
สภาฯเดือดพท.เปิดประเด็นคลิปฯฉาว
สภาฯเดือดหลังจากเด็ก"พท."เปิดประเด็นคลิปฉาวป่วน นายกฯโดดป้องปัดแทรกแซงศาลรธน. ด้านวิรัชขู่ความจริงจะปรากฎ ระวังถูกยุบพรรครอบ 3 ขณะที่ รองประธานสามารถ ชิงหนีปิดหวั่นสภาล่ม หลังส.ส.โดดประชุมช่วยน้ำท่วม
(4พ.ย.) เวลา 11.00 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินเกี่ยวข้องกับขบวนการยุติธรรมถามนายกรัฐมนตรีว่า ตนเชื่อว่าอำนาจยุติธรรมเป็นอำนาจสูงสุดในการยุติความขัดแย้ง ซึ่งเมื่อตนเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไม่สามารถที่จะดำรงความยุติธรรมได้ตนก็ต้องสอบถาม นายกฯเคยแถลงเรื่องนี้ต่อสภาฯในนโยบายด้านกฎหมายว่าจะทำให้กระบวนการยุติธรรมโปร่งใสเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณีที่นักการเมืองได้มีพฤติการณ์ก้าวล่วงในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นการพิจารณาคดีที่สำคัญเกี่ยวกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์
โดยในช่วงเดือนส.ค.มีส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนอกเวลาราชการ เข้าไปรับเอกสาร ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องสำนวนคดี และต่อมามีกรณีฉาวโฉ่มากคือเรื่องคลิปฉาว ที่มีนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์พบกับนายพสิษฐ์ ศักดิ์ดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ โดยคลิปที่สองที่เผยแพร่ออกมามีการพูดคุยกันจริงของทั้ง 2 คน มันไปสอดคล้องกับคลิปตอนที่สามที่มีภาพการปรึกษาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในเรื่องการขอเบิกประธานกกต.มาให้การ ซึ่งแบบนี้มองได้ว่าคลิปดังกล่าวที่ออกมาเป็นประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายไพจิต ทั้งกระทู้ถามสด นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะๆอยู่ตลอด โดยกล่าวว่า การถามแบบนี้เป็นการอภิปราย ถ้าถามแบบนี้ทำให้รัฐมนตรีที่มาตอบแทนไม่สามารถตอบได้ ซึ่งการถามเรื่องยุบพรรคต้องไปถามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ใช้เวทีสภาในการพูดกล่าวหา ทำให้นายสามารถ ระบุว่า ฟังการอภิปรายของนายไพจิตพาดพิงถึงศาลรัฐธรรมนูญ และไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการบริหารราชแผ่นดิน จึงขอให้กระชับและระมัดระวังในการถาม
แต่อย่างไรก็ตามนายไพจิต ได้พยายามที่จะตั้งกระทู้ถามต่อ ตนถามนายกฯในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรค แต่เมื่อนายกฯมาไม่ได้แล้วให้รมว.ยุติธรรมมาตอบแทนเอง ซึ่งการที่ให้แกนนำของพรรคไปเจรจาว่าเอาใครมาเบิกความในศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์กับพรรคว่าจะยุบหรือไม่ยุบ จึงอยากถามว่านายวิรัช เป็นส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ แล้วนายวิรัชเป็นหนึ่งในทีมกฎหมายคดียุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ แล้วการดำเนินการแบบนี้ผิดหรือไม่
ซึ่งทำให้นายเทพไท ได้ลุกขึ้นประท้วงอีกว่า ตนไม่อยากให้มีการทำผิดข้อบังคับในสภาฯ เพราะเรื่องนี้เป็นการถามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่ถามนายกฯ จึงทำให้ประธานในที่ประชุมได้ย้ำว่าขอให้นายไพจิตถามให้ตรงประเด็นเพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายกฯและรมว.ยุติธรรม แต่เป็นประเด็นการปฏิบัติไม่ชอบและเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมองค์กรอิสระ ทำให้นายไพจิตยอมเปลี่ยนคำถามว่า นายกฯได้ดำเนินการอย่างไรในกรณีที่ปล่อยให้มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในกรณีคลิปฉาว
ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้ขอชี้แจงเองว่า กรณีคลิปที่เกี่ยวโยงกับศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นผู้ชี้แจง แต่กรณีสมาชิกพรรคตนไม่ได้เพิกเฉยได้มีการตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งได้ดำเนินสอบสวนเสร็จแล้วและได้ส่งรายงานมาที่ตน ซึ่งภายใน 1-2 วันนี้จะมีความคืบหน้า
จากนั้นระหว่างที่นายไพจิต ตั้งกระทู้ถามสดต่อว่า ตนได้ติดตามข่าว ซึ่งมีข่าวออกมาว่าคณะกรรมการฯที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบคลิปนั้น ได้ผลสรุปว่าจะเพียงแค่ตักเตือนและภาคทัณฑ์ ความผิดที่เกิดขึ้นของนายวิรัช ทำให้นายเทพไทประท้วงอีกครั้ง โดยระบุว่าที่นายกฯมาตอบก็ตอบด้วยความเกรงใจ แต่อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน จึงขอให้ยุติกระทู้สดนี้
ด้านประธานในที่ประชุม ระบุว่าหากดูข้อบังคับการประชุมจะระบุชัดเจนในการตั้งกระทู้ถามสดต้องไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว ซึ่งสิ่งที่ถามไม่ได้เกี่ยวกับงานในสภาฯตนเป็นห่วงกระทู้ไม่เกี่ยวกับข้อบังคับ หากให้ถามไปก็จะเป็นบัดทัดฐานที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นขอให้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ไม่ผิดข้อบังคับ ซึ่งประธานฯก็ลำบากใจเช่นเดียวกัน
นายไพจิต กล่าวต่อว่า หากเรื่องเกี่ยวกับนักการเมืองแต่ไม่ใช่เรื่องสภาฯถามไม่ได้ ตนก็หนักใจเหมือนกัน เพราะเมื่อกระบวนการทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงกระบวนการศาลยุติธรรมแบบนี้ นายกฯจะทำอย่างไร ในฐานะผู้นำประเทศต้องคิดเรื่องนี้แล้วนายกฯจะแก้ปัญหาอย่างไรไม่ให้เกิดในปัจจุบันและอนาคตอีก
ด้านนายกฯ ชี้แจงว่า หน้าที่ของเราทุกคนคือการดูแลให้สถาบันที่เป็นองค์กรอิสระอำนวยความยุติธรรมอยู่ในฐานะที่จะอำนวยความยุติธรรมได้ กรณีที่เกิดขึ้นเฉพาะส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการตรวจสอบ โดยตนเห็นว่าจากการการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่มีเรื่องใดที่เป็นการแทรกแซงกระชบวนการยุติธรรม โดยบุคคลที่เกี่ยวข้องก็ไม่ตัวตุลาการ เวลานี้ที่ต้องดูคือการเข้าไปแทรกแซงในตัวสถาบันคือศาลรัฐธรรมนูญ คือมีกระบวนการข่มขู่คุกคามตุลาการซึ่งรัฐบาลต้องดูแลเพื่อให้ตุลาการเกิดความมั่นใจว่าสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเที่ยงตรงไม่มีการข่มขู่คุกคามที่จะไปกระทบกับกระบวนการยุติธรรม ส่วนที่มีข้อสงสัยว่ากรณีคลิปที่เกิดขึ้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางการเมือง ในฐานะนักการเมืองที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคตนได้ตั้งคณะกรรมการและได้มีการตรวจสอบเบื้องต้น ส่วนข่าวว่าจะมีการลงโทษอย่าไรนั้นยังไม่มี อย่างไรก็ดีขอฝากด้วยว่าหากเรื่องนี้เกี่ยวข้อกับคนในพรรคท่านกรุณาสอบด้วยครับ แล้วผมจะส่งข้อมูลให้
นายไพจิต กล่าวต่อว่า หากการที่นายวิรัชไปพบกับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ แล้วมีการพูดว่าจะเอาประธานกกต.มาเบิกความ แล้วบอกว่าไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมตนก็ไม่สงสัยหรอกว่ามาตรฐานเป็นอย่างไร อย่าไปโยนความผิดให้ว่าเป็นการตัดต่อหรือผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
