
กทม.ห่วงใยประชาชนช่วงปลายฝนต้นหนาว
กทม. ห่วงใยประชาชนช่วงปลายฝน ต้นหนาว มีสภาพอากาศเปลี่ยน เตือนหากดูแลสุขภาพไม่ดีมีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่ายโดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ป้องกันได้ง่ายๆ พักผ่อนเพียงพอ กินอาหารปรุงสุกใหม่ รักษาร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ อบอุ่นอยู่เสมอ เผยใช้งบทดลองอำนาจผู้ว่าฯช่วยพ
(4พ.ย.) พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แสดงความห่วงใยสุขภาพของประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงการเปลี่ยนฤดูจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเริ่มเย็นลง ประกอบกับหลายพื้นที่มีฝนตกน้ำท่วมขัง หากร่างกายปรับสภาพไม่ทัน อาจส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยได้ง่าย จึงได้สั่งการให้สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย สำนักงานเขตทุกแห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเจ้าหน้าที่ เวชภัณฑ์ และยา เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ในกรณีเจ็บป่วย อีกทั้งมีการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลรักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรง สมบูรณ์ตลอดเวลา
สำหรับโรคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ ได้แก่ โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ปอดบวม น้ำกัดเท้า หัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส อุจจาระร่วง โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุจะติดเชื้อและไม่สบายได้ง่ายกว่าวัยอื่น ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพร่างกายตนเองให้แข็งแรง อบอุ่นอยู่เสมอ และพักผ่อนให้เต็มที่เพียงพอ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำสะอาด ไม่รับประทานน้ำแข็งที่ใช้แช่อาหาร ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้งเมื่อปนเปื้อนสิ่งที่ไม่สะอาด และก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง ถ่ายอุจจาระในส้วม ไม่ถ่ายลงน้ำ
หากจำเป็นให้ถ่ายใส่ถุงพลาสติกแล้วใส่ปูนขาวปริมาณที่พอเหมาะปิดปากถุงให้แน่นใส่ถุงดำทับอีกชั้น ก่อนนำไปทิ้งแล้วล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นที่ชื้นแฉะ น้ำท่วมขัง เมื่อต้องย่ำน้ำหรือลุยน้ำที่ไม่สะอาดให้ล้างเท้าให้สะอาด ใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้งทุกครั้ง ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย หากผิวหนังเริ่มเปื่อย เกิดตุ่มคัน น้ำกัดเท้า หรือมีบาดแผลให้รีบไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุร่างกายอ่อนแอและไม่สบายได้ง่าย
ทั้งนี้ หากประชาชนมีปัญหาสุขภาพสามารถขอคำแนะนำและรับบริการได้ที่ ศูนย์บริการสาธารณสุข และโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครทุกแห่งใกล้บ้าน
เผยใช้งบทดลองอำนาจผู้ว่าฯช่วยพื้นที่น้ำท่วมระลอก2กว่า50ล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปางได้สรุปสถานการณ์พื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดลำปาง ในห้วงวันที่ 25 สิงหาคม - 22 กันยายน 2553 และห้วงวันที่ 25 กันยายน - 26 ตุลาคม 2553 ราษฎรได้รับความเดือดร้อนทั้งสองห้วง กว่า 50,000 ครัวเรือน กว่า 150,000 คน ใช้เงินทดลองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางให้การช่วยเหลือไปแล้วกว่า 50 ล้านบาทเศษ
ทั้งนี้จากรายงานข้อมูลของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปางได้สรุปสถานการณ์พื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดลำปาง โดยในห้วงวันที่ 25 สิงหาคม -22 กันยายน 2553 เนื่องจากพายุดีเปรสชันมินดอนเล ก่อให้เกิดความเสียหาย รวม 10 อำเภอ 50 ตำบล 255 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือนร้อน 32,001 ครัวเรือน 79,285 คน ความเสียหาย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บ้านเรือนได้รับความเสียหาบางส่วน 1 หลัง เสียหายทั้งหลัง 1 หลัง ด้านปศุสัตว์ สัตว์ปีก 1,306 ตัว ด้านประมง บ่อปลา/กุ้ง 53 บ่อ ด้านเกษตร พื้นที่การเกษตร 7,767 ไร่ การให้ความช่วยเหลือของทางราชการ โดยใช้เงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง รวมเป็นเงินทั้ง 41 ล้านบาทเศษ
ส่วนพื้นที่ประสบอุทกภัยในห้วงวันที่ 25 กันยายน -26 ตุลาคม 2553 เนื่องจากความกดอากาศสูงในประเทศจีนและร่องมรสุมในประเทศไทย ได้ก่อให้เกิดความเสียหายรวม 10 อำเภอ 43 ตำบล 234 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 22,509 ครัวเรือน 64,263 คน ความเสียหาย บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 1,049 หลัง ด้านปศุสัตว์ สัตว์ปีก 2,110 ตัว โค 1 ตัว ด้านประมง บ่อปลา/กุ้ง 181 บ่อ ด้านเกษตร พื้นที่ทางการเกษตร 15,570 ไร่ สิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 504 แห่ง การให้ความช่วยเหลือ โดยใช้เงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชกาจรจังหวัดลำปาง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 10 ล้านบาท
“น้ำชี"เอ่อท่วมยังทรงตัวไม่เพิ่มไม่ลดลำน้ำพองขยับเอ่อท่วมสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดปัญหาน้ำท่วมที่ จ.ชัยภูมิ ทำให้การระบายน้ำส่วนใหญ่ไหลลงสู่ลำน้ำชี บางส่วนไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ทำให้ลำน้ำชีและเขื่อนอุ้มน้ำจำนวนมหาศาลจนเกิดล้นลำน้ำ และไหลเอ่อเข้าท่วม ไร่นา-บ้านเรือน ชาวบ้านในหลายอำเภอได้รับความเสียหายจำนวนมาก หน่วยงานราชการต้องเข้าไปดูแลพร้อมให้การช่วยเหลือโดยด่วน
ล่าสุด นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยถึง สถานการณ์น้ำภาพรวมทั่วทั้งจังหวัดว่า ขณะนี้น้ำยังทรงตัวพื้นที่ถูกน้ำท่วมยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ขณะนี้ระดับน้ำในลำน้ำชีก็ยังเอ่อท่วมสูงและไม่มีท่าทีว่าจะลดลง แต่ระดับน้ำก็ไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากน้ำที่ไหลเอ่อมาจาก จ.ชัยภูมิ ที่ไหลลงลำน้ำชีได้ลดปริมาณน้ำลงมากแล้ว ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำชีไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบได้เข้าสำรวจความเสียหายในบ้านเรือนของตน
แต่ในขณะเดียวกันนั้น ลำน้ำชีไม่เอ่อล้น แต่ลำน้ำพองปริมาณน้ำกลับหนุนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ที่รับน้ำจาก จ.ชัยภูมิ จนเกินความจุไปหลายล้าน ลบ.ม.ได้เร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน ส่งผลให้หลายหมู่บ้านที่อยู่ริมลำน้ำพองได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น น้ำจากลำน้ำพองได้เอ่อท่วมบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก และขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ
เช่นพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น อย่าง ต.บึงเนียม และ ต.พระลับ ระดับน้ำที่ไหลท่วมบ้านเรือนชาวบ้านได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.ขอนแก่น และหน่วยงานราชการทุกหน่วยต้องเข้าไปดูแลชาวบ้านพร้อมทั้งให้การช่วยเหลือตลอด 24 ซม.
ขณะที่ นายพิพัฒน์ คงศิลป์ทวีสุข หัวหน้าฝ่ายเดินเครื่องโรงฟ้าพลังน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ขณะนี้ ถือว่ายังดูน่าเป็นห่วงอยู่ถึงแม้ว่าปริมาณน้ำจะไม่เกินความจุ 100% แล้วก็ตาม แต่จากการวัดระดับน้ำทางด้านเหนือของเขื่อนยังพบว่าระดับน้ำยังสูงอยู่ เนื่องจากยังมีน้ำไหลเข้าอ่างมากถึงวันละกว่า 60 ล้าน ลบ.ม.
ดังนั้น เพื่อรักษาระดับน้ำในเขื่อนเพื่อให้อยู่ในระดับที่ความจุสามารถรับน้ำได้ ทางเขื่อนจะต้องปล่อยน้ำออกวันละ 60 ล้าน ลบ.ม. แต่ทั้งนี้ด้วยการบริหารจัดการน้ำต่อพี่น้องประชาชนทางด้านเหนือน้ำและท้ายน้ำมากให้น้อยที่สุด คระกรรมการบริหารจัดการน้ำจึงมีมติให้เขื่อนปล่อยน้ำออกจากเขื่อนได้วันละ 35 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ทำให้ประชาชนผู้ที่อาศัยอยู่ทางด้านเหนือน้ำและท้ายน้ำรับทราบถึงสถานการณ์ อาจจะมีน้ำเอ่อท่วม และขอให้ขนย้ายทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยงไว้ในที่ปลอดภัย



