
แผ่นดินไทย ไม่สิ้นกระแสน้ำ (ใจ)
เวลานี้ "กระแสข่าว" ความเคลื่อนไหวในสังคมคงไม่พ้นเรื่อง "กระแสน้ำ" ที่กระหน่ำซัดจนพี่น้องชาวไทยไม่ว่าภาคอีสาน กลาง และใต้ ต่างระทมทุกข์ เพราะหลายพื้นที่ไม่ทันตั้งรับกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก แต่ในสภาวะคับขันผู้เคราะห์ร้ายจำนวนไม่น้อยก็ยังยิ้มได้ ด้วย "กระแสน
เชื่อว่าในช่วงเวลาที่คนกรุงยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ กายอาจสบายทว่าใจนั้นคง "เต้นระทึก" คอยติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมๆ กับแสดงน้ำจิตน้ำใจในฐานะคนไทยด้วยกัน อย่างภรรยารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง "เจ" วรกร จาติกวนิช ที่เพิ่งเดินทางกลับจากภาคใต้ก่อนที่น้ำก้อนใหญ่จะถล่ม อ.หาดใหญ่ จนจมอยู่ใต้บาดาล โดยเธอเล่า ว่าตอนเครื่องบินลงรับรู้เลยว่าลงแรงมาก และน้ำก็มาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทุกคนก็ช่วยกันโดยเฉพาะในส่วนท่านรัฐมนตรีคลังก็มองยาวไปถึงการแก้สถานการณ์หลังน้ำท่วมว่าจะช่วยอย่างไรแล้ว รวมทั้งทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ส่งรายละเอียดมาให้ว่าผู้ประสบภัยเดือดร้อนอย่างไร และต้องการความช่วยเหลืออย่างไร ก็ทำกันเป็นระบบ ส่วนตัวเองก็เอาความต้องการเหล่านั้นมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ช่วยกันนำของมาร่วมสมทบและได้ของตามความต้องการของผู้เดือดร้อนจริงๆ
"ถ้าน้ำท่วมกรุงเทพมหานครคงเป็นเรื่องใหญ่และต้องคุยกันยาว และตอนนี้ทุกคนก็พยายามที่จะป้องกันกรุงเทพฯ เพราะธรรมชาติส่งผลเสียหายร้ายแรงกว่าคิดกันไว้ ถ้ามองว่าจะป้องกันกรุงเทพฯ ไม่ให้น้ำท่วม หรือจะปล่อยให้น้ำท่วมเฉลี่ยๆ กันไป มันเป็นเรื่องที่ต้องคิด ข้อดีข้อเสียต้องระบุให้ชัดเจน แต่ถ้าถามเจว่าเตรียมตัวรับน้ำท่วมอย่างไรหรือไม่นั่น ตอบได้เลยว่าไม่ได้เตรียมอะไรเลย" ภรรยา รมว.คลัง เผยความรู้สึก
ด้านนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ "ดิ๋น" ดลินา โสภณพนิช ยังพิชิต หลังจากติดตามข่าวน้ำท่วมในภาคอีสานและภาคใต้ ยอมรับว่าเรื่องนี้มันไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ประสบอุทกภัยเท่านั้น มองในมุมกลับถ้าเกิดขึ้นที่กรุงเทพมหานครคงวุ่นวายน่าดู ที่มองอย่างนี้ไม่ได้เห็นแก่ตัว ว่าห้ามน้ำท่วมกรุงเทพฯ แต่เมื่อเป็นเมืองหลวง เป็นเมืองเศรษฐกิจ ถ้าเกิดน้ำท่วมความเสียหายในเรื่องต่างๆ คงตามมามากมาย
"เห็นน้ำท่วมอย่างนี้ดิ๋นเองก็เตรียมตัวนะ เพราะที่บ้านชั้นล่างที่เป็นที่จอดรถอยู่ต่ำกว่าถนนมาก ตอนนี้จะว่ากลัวก็ได้ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดน้ำท่วมหรือไม่ มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่บ้านจึงนำรถบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ประจำไปไว้ที่คอนโดมิเนียมของพี่ชาย จะเหลือเพียงรถที่ใช้กันประจำเท่านั้น และดิ๋นเองก็เข้าใจถึงความทุกข์ยากของผู้ประสบภัยอย่างที่บ้านเขาจมอยู่ในน้ำ นั่นคือชีวิตทั้งชีวิตของเขา ซึ่งดิ๋นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อยากส่งกำลังใจและส่งของซึ่งเป็นยาสามัญไปให้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากให้กำลังใจทุกคน เพราะชีวิตต้องเดินไปข้างหน้าขอให้ฮึดสู้อย่าท้อถอย" นักธุรกิจรุ่นใหม่ แสดงความคิดเห็น
