
กทม. ใช้วันข้าราชการพลเรือนดีเดย์เปิดจองบ้านยิ้มวันแรก
กทม. ใช้วันข้าราชการพลเรือนดีเดย์เปิดจองบ้านยิ้มวันแรก ข้าราชการ-ลูกจ้าง แห่รับบัตรคิวกว่า 1,700 รายก่อนเปิดงาน เสียงบ่นขรมห้องเล็กแถมทำเลห่างไกล
ที่ศูนเยาวชนกรุงเทพมหานคร(ไทย-ญี่ปุ่น) วันนี้(1 เม.ย.) เวลา 10.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยนายสุชาติ ศิริโยธิพันธุ์ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ(กคช.) ทำพิธีเปิดรับจองสิทธิโครงการบ้านยิ้ม พร้อมนำชมห้องตัวอย่างขนาดจริง โดยมีธนาคารที่เข้าร่วมโครงการบ้านยิ้ม 4 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย (จำกัด) มหาชน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามกลางแห่งประเทศไทย มาให้คำปรึกษาเรื่องสินเชื่อเงินกู้ ทั้งนี้บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีข้าราชการและลูกจ้าง กทม.ขอรับบัตรคิวในการจองจำนวนกว่า 1,700 รายก่อนที่จะมีการเปิดงาน
สำหรับโครงการบ้านยิ้มเป็นโครงการที่ กทม.ได้ประสานความร่วมมือกับ กคช. ในการจัดทำโครงการสวัสดิการที่พักอาศัยสำหรับข้าราชการและลูกจ้าง กทม. เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยของตนเอง ตามนโยบายช่วยเหลือข้าราชการและลูกจ้าง กทม. สามารถมีสิทธิกู้ซื้อบ้านยิ้ม ซึ่งเป็นห้องชุดขนาด 33 ตารางเมตร จำนวนทั้งสิ้น 10,000 ยูนิต ราคา 390,000 บาท ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ ส่วนห้องที่ตกแต่งพร้อมอยู่ราคา 450,000 บาท สามารถยื่นกู้ธนาคารได้เต็มจำนวน 100 % ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.75 % นาน 30 ปี หรือผ่อนชำระเพียง 1,850 บาท/เดือน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า โครงการบ้านยิ้มเริ่มเปิดให้จองสิทธิได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 เม.ย. ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร(ไทย-ญี่ปุ่น) และตั้งแต่วันที่ 2-10 เม.ย. จะให้จองสิทธิได้ที่สำนักงานเขต ซึ่งจากการเปิดจองสิทธิวันแรกซึ่งตรงกับวันข้าราชการพลเรือนวันแรกถือว่าได้รับความสนใจจากข้าราชการอย่างคึกคัก โดยเฉพาะโครงการที่ จ.นนทบุรี สำหรับผู้ที่มีสิทธิในการได้รับการพิจารณาเป็นเจ้าของบ้านยิ้มก่อนเป็นลำดับแรก จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 13,500 บาท/เดือน และยังไม่มีบ้านเป็นของตนเอง อันดับสอง ผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า 13,500 บาทมีบ้านพักแต่อยากมีเพิ่ม ซึ่งจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 1 พ.ค. นี้
ส่วนหลังจากที่ผู้ได้รับสิทธิได้บ้านแล้วจะนำไปขายต่อ หรือให้เช่านั้นก็ถือว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ ทั้งนี้ในเรื่องของการชำระเงินนั้นตนคาดว่าจะไม่มีปัญหา เพราะกทม.ได้ร่วมมือกับธนาคารทั้ง 4 แห่ง ในเรื่องของการหักเงินเดือน 15 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ได้รับสิทธิ ตามกรอบเวลา 30 ปี ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าที่ตั้งโครงการค่อนข้างไกลนั้น ขอเรียนว่ากทม.พร้อมที่จะจัดรถรับส่งให้ อย่างไรก็ตามที่ตั้งในบางโครงการก็ใกล้เคียงกับสำนักงานเขตพื้นที่หลายเขต ส่วนผลตอบรับจะเป็นอย่างไรตนไม่ได้ตั้งเป้าไว้เนื่องจากต้องเข้าใจว่าการตัดสินใจซื้อที่พักอาศัยสักแห่งจะต้องใช้เวลาในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ อีกทั้งโครงการนี้ไม่ใช่โครงการภาคบังคับ แล้วแต่ความสมัครใจของแต่ละบุคคล
ด้านนายสุชาติ กล่าวว่า กคช.ได้จัดสรรโครงการบ้านเอื้ออาทรจำนวน 13 โครงการ ประกอบด้วย จ.นนทบุรี 3 โครงการ ได้แก่ บางบัวทอง, บางบัวทอง 2 (บางกรวย-ไทรน้อย) และนนทบรี กันตนา จ.นครปฐม 4 โครงการ ได้แก่ นครปฐม-พุทธมณฑลสาย 5 (อ้อมน้อย), นครปฐม-พุทธมณฑล สาย 5 , นครปฐม-พุทธมณฑลสาย 4 (วัดนครชื่นชุ่ม) และนครปฐม-ศาลายา 3 จ.สมุทรสาคร 4 โครงการ ได้แก่ เศรษฐกิจ 2, เศรษฐกิจ 3(สมุทรสาคร), สมุทรสาคาร(กระทุ่มแบน 2) และสมุทรสาคาร(นาดี) และจ.สมุทรปราการ 1 โครงการ คือ สมุทรปราการ-สุขสวัสดิ์ รวม 10,000 ยูนิต ขายในราคาหน่วยละ 390,000 บาท ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมส่วนกลางเป็นระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ กคช.ยังมีโครงการบ้านเอื้ออาทรในทำเลต่างๆ อีก 33 โครงการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากข้าราชการและลูกจ้างที่สนใจโครงการได้ชมห้องตัวอย่างแล้ว ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าขนาดห้องค่อนข้างเล็ก อีกทั้งสถานที่ตั้งยังห่างไกลทำให้การเดินทางมาทำงานลำบากมากขึ้น



