
สุเทพจี้รมต.-ส.ส.ช่วยมาร์คแก้น้ำท่วม
"สุเทพ"รับมอบเงิน-ของบริจาคช่วยน้ำท่วมชี้ศูนย์น้ำท่วมปชป.พร้อมช่วยประชาชนทุกภาคเพียงไม่ได้ทำข่าวเอิกเกริก ติงประะชาชนชินชาเมินระบบเตือนภัย ไม่เห็นน้ำเลยไม่ตื่นเต้น อภิสิทธิ์ดูโครงการก่อสร้างแก้มลิงโคราชแก้น้ำท่วม
เมื่อเวลา 11.15 น.วันที่ 4 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้รับมอบเงินบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค และน้ำดื่มจากประชาชนและบริษัทต่าง ๆ จากนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตามที่ที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีมติให้จัดตั้งศูนย์ดังกล่าว ตนได้แจ้งไปยังผู้ที่มีความเมตตาเห็นในประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ให้ร่วมกันบริจาคสิ่งของและเงินสดเพื่อที่พรรคประชาธิปัตย์จะได้นำไปช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ประสบภัยในจังหวัดต่างๆ
ปรากฎว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาแม้ว่าเราจะไม่ได้ทำข่าวเอิกเกริก หรือทำรายการพิเศษ แต่มีประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้ทยอยเข้ามามอบสิ่งของและมอบเงินให้กับกองทุนที่จะไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นระยะ ๆ ตลอดทั้ง 2 วัน เมื่อวานนี้(3 พ.ย.) ตนรับบริจาคไปเกือบ 2 ล้านบาท เช้าวันนี้ ก็มีมาบริจาคแล้วหลายร้าน ที่จะทยอยมาบริจาคที่พรรคในช่วงบ่าย ก็มีอีก และจะมีข้าวสาร 100 คันรถ จำนวน 100,000 กิโลกรัม และเช้าวันนี้ตนได้ส่งถุงยังชีพ 10,000 ถุงไปที่จังหวัดสงขลา เพื่อให้กองทัพภาคที่ 4 ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้วางแผนไว้แล้วว่าจะเอาไปมอบให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนบริเวณไหนบ้าง พรุ่งนี้เช้า ตนจะนั่งเครื่องตามลงไปสมทบกับแม่ทัพภาคที่ 4
นายสุเทพ กล่าวว่าสำหรับประชาชนที่อยู่ภาคกลางและภาคอีสานซึ่งได้รับความเดือดร้อน พรรคประชาธิปัตย์จะดูแล แต่ขณะนี้มีกลุ่มบุคคล องค์กรต่างๆ ที่เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวนมาก ซึ่งพรรคก็จะไปช่วยในพื้นที่ ที่ยังไม่มีองค์กรไหนเข้าไปช่วย แต่ตระหนักดีว่า หลังนำลดแล้วจะต้องใช้เวลา 1-2 เดือนที่จะช่วยดูแลประชาชนเหล่านี้ก็ขอเรียนไปยังประชาชน ว่าอย่าเพิ่งท้อถอย อย่าหมดกำลังใจประชาธิปัตย์ เป็นกำลังใจให้ทุกภาค และจะติดตามดูแลช่วยเหลือต่อไป อย่างไรก็ตาม ศูนย์อำนวยการฯ เพิ่งเปิดได้เพียง 2 วัน ประชาชนจะค่อยๆ ได้ยินข่าวและจะทยอยมาบริจาค ซึ่งวันนี้มียอดเงินบริจาคเงิน 4-5 ล้านบาทแล้ว ถ้าเป็นไปในอัตรานี้ ก็คงจะดีชึ้นเราจะทำต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ทุกวัน