สอดคล้องกับมุมมองของหนุ่มนักออกแบบ "แนท" วสุ วิรัชศิลป์ ที่ไม่พลาดติดตามสถานการณ์น้ำท่วมเฉกเช่นคนอื่นๆ พร้อมกับเผยว่า ภัยธรรมชาติเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่แม้แต่กรุงเทพมหานครเอง ด้วยเป็นสภาวะโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง หากเหตุการณ์นำท่วมเกิดขึ้นกับตัวเองก็ต้องยอมรับสภาพและพร้อมที่จะรับมือ
"สมัยที่พายุเกย์ถล่มทางภาคใต้ ครอบครัวมีกิจการโรงพยาบาลอยู่ ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นที่จำได้ คือความวุ่นวายในการขนย้ายผู้ป่วย ทางบ้านต้องพายเรือไปหาพี่ชาย ซึ่งเป็นหมออยู่ในโรงพยาบาล แต่ทั้งหมดนี้ก็มีเรื่องดีอยู่อย่างหนึ่ง คือ เราได้เห็นน้ำใจของคนไทยที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน แต่ผมจะสงสารเกษตรกรมากที่สุด ไร่นาเขาเสียหาย บ้านก็ไม่มีจะอยู่ ข้าวก็ไม่มีทาน เป็นเรื่องน่าสะเทือนใจมาก เพราะพวกเขาทำงานแบบหาเช้ากินค่ำ แต่เรื่องของธรรมชาติเป็นสิ่งที่พระเจ้าสร้างไม่สามารถไปห้ามได้ ส่วนความช่วยเหลือตอนนี้ผมจะให้ทางโบสถ์คริสเตียนเป็นศูนย์กลางความช่วยเหลือ ถ้ามีเวลาจะลงไปช่วยเหลือเหมือนตอนภัยสึนามิแน่นอน" แนท กล่าว
หลายคนตื่นกลัวและตื่นตัว หาทางป้องกันหากเมืองหลวงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน แต่ดูเหมือนบอสใหญ่บริษัท บูติค นิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) "ป้อ" ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา จะคุ้นชินแล้วกับข่าวสารขณะนี้ เพราะถือเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมปีแรกที่เกิดขึ้นพร้อมยุคการสื่อสารออนไลน์ อย่าง เฟซบุ๊ก หรือทวิสเตอร์ แต่ละวันจะมีเพื่อนๆ เครือข่ายออนไลน์โพสต์หรือส่งข้อความตลอดเวลา ซึ่งเป็นเรื่องดีนอกจากได้รู้ข่าวสารรวดเร็วแล้ว ทำให้เกิดการติดต่อให้การช่วยเหลือมากขึ้น ดังนั้นหากน้ำท่วมกรุงเทพฯ จริงก็คงไม่กลัว เพราะสามารถเตรียมรับมือได้ทัน อีกทั้งรู้มานานแล้วว่ากรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในที่ลุ่มแผ่นดินทรุดทุกปีจึงเป็นเรื่องที่พอเข้าใจและทำใจได้
"บ้านผมอยู่ย่านลาดพร้าว เห็นเขาบอก ว่ามีโอกาสท่วมสูง และถ้าเป็นจริงก็คงกระทบกับชีวิตและธุรกิจบ้าง แต่ไม่เป็นไรก็ต้องทำใจ เท่าที่รู้ในแต่ละปีก่อนที่น้ำจะท่วมกรุงมีคนช่วยสกัดไว้ให้ไปท่วมที่อื่น อยากบอกว่าต้องเห็นใจมาก เพราะระหว่างเส้นทางน้ำมีบ้านเรือน ทรัพย์สิน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเยอะ ถ้าเกิดมีอะไรให้ช่วยก็บอกเลย คนกรุงเทพฯ พร้อมช่วยเหลือ ผมรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ภัยพิบัติธรรมชาติเกิดถี่ขึ้น ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม ไฟป่า ล่าสุดเห็นน้ำท่วมหาดใหญ่แล้วใจหาย คงเพราะเราได้เปลี่ยนสมดุลของโลกมากไปเลยถูกลงโทษ ตอนนี้คงทำอะไรได้ไม่มาก คงต้องตามไปแก้ในอนาคต แต่ตื่นมากไปก็ไม่ดี บริโภคข้อมูลข่าวสารมากไปก็ไม่ดี อาจทำให้เครียดได้ และถ้ามีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นก็ช่วยให้เต็มที่ สำคัญต้องมีสติครับ" หนุ่มนักธุรกิจที่ตื่นตัวแต่ไม่ตื่นกลัว กล่าว
คำพูดที่ว่า "คนเราจะเห็นใจกันก็ตอนตกทุกข์ได้ยากหรือเจ็บป่วย" ยังคงเป็นสัจธรรมเสมอ และประโยคนี้ได้แผ่ปกคลุมไปทุกพื้นที่ที่กระแสน้ำ (ใจ) ส่งไปถึง.....



