาสอบสัมปทานการท่าเรือกับบ.ลูกเทมาเส็ก
ป.ป.ช. เสนอมาตรการแก้ทุจริตห้ามขรก. ระดับสูงเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจและบริษัทลูกเกินสามแห่ง แถมให้ยกเลิกระเบียบจ่ายค่าเดินทางค่าเบี้ยเลี้ยงครอบครัวผู้บริหารในสามสิบวัน แนะคนทำโครงการรัฐทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยง เผยมาตรการระยะยาวปปช.มีมติให้ครม.ทบทวนบทบาทขอ
(4พ.ย.) ที่รัฐสภา นายภูโมกข์ นุ่นเจริญ ผู้ประสานงานกลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือ ต่อนางสาวรสนา โตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจ สอบเรื่องการทุจริตและ เสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เพื่อให้มีการตรวจสอบสัญญาสัมปทานระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย กับบริษัทในเครือของเทมาเส็ก ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งบริหารท่าเทียบเรือบี 1 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง มูลค่าการลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท
ด้านนางรสนา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ปปช.เคยชี้มูลการทุจริตในโครงการบริหารท่าเรือแหลมฉบังมาแล้ว ซึ่งกรณีนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่กรรมาธิการจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาตรวจสอบ และค้นหาข้อเท็จจริงต่อไป
ปปช.ชงแก้ทุจริตห้ามขรก.ระดับสูงนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจเกินสามแห่ง
เมื่อเวลา 15.00 น. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำโดยนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช.ได้ร่วมกันแถลงข่าวโดยนายปานเทพระบุว่า ตามพ.ร.บ. ป.ป.ช. มาตรา 19 ( 8 ) ระบุว่าปปช. มีหน้าที่เสนอมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ โดยในวันนี้เราจะเสนอแนะมาตรการ ที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง เป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง เนื่องจากที่ผ่านมาปปช.รับเรื่องร้องเรียนกรณีข้าราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ไปดำรงตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจ เกินกว่าสามแห่ง ซึ่งเป็นการละเลยไม่ปฏิบัติตาม มติ ครม. เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2523 ซึ่งมีผลทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานทั้งของต้นสังกัดและหของรัฐวิสาหกิจลดลง รวมทั้งเกิดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
นอกจากนี้ยังมีเรื่องร้องเรียนว่าบางรัฐวิสาหกิจได้กำหนดระเบียบว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการต่างประเทศของกรรมการผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ บางแห่งอนุญาตให้นำผู้ติดตาม หรือคู่สมรสได้เดินทางร่วมไปด้วยและสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ด้วย ซึ่งการกำหนดระเบียบดังกล่าวน่าจะไม่ถูกต้องปปช. จึงศึกษาเรื่องนี้และเสนอมาตรการต่อ ครม. เพื่อให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์แก้ไขการปฏิบัติ ทั้งระยะสั้นและยาว
ป.ป.ช ยังเสนอแนะแนวทางการบูรณาการติดตามประมินผลการป้องกันการทุจริตภาครัฐในโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการใหญ่ ๆ ที่ก่อนดำเนินงาน เจ้าของหน่วยงานต้องเสนอแนะแผนบริหารความเสี่ยงต่อการทุจริตต่อหน่วยงานที่เป็นผู้อนุมัติ ซึ่งหน่วยงานที่อนุมัติจะพิจารณาเมื่อแผนบริหารความเสี่ยงต่อการทุจริตสมเหตุสมผลจึงจะปล่อยงบประมานและต้องตรวจสอบว่ามีการดำเนินการตามนั้นหรือไม่ เพื่อให้การดำเนินการโครงการภาครัฐมีความโปร่งใสแต่ต้น
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า ปปช.มีมติให้เสนอ มาตรการข้อเสนอแนะ ครม. เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานของหน่วยราชการเพื่อป้องกันปราบปรามการทุจริต โดยในเรื่องการแต่งั้งขรก. ระดับสูงเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจเกิน 3 แห่งนั้นจากการตรวนสอบมีประเด็นว่า รัฐวิสาหกิจ ได้ตั้งบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจขึ้นมา โดยบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นมานั้นมีทั้งที่เป็นรัฐวิสาหกิจและไม่เป็น โดยในขณะนี้เรามีรัฐวิสาหกิจทั้งสิ้น 58 แห่ง โดยได้มีการตั้งบริษัทลูกที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจจำนวน 56 แห่งและมีอีก 109 แห่งที่ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ และบริษัทเหล่านี้ก็มีการตั้งข้าราชการระดับสูงเข้าไปเป็นกรรมการ โดยบางคนนั้นเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจสามแห่ง แต่เป็นกรรมการในบริษัทลูกรวมห้าถึงเจ็ดตำแหน่งก็มี นอกจากนี้ยังมีรัฐวิสาหกิจอีก 14 แห่ง ออกระเบียบข้อบังคับอนุญาตให้กรรมการพาญาติ หรือคู่สมรส ที่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าไปที่ร่วมเดินทางไปต่างประเทศได้ โดยรัฐวิสาหกิจจะเป็นผู้จ่ายค่าเดินทางทั้งหมด
