ข่าว

หาดใหญ่วิกฤติขาดน้ำประปาไหลเสาร์นี้

หาดใหญ่วิกฤติขาดน้ำประปาไหลเสาร์นี้

04 พ.ย. 2553

ปภ.ระดม อส.68,000นายช่วยน้ำท่วม จัดเครื่องมือหนักลงพื้นที่ สรุปยอดน้ำคง 20 จังหวัด เดือดร้อน 1,685,019 คน เสียชีวิต 110 ราย ภาคเกษตรเสียหายยับ 4,104,313 ไร่ "องอาจ" สั่ง สคบ.หารือกับสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ขยายเวลาผ่อนค่างวด ลดเบี้ยปรับ ค่าติดตามทวงถาม หว

(4ต.ค.) นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่  จ.สงขลา เปิดเผยว่า ประชาชนได้ออกมาทำความสะอาดเมือง  และกำจัดขยะที่มีเป็นจำนวนมาก แต่มีปัญหาเรื่องน้ำประปาซึ่งจะพร้อมใช้ในวันเสาร์นี้  ตอนนี้ต้องหาแหล่งน้ำมาแจกจ่ายให้ประชาชนโดยได้ความร่วมมือจากทางภาครัฐและเอกชนแต่ก็ยังไม่พอใช้  ส่วนไฟฟ้าวันนี้จะเปิดให้บริการทั้งระบบ ดังนั้นเมืองหาดใหญ่จะกลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวเหมือนเดิมต้องใช้เวลา 7 วัน

 ด้านนายถาวร  เสนเนียม ประธานศูนย์เฉพาะกิจช่วยผุ้ประสบภัยภาคใต้   เปิดเผยว่า  ขณะนี้น้ำประปาขาดแคลนใน จ.สงขลาและ อ.หาดใหญ่ ยังใช้ไม่ได้ ไฟฟ้าบางพื้นที่จะจ่ายได้ 20 % - 90% เท่านั้น น้ำประปาจะใช้ได้พรุ่งนี้เป็นอย่างช้า ขณะนี้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสาธารณภัยจะบรรทุกน้ำไปให้ประชาชนก่อน สินค้าอุปโภค บริโภคบ้างชนิดอาจจะขึ้นราคา  ส่วนแนวทางการให้เงินชดเชยคือผู้ที่ได้รับความเสียหายและให้จัดสายตรวจดุแลประชาชนเนื่องจากตอนนี้มีมิจฉาชีพแฝงมากับอุบัติภัย

 พล.อ.ต ชุชีพ  แผ้วสมบุญ  เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ  กล่าวว่า แนวทางการช่วยเหลือประชาชนด้านการซ่อมแซมจะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบความเสียหายที่โรงเรียนและโรงพยาบาลเป็นหลักก่อน  ปัญหาในการช่วยเหลือคือการเข้าไปไม่ถึงในการช่วยเหลือแต่จะให้ความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทางกองทัพอากาศจะออกมาช่วยเหลืออย่าเต็มที่

 พล.ร.ท. วิทูรย์ คำพีรพันธ์ ผู้บัญชาการกองทัพเรือภาค 2 สงขลา กล่าวว่า วันนี้ทางกองทัพเรือได้แจกจ่ายเครื่องอุปโภค บริโภคให้ประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ตอนนี้ได้ตั้งศูนย์แพทย์เพื่อช่วยเหลือประชาชน  บริเวณหน้า  บิ๊กซี หาดใหญ่ ถ้าหากทางประชาชนมีเหตุเดือดร้อนก็ขอความช่วยเหลือมาได้ที่เรือหลวงจักรีนฤเบศร์

ปภ.ระดม อส.68,000นายช่วยน้ำท่วม

 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จัดส่งอาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่รวม 68,735 นาย ประกอบด้วย อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) 61,587 นาย ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) 133 นาย และทีมกู้ชีพกู้ภัยประจำตำบล (OTOS) 7,015 นาย เข้าสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่โดยปฏิบัติภารกิจในด้านต่างๆ ดังนี้

 จัดทำแนวคันกั้นน้ำ อพยพราษฎรและขนย้ายสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัยแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัย ค้นหาผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจากการจมน้ำ เฝ้าระวังระดับน้ำและแจ้งตือนสถานการณ์ภัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย นำผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ตลอดจนอำนวยความสะดวกด้านต่างๆแก่หน่วยงานที่เข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ปภ.ยังได้จัดส่งเรือท้องแบน รถผลิตน้ำดื่ม  รถบรรทุกน้ำ รถแบ็คโฮ รถไฟฟ้าส่องสว่าง รถเครน รถบรรทุก รถกู้ภัย เครื่องสูบน้ำ เต๊นท์พักอาศัยชั่วคราว เป็นต้น สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตั้งแต่เกิดสถานการณ์อุทกภัยเพื่อเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในเบื้องต้น ทั้งนี้ ผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