นายกฯ กล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่มีอะไรบิดเบือน กรณีการพบปะและบทสนทนาของสมาชิกพรรคจะกับใครก็ตามไม่มีการแทรกแซง ไม่มีกรณีเข้าไปล็อบบี้ ขอให้ตรวจสอบกันต่อไปว่าเกี่ยวข้องกับใครมีกระบวนการอย่างไร ส่วนที่ตนเห็นว่าไม่เหมาะสมคือการไปข่มขู่ตุลาการว่าถ้าไม่ตัดสินอย่างนั้นอย่างนี้จะเป็นอย่างไรเรื่องนี้ฝ่ายการเมืองต้องช่วยกันดูด้วยว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้ถ้าเกี่ยวกับพรรคท่านกรุณาตรวจสอบด้วย
ด้านนายวิรัช ร่มเย็น ได้ขอใช้สิทธิ์พาดพิงชี้แจงว่า เรื่องคลิปตนได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบปรามหลายวันแล้ว เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม เรียนว่าคนของพรรคเพื่อไทยหรือพรรคพวกของท่านเวลาแถลงข่าวนำคลิปทั้ง 3 คลิปมา แล้วคนในคลิปไม่มีโอกาสชี้แจง ซึ่งมีก่อนมีหลังแล้วนำ3 คลิปที่ว่ามาร้อยเรียงกัน ซึ่งดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน ตนเชื่อว่าประชาชนเห็นชัด ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่มีการล๊อบบี้ ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับรูปคดีอยู่ ต้องพิสูจน์ในศาล ซึ่งหากความจริงปรากฎพรรคเพื่อไทยอาจถูกยุบพรรคเป็นครั้งที่ 3 ได้
ซึ่งทำให้ประธานในที่ประชุม ได้ขอยุติกระทู้สดดังกล่าว โดยระบุว่า เรื่องนี้เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว เราก็ไม่ควรเข้าไปก้าวล่วง
ต่อมาเมื่อเวลา 11.50 น. ภายหลังจากกระทู้ถามสดจบ ซึ่งที่ประชุมจะมีการหยิบยกร่างพ.ร.บ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ... ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอเข้ามา ซึ่งปรากฎว่า นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้หารือว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวถือว่าเป็นกฎหมายที่สำคัญ แต่วันนี้มีส.ส.มาอยู่ในสภาฯน้อยมาก ตนไม่อยากขอนับองค์ประชุม
จึงทำให้ประธานในที่ประชุม ชี้แจงว่า หากพิจารณาเหตุผลจากนายประยุทธ์ ว่าอยากให้รัฐมนตรีชี้แจง เพราะเป็นกฎหมายที่สำคัญ อยากให้ส.ส.เข้าร่วมรับฟังกฎหมาย หากดูจากรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมแล้วก็ครบ แต่หากดูจำนวนส.ส.ในสภาฯก็เข้าร่วมน้อย ตนจึงขอให้ปิดการประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาฯหลังจากที่มีการพิจารณากระทู้ถามเสร็จสิ้นแล้วปรากฎว่ามีส.ส.อยู่ในห้องประชุมน้อยมาก เพราะส่วนหนึ่งได้ทยอยลงพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม ทำให้นายสามารถจึงตัดสินใจสั่งปิดประชุมทันที
สำหรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มีสาระสำคัญ คือ การตั้งองค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ธรรมชาติฯ จำนวนทั้งสิ้น 13 คน โดยมีหน้าที่ให้ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง
รวมทั้งมีอำนาจในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการในสำนักงาน การส่งเสริมให้ประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ ให้ความเห็นของคณะกรรมการ ส่งเสริมให้มีการศึกษาด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ที่จำเป็นกับการให้ความเห็นของคณะกรรมการฯ และให้มีอำนาจเสนอแนะต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในการกำหนดประเภท โครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง



