ข่าว

10ศพโผล่หาดปัตตานี-ภูเขาขนอมถล่ม

10ศพโผล่หาดปัตตานี-ภูเขาขนอมถล่ม

05 พ.ย. 2553

องค์การสะพานปลาช่วยประมงเรือล่ม ภูเขาถล่มพื้นที่อำเภอขนอม พังราบโคลนทะลักท่วมหมู่บ้าน ชาวบ้านอพยพสู่พื้นที่ปลอดภัยแล้ว เซ่นน้ำท่วมหัวไทรอีก1ราย5ขวบถูกน้ำเชี่ยวซัดเสียชีวิต

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 4 พ.ย.53 ร.ต.อ.นิมาน นิกูโน พนักงานสอบสวน สภ.ยะหริ่ง รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพลอยน้ำริมชายหาดดาโต๊ะ ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี จึงรุดไปสอบสวนพร้อม พ.ต.ท.โกวิทย์ รัตนโชติ รอง ผกก.สส. สภ.ยะหริ่ง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์ภัย พบผู้เสียชีวิต 6 คน บนชายหาดลักษณะสภาพอืดส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ อีก 3 ศพ ลอยอยู่ในทะเล เจ้าหน้าที่นำเรือไปลากศพเข้ามายังชายฝั่ง จากการสอบสวนเบื้องต้นไม่พบหลักฐานระบุว่าเป็นใคร มีเพียง 2 ศพที่มีหลักฐานคือมีรอยสัก "กิเลน" อยู่กลางหลัง และอีกศพมีรอยสัก "big รูปหัวใจ เล็ก"

 ต่อมาเวลา 17.30 น. ร.ต.อ.นิมาน รับแจ้งพบศพอีก 1 ศพ บริเวณชายหาดดังกล่าวอีก จึงรุดไปตรวจสอบสวน แต่ก็ไม่พบเอกสารหลักฐานว่าเป็นใคร เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นชาวประมงบริเวณใกล้เคียงเนื่องจากที่ผ่านมาทราบว่ามีเรือลำถูกพายุพัดล่มกลางทะเล ขณะนี้ได้ประสานกับสมาคมชาวประมงแล้ว เพื่อตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นใคร

ด้านพ.ต.อ.จักรภพ ท้าวฤทธิ์ ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี กล่าวว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นลูกเรือประมงที่อับปางจากการออกไปหาปลา ในคืนวันจันทร์ ที่ 1 พย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่เกิดพายุดีเปรชชั่น เข้าพอดี ซึ่งมีทั้งลมพายุ ฝน และคลื่นสูง ลมแรง อาจโถมกระหน่ำเรือดังกล่าว ทำให้เรือของชาวประมงทั้งหมดเกิดพลิกคว่ำ จนทำให้ชาวประมงทั้งหมดจมน้ำเสียชีวิต อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ประสานกับประมงจังหวัดปัตตานี และสมาคมประมงจังหวัดปัตตานีเพื่อติดตามและตรวจสอบว่าลูกเรือประมงทั้งหมดเป็นลูกเรือของเรือใดบ้างที่อับปาง

 นายภูเบศ จันทนิมิ นายกสมาคมประมงจังหวัดปัตตานี เผยว่า ลูกเรือทั้งหมดอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยนำศพมาตั้งไว้ที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งของปัตตานี ซึ่งในเบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องจังหวัดสงขลา เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ได้รับการประสานจากสงขลา มีเรือประมงขาดการติดต่ออยู่ 1 ลำ อย่างไรก็ตามจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง 

ปัตตานีจมบาดาล-หนีวุ่น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.ปัตตานี น้ำจากตอนบนคือ จ.ยะลา และเขื่อนบางลาง ไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานี ประกอบกับน้ำป่าไหลหลากผ่านตัวเมืองปัตตานี ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีทันที ส่งผลให้ชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำใน ต.จะบังติกอ ต.สะบารัง และ ต.อาเนาะรู ถูกน้ำท่วมบ้านเรือนกว่า 1,000 ครอบครัว ระดับน้ำสูง 1.5 เมตร ถนนหลายสายรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ เจ้าหน้าที่อพยพชาวบ้าน 50 ครัวเรือนไปอาศัยชั่วคราวบนถนนที่ถูกน้ำท่วมเพียง 30 เซนติเมตร ขณะที่โรงเรียนปิดการเรียนการสอน 10 แห่ง

 ส่วนพื้นที่ราบลุ่มระดับน้ำสูง 1.50 เมตร ในเขต ต.คลองใหม่ และ ต.ประจัน อ.ยะรัง ขณะที่ ต.ปะกาฮารัง ต.บาราเฮาะ ต.ตะลูโบ๊ะ อ.เมือง ระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร ท่วมมิดหลังบ้าน ประชาชนใช้เรือเป็นพาหนะเท่านั้น

องค์การสะพานปลาช่วยประมงเรือล่ม

นายวิรัช เถื่อนยืนยงค์ ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา เปิดเผยว่า องค์การสะพานปลา โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการให้ความช่วยเหลือชาวประมงประสบภัยธรรมชาติเรือล่ม โดยมีหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเรือประมง ดังนี้คือ1. สามารถขอรับความช่วยเหลือภายใน 1 เดือน หลังจากประสบภัยธรรมชาติเรือล่ม โดยผ่านสมาคมประมงที่เป็นสมาชิกอยู่

 2. กำหนดวงเงินช่วยเหลือ โดยเรือประมงพื้นบ้าน วงเงิน 5,000 บาท/ลำ เรือประมงขนาดกลางไม่เกิน 59 ตันกอรส วงเงิน 20,000 บาท/ลำ และเรือประมงขนาดใหญ่ตั้งแต่ 60 ตันกอรส วงเงิน 40,000 บาท/ลำ

 3. เอกสารหลักฐาน ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบแจ้งความตำรวจ สำเนาทะเบียนเรือ สำเนาใบอาชญาบัตร สำเนารายงานพยากรณ์อากาศ คำร้องผ่านสมาคมประมง และหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสมาคม ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานส่งเสริมการประมง องค์การสะพานปลา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โทรศัพท์ 0-2211-6004 ในวันและเวลาราชการ

ภูเขาถล่ม"ขนอม"พังราบโคลนทะลักท่วมหมู่บ้าน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดสถานการณ์โคลนถล่มในพื้นที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งทำให้พื้นที่สวนยาง บ้านชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก  นายโกมล อรรถพร ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงสายของวันนี้ ได้เริ่มขึ้นโดยมีภูเขาพังทลาย ดินถล่มเป็นธารโคลนขนาดใหญ่ ขึ้นในอำเภอขนอม เบื้องต้นที่สำรวจพบว่า มีหมู่บ้านในพื้นที่ ตำบลขนอม จำนวน 14 หมู่บ้าน ตำบลควนทอง 12 หมู่บ้าน และ ตำบลท้องเนียน 8 หมู่บ้าน รวม 34 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหายบางส่วน และได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก

 เบื้องต้นยืนยันตัวเลขว่า มีจำนวนบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ประมาณ 50 หลัง พังทลายจากดินถล่ม 2 หลัง ถนนชำรุด เสียหาย 30 สาย สะพานเสียหาย 5 จุด พื้นที่การเกษตรยางพาราเสียหาย กว่า 100 ไร่ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ 300 ครัวเรือนหรือประมาณ 1,000 คน

 นายโกมล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในพื้นที่อยู่บริเวณเขาคลองเหลง บ.คลองเหลง ซึ่งอยู่ใน หมู่ที่ 6 ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ได้เกิดเหตุภูเขาพัง และดินถล่มเป็นเส้นทางโคลนและน้ำ เป็นระยายาวประมาณ 7 กม. มีขนาดกว้าง 15- 20 ม.พื้นที่สวนยางพารา กลายเป็นลานกว่าประมาณ 60 ไร่ ตอนนี้ได้ย้ายชาวบ้านออกมาสถานที่ปลอดภัยหมดแล้ว

 โดยล่าสุดนั้นมีการเข้าไปช่วยเหลือตรวจสอบโดยการเดินเท้าเนื่องจากรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้

นายอำเภอขนอมยันชาวบ้านพื้นที่โคลนถล่มปลอดภัย

 นายพลากร บุญประคอง นายอำเภอขนอม จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ว่าฝนยังคงตกหนัก ในพื้นที่โคลนถล่มนั้นได้อพยพชาวบ้านที่เสี่ยงภัยออกมาประมาณ 100 คนมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ของผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.ควนทอง เป็นพื้นที่ปลอดภัยก่อน ซึ่งขณะนี้ได้จัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคไว้พร้อมแล้วจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน

 “ภูเขาที่พังถล่มลงมานั้นเป็นเขาพลายดำที่อยู่ติดเขตกับ อ.สิชล เขาลูกนี้อุ้มน้ำจากฝนตกหนักมาหลายวันติดต่อกันโคลน ดินและหินได้ถล่มลงมาพร้อมด้วยน้ำป่ากวาดสวนยางชาวบ้านหายไปกับธารโคลนจำนวนราว 100 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ทางเข้าหมู่บ้านพอดี กลายเป็นทางน้ำสายใหม่ โคลนถล่มได้เปลี่ยนทางน้ำไปโดยสิ้นเชิง โชคดีไม่มีขาวบ้านเสียชีวิตหรือสูญหายมีเพียงทรัพย์สินเท่านั้นที่เสียหาย ที่ชาวบ้านเสียดายมากคือสวนยาง ” นายอำเภอขนอมกล่าว

เซ่นน้ำท่วมหัวไทรอีก1ราย5ขวบถูกน้ำเชี่ยวซัด

  ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าที่บ้านเลขที่ 15 ม.2 ต.ทรายาว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ได้มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากกระแสน้ำจำนวนมากอีก 1 รายโดย พ.ต.ท. ธงชัย เพชรแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.หัวไทร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจเข้าทำการชันสูตรพลิกศพ ด.ช. เจตนิพันธ์ ทองศรี อายุ 5 ขวบ อยู่ 75/2 ม.3 ต.ทรายขาว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช หลังจากที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้งมศพขึ้นมาจากท้องร่องสวนปาล์มหน้าบ้านที่เกิดเหตุ

 เบื้องต้นทราบว่า ด.ช.เจตนิพันธ์ ได้เดินอยู่หน้าบ้านแล้วพลาดตกลงไปในท้องร่องที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากพัดร่างหายไปเจ้าหน้าที่และญาติช่วยกันค้นหาจนพบร่างแต่ไม่ทันการ ด.ช.เจตนิพันธ์ เสียชีวิตไปแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าชันสูตรนับเป็นรายที่ 4 ของผู้เสียชีวิตใน จ.นครศรีธรรมราช ที่เสียชีวิตเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์อุทกภัย