ต่อข้อถามว่า ของที่ต้องการมากที่สุดคืออะไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเน้น 3 เรื่องคือ 1.เงินสดเพราะสะดวกที่สุด เนื่องจากประชาชนบางรายบางครอบครัว แม้จะได้รับเงินสด จากรัฐบาล แต่เขาก็มีลูกหลายคน และตั้งแต่น้ำท่วมก็ไม่มีโอกาสออกไปทำมาหากิน ส่วนใหญ่ เป็นคนหาเช้ากินค่ำ อย่างนี้เราจะดูแลช่วยเหลือเป็นกรณีเป็นรายๆ ในระหว่างที่ยังไม่สามารถทำมาหากินได้ ดังนั้น เงินสดดีที่สุ ด 2.ผ้าห่ม ตอนนี้ย่างเข้าฤดูหนาว เพราะฉะนั้นจึงมีประโยชน์ 3. ข้าวสารอาหารแห้งประชาชนยังต้องการ ยังเดือดร้อนอยู่ กว่าจะทำมาหากินได้ ซึ่งต้องพึ่งพาความช่วยเหลือซักระยะหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ศูนย์นี้ จะทำงาน 24 ชั่วโมงเลยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ทำทั้งกลางวันและกลางคืน จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูศูนย์อยู่ และตนจะอยู่ที่ศูนย์ถึง 18.00 น.วันนี้
ส่วนการการตั้งศูนย์ล่าช้าไปหรือไม่ เพราะน้ำท่วมหลายสัปดาห์แล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจว่า อาจจะมีสื่อมวลชนหรือประชาชนบางคน รู้สึกว่า การไปช่วยเหลือคนที่ถูกน้ำท่วมล่าช้า ต้องเรียนอย่างนี้ ไปเร็วไปช้า ไม่สามารถทำให้น้ำลดได้ทันที ในส่วนของรัฐบาลก็ทำงานได้เร็ว ไม่ใช่ว่าตนเชียร์นายกฯ แต่ ตั้งแต่วันแรกที่น้ำท่วม นายกฯ ก็ลงพื้นที่สั่งการทันที ตนต้องชื่นชม ว่า มาตรการที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ประกาศออกมาในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมชัดเจนเป็นรูปประธรรมประกาศเลยว่าให้เงินสด ครอบครัวต่างๆ ที่ประสบภัย ครอบครัวละ 5,000 บาท ช่วยแก้ไขปัญหาให้คนในครอบครัวเหล่านั้นได้มากและประกาศชัดเจน ทำให้เขาเริ่มต้นชีวิตได้เลย ซึ่งเงินช่วยเหลือเป็นตัวเลขที่ชัดเจน มีการสั่งให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์พักหนี้ 3 ปี มาตรการตัวอย่างที่เข้าไปดูแลนั้นให้ความหวังผู้ประสบภัยชัดเจน และไม่ต้องกังวลว่า หลังน้ำลดจะเป็นอย่างไร ส่วนกรณีที่ไปช่วยเหลือเฉพาะหน้าก็เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อย่าไปโทษว่าใครไปช้าไปเร็วเลย ใครไปได้ตรงไหนหรือทำได้ก็ทำไปเถอะ เพื่อคนที่กำลังเดือดร้อนอยู่ เราก็ต้องช่วยกัน
ต่อข้อถามที่ว่า การตั้งศูนย์ฯ ไม่เกี่ยวกับน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจังหวัดอื่นในพื้นที่ภาคใต้ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ตนประกาศตั้งศูนย์นี้ ทันทีหลังกลับจาากเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สุราษฎร์ธานี และประชุมหารือกับเพื่อน ส.ส.ทันที น้ำท่วมหาดใหญ่ เกิดหลังจากที่เราตั้งศูนย์แล้ว แล้วเราจะดูแลประชาชนทุกภาค
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องระบบการเตือนภัย ล่าช้าหรือไม่เพราะกว่าประชาชนจะทราบน้ำก็ท่วมแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ความจริงกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศแต่บางทีเราชินชาไปหน่อย ยกตัวอย่างแม้กระทั่งที่หาดใหญ่นายกเทศมนตรี ได้เปลี่ยนจากธงเหลืองเป็นธงแดง เตือนภัยล่วงหน้า 1- 2 วัน แต่ประชาชน บางคนไม่เห็นน้ำเลยบอกว่า ไม่น่าจะตื่นเต้นขนาดนั้น พอเห็นน้ำก็ท่วมคอเสียแล้ว ก็เดือดร้อนกัน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เราจะต้องปรับปรุงวิธีการเตือนภัยและซักซ้อมประชาชนให้ดีต่อไป