นายกล้านรงค์กล่าวว่า เรามีมาตรการที่เสนอสองระยะคือระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้นเห็นว่า 1 . ควรห้ามไม่ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ผู้ใดเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ หรือนิติบุคคที่รัฐวิสาหกิจถือหุ้น โดยห้ามมิให้เป็นเกินกว่า 3 แห่ง เพราะหากเป็นกรรมการหลายแห่งย่อมมีผลกระทบต่อการทำงานในหน้าที่เพราะคนคนเดียวจะทำงานหลายแห่งให้มีประสิทธิภาพไม่ได้ โดยหากเป็นอยู่ก็ให้ลาออกจนเหลือไม่เกินสามแห่ง 2 . รัฐวิสาหกิจที่อยู่ในกำกับดูแลของหน่วยราชการใด จะแต่งตั้งคนที่อยู่ระดับสูงของหน่วยงานนั้นไปเป็นประธานกรรมการรัฐวิสาหกิจไม่ได้ เพราะถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนเนื่องจากรัฐวิสาหกิจทำหน้าที่แสวงหากำไร แต่หน่วยงานรัฐมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชน เมื่อหน้าที่ขัดกันจึงทำให้เกิดปัญหาว่าทางปฏิบัติทำให้เกิดประสิทธิภาพไม่ได้
3 .ควรห้ามไม่ให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบดำนินคดีไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจหรือนิติบุคคลของรัฐวิสาหกิจ เพราะหากได้ปฏิบติการไม่ชอบและต้องถูกตรวจสอบก็ทำให้มีปัญหาว่า จนท. ที่ต้องตรวจสอบจะทำงานได้ไม่เต็มที่เพราะต้องตรวจสอบตัวเองหรือพวกเดียวกัน ปปช.เห็นว่าไม่ควรแต่งตั้ง 4.ให้กระทรวงการคลังศึกษาทบทวน การปรับปรุงกระบวนการและวิธีการสรรหาคัดเลือกทำบัญชีรายชื่อบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ หรือกรรมการบริหารรัฐวิสาหกิจให้มีความสมบูรณ์ เพื่อให้ได้ผู้ที่เชี่ยวชาญแท้จริง และ 5.ให้กำหนดเป็นหลักการว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในปฏิบัติราชการไม่ให้ญาติหรือคู่สมรสร่วมเดินทางโดยรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ออกค่าช้จ่ายให้ หากมีระเบียบนี้ก็ให้ยกเลิกภายใน 30 วัน เพราะการไปเป็นการไปทำงานไม่ใช่เป็นการไปพักผ่อนการครอบครัวไปเบิกเงินรัฐิสาหกิจจึเป็นการกระทำในลักษณะที่บิดผัน
นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการระยะยาวนั้นให้แก้กฎหมาย เกี่ยวกับมาตรฐานการดำเนินงานของรัฐวิสาหิกจ เกี่ยวกับการทำความผิดตามจรรยาบรรณ เช่นลักษณะต้องห้ามของคนเป็นกรรมการ เช่นเพิ่มข้อกำหนดว่าคนที่เป็นจะเป็นประธานกรรมการต้องไม่เป็นผู้บริหารหรือข้าราชการระดับสูในส่วนราชการของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแล แพราะบางแห่งกฎหมายกำหนดให้ปลัดกระทรวงเป็นประธานรัฐวิสาหกิจโดยตำแหน่ง
นอกจากนี้ ให้แก้ไขกฎหมายว่าให้กรรมการอื่นที่ไม่ได้เป็นกรรมการโดยตำแหน่งอยู่ในวาระได้คราวละสามปี และอยู่ได้ไม่เกิน 2 วาระ ซึ่งแต่เดิมไม่กำหนดว่าจะอยูได้กี่วาระนอกจากนี้ยังต้องแก้กฎหมายให้ ในกรณีที่จะตั้งบุคคลเป็นกกรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้คัดเลือกจากบัญชีของกระทรวงการคลังสองงในสามส่วนจากเดมที่ให้มีเพียงส่วนเดียวเท่านั้น เพื่อให้ได้ผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง
นายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวว่า ในเรื่องของการบริหารแผนความเสี่ยงการทุจริตของโครงการขนาดใหญ่นั้นควรจะให้ทุกหน่วยงานทำงานในระดับบูรณาการทั้งหน่วยงานที่เสนอโครงการ หน่วยงานที่อนุมัติและหน่วยงานตรวจสอบ โดยจะมีสามขั้นตอนประกอบด้วย 1 .ประเมินผลก่อนดำเนินงาน โดยหน่วยงานเจ้าของโครงการต้องประเมิน และบริหารความเสี่ยงในการทุจริต ว่ามีขั้นตอนใดที่อาจจะเกิดการทุจริตและจะป้องกันอย่างไรหรือให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันอย่างไร และหน่วยงานที่จะอนุมัติงบประมาน จะสนับสนุนได้ก็ต่อเมื่อมีแผนบริหารที่สมเหตุสมผล
2.ในการประเมินผลการดำเนินโครงการ นอกจากจะตรวจว่าดำเนินตามเป้าหมายอย่างไร ต้องดูด้วยว่าดำเนินการตามแผนบริหารความเสี่ยงด้วยหรือไม่ และ 3 .ในการประเมินผลต้องประเมินในภาพรวมพฤติกรรมดำเนินการ ว่ามีคุณธรรมในการดำเนินการอย่างไร โดยวิธีนี้เป็นแนวคิดสากล หลายประเทศได้ใช้และประสบความสำเร็จ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ต้องให้ยกเลิกระเบียบเรื่องการเดินทางของคู่สมรสหรือญาติทั้ง ๆ ที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามาหมายความว่า ป.ป.ช.เอาผิดไม่ได้ใช่หรือไม่ นายกล้านรงค์กล่าวว่า หากเป็นการปฏิบัติตามระบียบเขาก็ไม่มีเจตนาแต่ระเบียบนั้นมันมีการบิดผัน เราก็เลยต้องเสนอให้แก้



