
ธุรกิจท่องเที่ยวชูธงต้านรถไฟฟ้า แรงสะท้อนด้านหนึ่งถึงผู้บริหาร
โครงการรถไฟฟ้าโมโนเรล หรือรถรางไฟฟ้าเมืองพัทยา นโยบายการแก้ไขปัญหาระบบขนส่งมวลชนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน คือ 1 ใน 13 ยุทศาสตร์การพัฒนาเมืองพัทยา ภายใต้วิสัยทัศน์ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารคนรุ่นใหม่ของ อิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี และคณะผู้บริ
ด้วยเหตุที่ว่าผู้ประกอบการในสาขาการท่องเที่ยว ทั้งผู้ประกอบการรายเล็ก ผู้ประกอบการรายใหญ่ออกมาแสดงการคัดค้านอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุที่ว่าหากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจริงจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทัศนียภาพเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาตินั่นคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จะเห็นได้การทำประชาพิจารณ์ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีประชาชนกว่า 1,000 คน ได้รวมตัวแสดงการคัดค้านในการทำประชาพิจารณ์
แม้ อิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จะชี้แจงถึงนโยบายรถไฟฟ้าที่กำหนดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและแก้ไขปัญหาการจราจรที่เกิดขึ้นกับเมืองพัทยา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามามากกว่าปีละ 6 ล้านคน อีกทั้งมีจำนวนแรงงานอพยพเข้ามาทำงานในพื้นที่มากกว่าปีละ 5 แสนคน ทำให้เกิดปัญหาด้านการจราจร โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ รวมถึงเมืองพัทยาเป็นเมืองที่ทำรายได้อันดับ 3 ของประเทศ การมีระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพจะเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนปลอดภัย สร้างรายได้เพิ่มขึ้นและสร้างศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งยังมองว่ารถไฟฟ้าเป็นแผนแม่บทที่ได้ศึกษาไว้อย่างเป็นระบบและแก้ไขปัญหาจราจรได้อย่างยั่งยืนให้แก่เมืองพัทยาก็ตาม แต่แนวคิดเหล่านี้ก็ไม่สามารถหยุดยั้งความเคลื่อนไหวที่เป็นไปในลักษณะต่อต้านได้
ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจล่าสุดก็คือ กลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “ฅนพัทยาไม่เอารถไฟฟ้า” นำโดยสุรัตน์ เมฆะวากุล ประธานสภาวัฒนธรรม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อดีตนายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา และอดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาถึง 2 สมัย ที่เป็นหัวหอกนำประชาชน ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านไปรอบเมืองพัทยา เพื่อชักชวนให้ประชาชนออกมาแสดงจุดยืนความเป็นเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติโดยไม่เห็นด้วยกับการนำเอารถรางไฟฟ้า
เหตุผลของเครือข่ายกลุ่มนี้ก็คือ จะทำให้เมืองพัทยาสูญเสียทัศนียภาพที่สวยงาม ความเป็นธรรมชาติชายหาดเมืองพัทยาจะหมดไป มลภาวะจะเกิดขึ้น ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเสียงและฝุ่นควัน ทั้งช่วงก่อนและหลังการก่อสร้าง ตอม่อที่จะเกิดขึ้นทุกๆ 30 เมตร ผิวการจราจรมีขนาดลดลง ยิ่งทำให้การจราจรติดขัดมายิ่งขึ้นกว่าเดิม หน้าร้านค้าขายจะถูกปิดไปโดยปริยาย เกิดผลกระทบต่อทุกอาชีพคนในท้องถิ่นแบบเป็นลูกโซ่
นอกจากนี้กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการรถรางไฟฟ้าเมืองพัทยา ยังมองว่า ปัจจุบันปัญหารถสหกรณ์สองแถวรับจ้างซึ่งมีจำนวนมากกว่า 700 คัน รวมทั้งรถยนต์ตู้รับจ้างทับเส้นสัมปทาน รถแท็กซี่มิเตอร์ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และยังขาดการจัดระเบียบ โดยปล่อยให้ผู้ประกอบการรถรับจ้างเหล่านี้ เอารัดเอาเปรียบประชาชน และนักท่องเที่ยว ซึ่งเกิดปัญหามีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ยังรอรับการแก้ไขจากผู้บริหารเมืองพัทยา ซึ่งถ้าหากมีรถรางไฟฟ้าเกิดขึ้นมาอีก เชื่อว่าธุรกิจท่องเที่ยวเมืองพัทยา จะได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้
ส่วนโครงการรถรางไฟฟ้าเมืองพัทยาอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดความเป็นไปได้ และหากเป็นจริง โครงการซึ่งมีทั้งหมดจำนวน 7 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ 1.สีแดงระยะทาง 16 กม.เส้นทางพัทยาเหนือ-หนองปลาไหล-ห้วยใหญ่ 2.สีน้ำเงิน ระยะทาง 5 กม. จากพัทยาเหนือ-พัทยาสายสอง-พัทยาสายสาม-สุขุมวิท 3.สีเขียว ระยะทาง 16 กม.
จากพัทยาเหนือ-พัทยาสายหนึ่ง (เลียบชายหาด)-พัทยาสายสาม-สุขุมวิท 4.สีฟ้า ระยะทาง 9 กม. จากพัทยาใต้-เฉลิมพระเกียรติ-เทพประสิทธิ์-สุขุมวิท 5.สีเหลือง ระยะทาง 7 กม. จากเทพประสิทธิ์-หาดจอมเทียน-ห้วยใหญ่ 6.สีส้ม ระยะทาง 13 กม. ขนานทางรถไฟ-พัฒนาการ-เขาตาโล และ 7.สีชมพู ระยะทาง 10 กม. รวมระยะทางทั้งสิ้นจำนวน 76 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าใช้งบประมาณการก่อสร้างจำนวนทั้งสิ้น 4,000 บาท โดยใช้งบประมาณของเมืองพัทยา จำนวน 1,000 ล้านบาท และงบประมาณจากการออกพันธบัตร จำนวน 3,000 ล้านบาท
จากนี้ไปจึงน่าจับตาอย่างยิ่งถึงความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่กำลังกดดันไปถึงผู้บริหาร
" คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ - ศุภกร อรรคนันท์ "