ต่อข้อถามที่ว่า ศูนย์อำนวยการฯนี้จะประสานกับทุกหน่วยงานของภาครัฐและเอกชนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ประสานงานร่วมกับทุกหน่วยงาน มูลนิธิต่าง ๆ และองค์กรเอกชน เรารวบรวมเงินบริจาคจากประชาชน ทรัพย์สินสิ่งของและเราก็เข้าไปช่วยเหลือในจุดที่ทางราชการทำไม่ได้ เนื่องจากการเบิกจ่ายเงินของทางราชการต้องมีระเบียบใช้เวลา และมียอดจำกัด แต่ของเราคล่องตัวกว่า ที่จะบูรณาการความช่วยเหลือให้ทั่วถึงและไม่ซ้ำซ้อน
สุเทพจี้รมต.-ส.ส.ช่วย“อภิสิทธิ์”แก้น้ำท่วม
นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ว่า ตนคิดว่าคนที่เป็นส.ส.ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ต้องมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบประชาชน วันนี้ประชาชนเดือดร้อนพวกท่านก็ต้องลง ไปในพื้นที่ และต้องอาศัยความเป็นผู้แทนราษฎรประสานกับหน่วยงานของรัฐ และติดตามว่าความช่วยเหลือจากรัฐ จากมูลนิธิและองค์กรต่างๆเรียบร้อยหรือไม่ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งความจริงก็ คือ รัฐมนตรีทุกคนวันนี้ใครจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้ ต้องมาช่วยนายกรัฐมนตรีอาสาลงไปพื้นที่ต่างๆที่น้ำท่วม ต้องอาสานายกฯเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ แต่ตนก็เห็นว่าวันนี้พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นำผู้บัญชาการเหล่าทัพลงไปที่ จ.อยุธยา ก่อนหน้านี้ก็ควรจะทำทุกคน อย่าไปเปรียบเทียบหรือไปพูดว่าพรรคร่วมรัฐบาล พรรคนี้ทำพรรคนั้นไม่ได้ทำทุกคนต้องทำ
อภิสิทธิ์ดูโครงการก่อสร้างแก้มลิงโคราชแก้น้ำท่วม
เมื่อเวลา 15.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกฯ ฐานะผอ.ศชอ. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงบึงพุดซา จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างแก้มลิงเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยระยะยาวที่บ้านพุดซา ต.พุดซา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งจุดนี้มีประชาชนมารอต้อนรับกว่าพันคน ซึ่งประชาชนระบุว่านายอภิสิทธิ์ถือเป็นนายกฯคนแรกที่เดินทางมาที่นี่
โดยโอกาสนี้นายกฯได้รับฟังสถานการณ์น้ำท่วมจากผู้ว่าฯนครราชสีมา โดยตอนหนึ่งผู้ว่าฯเสนอให้รัฐบาลให้การสนับสนุนให้ประชาชนปลูกพืชตระกูลถั่วที่ปลูกได้ในพื้นที่ชุ่มน้ำ เพราะในช่วงหน้าแล้งจะปลูกไม่ได้ และจากนั้นนายกฯก็ได้รับฟังโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบจากกรมชลประทาน ถัดจากนั้นนายกฯและคณะได้ล้อมวงนั่งรับฟังปัญหาน้ำท่วมจากหอการค้านครราชสีมา ตัวแทนท้องถิ่น ตัวแทนประชาชนและพระสงฆ์ ที่มีการเสนอทั้งในมาตรการระยะวิกฤติเร่งด่วน ระยะฟื้นฟู และระยะการเตรียมป้องกัน ซึ่ง1ในข้อเสนอนั้นจากนายกฯอบต.โนนไทยที่เสนอให้ปรับผังเมืองของโคราช