สรุปยอดน้ำท่วม(อีสาน-กลาง-เหนือ)คง20จังหวัด

 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ยังได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม- 4 พฤศจิกายน 2553 มีพื้นที่ประสบภัย 39 จังหวัด 384 อำเภอ 2,838 ตำบล 24,575 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,812,971 ครัวเรือน 5,992,712 คน ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว 19 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร เพชรบูรณ์ ระยอง จันทบุรี ตราด ตาก ชลบุรี ลำพูน เชียงใหม่ สระแก้ว นครนายก กำแพงเพชร พิษณุโลก หนองบัวลำภู ปราจีนบุรี สมุทรปราการ นครปฐม อุทัยธานี และบุรีรัมย์ ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 20 จังหวัด 97 อำเภอ 713 ตำบล 5,374 หมู่บ้าน 546,712 ครัวเรือน 1,685,019 คน

 แบ่งเป็น ภาคเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ภาคกลาง 9 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นนทบุรี ปทุมธานี  ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ส่วนพื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหาย 4,104,313 ไร่ ผู้เสียชีวิต 110 ราย ทั้งนี้ ผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

"องอาจ"สั่งสคบ.หารือกับสมาคมธุรกิจผ่อนค่างวด

 นายถนอม อ่อนเกตุพล เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(นายองอาจ  คล้ามไพบูลย์) เปิดเผยว่า จากปัญหาอุทุกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อการชำระเงินค่าเช่าซื้อกับสถาบันการเงิน

ทั้งนี้นายองอาจ  ในฐานะที่ดูแลสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ( สคบ.) จึงได้ให้ทางสคบ. หารือกับสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เพื่อหาทางช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายให้กับผู้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ได้รับผลกระทบ โดยเบื้องต้นขอให้พิจารณาปรับลดอัตราเบี้ยปรับ ค่าติดตามทวงถาม กรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระ และขยายระยะเวลาการผ่อนชำระค่างวด ออกไปอีกระยะหนึ่ง      
        
 นายถนอม กล่าวต่อว่า นายองอาจยังได้แสดงความเป็นห่วงกรณีที่มีรถยนต์จมเสียหายเป็นจำนวนมาก และจะต้องนำรถเข้าซ่อม ซึ่งเจ้าของรถอาจไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซ่อมรถ จึงขอเตือนให้อู่ซ่อมรถปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาที่กำหนดให้ธุรกิจบริการซ่อมรถยนต์ เป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐาน การรับเงิน ต้องแสดงรายการที่ซ่อมแซม รวมทั้งค่าบริการให้ชัดเจน เพื่อเป็นการป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบ

รมว.กลาโหมสั่งกำลังพลตรึงกรุงเก่า
 
 เมื่อเวลา 11.00 น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กระทรวงกลางโหม ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่ ม.7 ต.ตลาดเกรียบ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา และผู้นำท้องถิ่นให้การต้อนรับ โดย รมว.กระทรวงกลาโหม ได้ตรวจเยี่ยมกองกำลังทหารพัฒนา ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยมีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือ และการตั้งครัวกลางเคลื่อนของสภากาชาดไทย ที่ได้ให้บริการกับประชาชนตั้งแต่น้ำท่วม จากนั้นได้ฟังบรรยายสรุปจากผู้ว่าราชการจังหวัดฯ

 นายวิทยา กล่าวว่า ขณะนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในส่วนของแม่น้ำใหญ่ลดลงแล้วเล็กน้อย แต่แม่น้ำน้อย ได้เพิ่มปริมาณมากขึ้นจนน่ากลัว ทำให้น้ำเอ่อท่วมในอำเภอเสนา บางบาล ผักไห่ บางไทร และบางปะอิน ซึ่งเป็นน้ำที่ถูกระบายเข้าทุ่งนา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการกั้นน้ำในพื้นที่ จ.อ่างทอง และผลกระทบจากน้ำท่วมใน จ.สิงห์บุรี ซึ่งขณะนี้น้ำในอำเภอที่กล่าวมาแล้วได้มีระดับสูงขึ้น และอาจจะส่งผลกระทบกับพื้นที่เพาะปลูกนาข้าวเพิ่มขึ้น จากเดิม 170,000 ไร่ เพิ่มอีก 2 แสนไร่ และน้ำทั้งหมดจะไหลลงไปสู่ จ.สุพรรณบุรี และนครปฐม