นายกฯกล่าวหลังรับฟังปัญหาว่า วันนี้ตนมาตามสัญญาที่รับปากไว้ ทั้งนี้ที่มีการกล่าวโทษกรมอุตุฯนั้น การพยากรณ์อากาศไม่ใช่เรื่องง่าย รู้ว่าฝนจะตกน้ำจะมา แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลในเรื่องของพื้นที่ เช่นที่หาดใหญ่ก็โดนเต็มๆทั้งที่บอกว่าน้ำจะเข้าจ.สุราษฎร์ธานี แต่นั่นก็ไม่ใช่ความสะเพล่าของกรมอุตุฯ เพราะส่วนหนึ่งชาวบ้านใช้ประสบการณ์จากน้ำท่วมที่ผ่านๆมาเป็นหลักว่าน้ำจะมาเท่านั้นเท่านี้ แต่ของจริงมันคนละเรื่อง นั่นจึงเป็นข้อจำกัดในการแจ้งเตือน ซึ่งต้องมีการปรับปรุงเรื่องการให้ข่าวสารและการแจ้งเตือน รวมทั้งในอนาคตต้องมีการแบ่งโซนในการช่วยกันรับผิดชอบพื้นที่
ส่วนที่กรมชลฯรายงานนั้น นายกฯ กล่าวว่า หลายโครงการสำคัญในเรื่องของการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งในอนาคตต้องมีการเพิ่มอ่างเก็บน้ำ แก้มลิง ในพื้นที่ของรัฐอาทิที่ของทหาร ราชพัสดุ ฯ ที่น่าจะดำเนินการในที่ดินของตัวเอง และควรเร่งทำ แต่ทั้งนี้จะต้องใช้เงินที่จะนำมาจากงบฯปกติ และงบไทยเข้มแข็งในส่วนที่เกี่ยวกับน้ำและถนน ที่ต้องปรับงบเพื่อรองรับในการป้องกันน้ำท่วม นอกจากนี้กระทรวงการคลังก็จะหาเงินนอกระบบงบประมาณซึ่งไม่ใช่เงินกู้ที่จะนำมาใช้ได้
สำหรับข้อเสนอของภาคประชาชนในโครงการแหล่งน้ำนั้น นายกฯ กล่าวว่า ต้องดูเรื่องผลกระทบของประชาชนซึ่งภาคประชาสังคมต้องเข้ามามีบทบาท เพราะตนเคยถูกต่อว่าจากกรณีมาบตาพุดที่บอกว่าให้ประกาศโครงการที่เกี่ยวกับน้ำต้องผ่าน ม.67วรรคสองที่ตนก็ต้องฝืน เพราะบางครั้งโครงการเรื่องน้ำก็มีผลเชิงบวกในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ส่วนเรื่องการปรับผังเมืองนั้นมีหลายอำนาจที่ซ้อนกันอยูทั้งอำนาจท้องถิ่น กระทรวงและรัฐบาล
นายกฯ กล่าวถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปว่า เรื่องของดินฟ้าอากาศมีความแปรปรวนรุนแรง ซึ่งอาจจะรุนแรงทุกปีจะไม่ใช่แค่10ปีเกิดครั้งนึง ดูอย่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียที่โดนทั้งน้ำท่วม สึนามิ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ดังนั้นเราต้องระวังและทำงานกันระยะยาว
"อย่างไรก็ตามผมอยากให้มั่นใจว่ารัฐบาลเอาใจใส่เร่งรัดและหาทางป้องกันระยะยาวขอขอบคุณประชาชนที่อดทนและเข้าใจ ซึ่งรัฐบาลยอมรับว่าเราคงดูแลไม่ทั่วถึง แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้ทำอย่างเต็มที่ ซึ่งส่วนที่บกพร่องตนขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว" นายกฯ กล่าว
จากนั้นผู้ว่าฯนครราชสีมาได้ กล่าวต่อหน้านายกฯและชาวโคราชว่า ภายในวันที่ 10 พ.ย. ชาวโคราชจะได้เงินเยียวยา 5 พันบาททั่วถึงแน่นอน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนั้นนายกฯได้หันไปสั่งให้นายกอร์ปศักดิ์และนายแพทย์วรรณรัตน์หาเวลา 1 วันเต็มๆลงมาพบและรับฟังปัญหาของประชาชนที่โคราช โดยให้ประสานวันและเวลากับภาคประชาชนต่อไป
ทั้งนี้ก่อนเดินทางกลับนายกฯได้เดินทักทายประชาชน และยอมให้ถ่ายรูป สวมกอด หอมแก้มและคล้องผ้าขาวม้า และจากนั้นเวลา 16.40 น. นายกฯเดินทางมาขึ้นเครื่องบินที่กองบิน1 โดยมีแม่ทัพภาคที่2 มาส่งและพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนที่นายกฯจะเดินทางกลับ