 ต่อมา พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางลงเรือไปแจกจ่ายสิ่งของถุงยังชีพ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งพื้นที่ ต.ตลาดเกรียบ มีบ้านเรือนประชาชนจมน้ำอยู่จำนวนมาก จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลหน้ากองโรงงานสรรพาวุธซ่อมยาง ที่ทำหน้าที่ป้องกันเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา โดยพล.อ.ประวิตร เน้นย้ำให้กำลังพลให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยจะได้ร่วมกันฟื้นฟูหลังน้ำลดด้วย

 ระดับน้ำในชุมชนหมู่ 4 และ หมู่ 5 ต.ตลาดเกรียบ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มลดลงแล้ว 10 ซม. หลังจากเขื่อนเจ้าพระยา ลดปริมาณการระบายน้ำท้ายเขื่อนเหลือที่ 3,171 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่านชุมชน 2 หมู่บ้าน ลดลง โดยชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว ระบุว่า ระดับน้ำที่ท่วมขังในครั้งนี้มากกว่าปี 2538 และถือว่าชาวบ้านในพื้นที่แห่งนี้เดือดร้อนหนักสุด สาเหตุเป็นเพราะว่าน้ำที่ท่วมขังในครั้งนี้ขึ้นวันละ 30 ซม. ชาวบ้านจึงขนย้ายสิ่งของไม่ทัน
 
 ขณะที่ถนนภายในหมู่บ้านดังกล่าว ไม่สามารถสัญจรได้ ชาวบ้านบางส่วนยังคงเดินลุยน้ำออกมา และบางรายยังคงต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะ นอกจากนี้เด็กๆ ในชุมชน ยังใช้พื้นถนนและผิวการจราจร เป็นสถานที่เล่นน้ำ เนื่องจากระดับน้ำไม่ลึกมาก ส่วนด้านในของชุมชนแห่งนี้ระดับน้ำยังสูงกว่า 1 เมตร
 
 อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ทหารจากกรมการทหารช่าง จ.ราชบุรี นำรถบองโก้ หรือรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก เข้ามายังชุมชนดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม และไม่สามารถออกมายังด้านนอกได้ โดยรถคันดังกล่าวจะประจำพื้นที่ ต.ตลาดเกรียบ อ.บางปะอิน ไปอีก 1 สัปดาห์
 
 ด้านนายวิชัย ไวทิ นายกเทศมนตรีตำบลตลาดเกรียบ อ.บางปะอิน กล่าวว่า ผู้ปกครอง ต้องกำชับบุตรหลาน ไม่ให้เล่นน้ำในขณะนี้เนื่องจากน้ำที่ท่วมขังเริ่มสกปรกแล้ว และหากเด็กๆ ยังเล่นน้ำต่อไปอาจจะทำให้เกิดโรคตาแดง และน้ำกัดเท้าได้
 
 ขณะที่นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ส่งคนงานพร้อมเครื่องสูงน้ำขนาดใหญ่เข้าไปที่ชุมชน ม. 7 ต.หันสังข์ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งนางสาววนิดา ตะเจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ร้องขอความช่วยเหลือด่วน หลังจากน้ำในแม่น้ำลพบุรี ได้เริ่มละระดับลง แต่น้ำในชุมชนกลับไม่ยอมลดระดับลงตามระดับน้ำในแม่น้ำ เพราะติดที่คันล้อมรอบชุมชน ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ระดับน้ำจากแม่น้ำลพบุรีได้ไหลบ่าข้ามคันดินล้อมชุมชนสูง 1 เมตร ที่ทำไว้เพื่อป้องกันน้ำท่วม ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน 50 หลังคาเรือนในพื้นที่กว่า 50 ไร่ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1.5 เมตร และขณะนี้น้ำในแม่น้ำลพบุรีได้ลดระดับลง แต่น้ำที่ไหลบ่าข้ามเข้ามาในชุมชน ไม่ยอมไหลกลับสู่แม่น้ำเพราะคิดคันล้อม ทาง อบจ.จึงต้องนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้งสูบคาดว่าจะใช้เวลา 2 วันจะสูบน้ำให้แห้ง และคืนชีวิตปกติให้กลับชุมชนได้