
ปูนบำเหน็จปลัดอ.จะนะช่วยน้ำท่วมดับ
ผู้ว่าฯสงขลา เผย พบศพปลัดอำเภอจะนะหลังเรือล่มขณะช่วยชาวบ้านน้ำท่วม เล็งเสนอปูนบำเหน็จ-ตั้งกองทุนช่วยครอบครัวและเชิดชูเกียรติ ขณะที่ระดับน้ำสูงล้นท่วมเขตเทศบาลเมืองปัตตานีแล้ว สาทิตย์สั่ง ปภ.ประเมินความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม ยันเข้าหลักเกณฑ์รับชดเชย 5,000
(4พ.ย.) นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่พบศพว่าที่ร.ต.นายวัชรัตน์ บุญฤทธิ์ ปลัดอำเภอจะนะ ที่สูญหายหลังจากเกิดอุบัติเหตุเรือล่มขณะเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยเมื่อกลางดึกวันที่ 1พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว หลังจากได้ระดมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยประดาน้ำร่วมกันค้นหาควบคู่กับการเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน กระทั่งมีการยืนยันว่าปลัดอำเภอจะนะได้เสียชีวิตแล้ว ล่าสุดได้กำชับให้นายอำเภอจะนะเร่งเข้าไปช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นบุคคลที่เสียสละชีวิตเพื่อช่วยเหลือช่าวบ้านนตัวเองต้องเสียชีวิต
"ปลัดอำเภอจะนะเป็นคนดีมากและเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ซึ่งทันทีที่ทราบว่าน้ำท่วมหนักจึงได้นำเรือออกไปช่วยเหลือชาวบ้านจนลืมใส่เสื้อชูชีพเพราะความเร่งรีบ กระทั่งต้องฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวทำให้เรือล่มและตัวเองเสียชีวิตขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งในส่วนของความช่วยเหลือนั้นจะเสนอให้ปูนบำเหน็จให้อย่างเต็มที่พร้อมทั้งอาจมีการตั้งกองทุนขึ้นมาช่วยเหลือครอบครัวด้วย เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่ทำคุณงามความดีถือเป็นแบบอย่างของข้าราชการที่ลงปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ห่วงตัวเอง" นายวิญญู กล่าว
ปูนบำเหน็จปลัดอำเภอจะนะช่วยน้ำท่วมดับ
นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง(ปค.) กล่าวว่า จากการเสียชีวิตของว่าที่ร.ต.วัชรัตน์ บุญฤทธิ์ ปลัดอำเภอจะนะ จ.สงขลา ที่เสียชีวิตจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมนั้น ในส่วนของสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ผู้เสียชีวิตจะได้คือ 1.สหกรณ์ออมทรัพย์กรมการปกครอง จำกัด เป็นค่าสินไหมมรณกรรม โครงการประกันชีวิตฯ 600,000 บาท ค่าจัดการงานศพและร่วมทำบุญ 10,500 บาท ค่าหุ้น 6,400 บาท 2.ปลัดอำเภอรุ่นที่ 181 ช่วยเหลือ 10,000 บาท 3.มูลนิธิ อส. ช่วยเหลือ 20,000 บาท 4.สวัสดิการ อส.ช่วยเหลือ 10,000 บาท 5.พรบ.บำเหน็จบำนาญฯ พ.ศ.2494 เงินเดือนเดือนสุดท้าย 246,500 บาทคูณอายุรับราชการ (รวมนับวันทวีคูณ) 6. พรฎ.การจ่ายเงินเดือนฯ พ.ศ.2535 เงินช่วยพิเศษ 3 เท่า 25,500 บาท ของเงินเดือน 7.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณพิเศษ พ.ศ.2521ข้อ 9 (3) 8. มูลนิธินักปกครอง ช่วยเหลือ 10,000 บาท 9.เปิดบัญชีรับบริจาคจากข้าราชการฝ่ายปกครองทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 948,900 บาท
นายมงคล กล่าวต่อว่า ในส่วนเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น เนื่องจากข้าราชการดังกล่าวรับราชการไม่ครบ 5 ปี จึงยังไม่มีสิทธิ ขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แต่ในกรณีนี้ กรมการปกครองจะขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น ต.ม.เป็นกรณีพิเศษ คือ ขอพระราชทานยศ “อส.” เป็นกรณีพิเศษชั้น “นายหมวดเอก” รวมถึงขอเครื่องหมาย “รักษาดินแดนยิ่งชีพ” และได้รับใบประกาศเกียรติคุณยกย่องชมเชยจากอธิบดีกรมการปกครอง
"ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของว่าที่ ร.ต.วัชรัตน์ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการทุ่มเทการปฏิบัติหน้าที่ของชาวปกครองที่ควรค่าแก่การยกย่องเชิดชู ซึ่งผมจะเดินทางไปร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมในวันศุกร์ที่ 5 พ.ย. ณ ศาลาประชาคม อ.จะนะจ.สงขลาด้วย"อธิบดีกรมการปกครองกล่าว
ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ว่า ตามที่มีน้ำตอนบน คือจังหวัดยะลา และเขื่อนยะลา ได้ระบายน้ำออกมาลงสู่แม่น้ำปัตตานี และมีน้ำป่าไหลหลากอีกทางหนึ่ง เพื่อระบายลงสู่ทะเล ผ่านเมืองปัตตานี ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นมากเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีแล้ว ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำปัตตานี บ้านเรือนราษฏร ถนนจมอยู่ในน้ำ ทั้งในแขตตำบลจะบังติกอ, ตำบลสะบารัง และตำบลอาเนาะรูบางส่วน โดยเฉพาะ ถนนหลังวัง ถนนหน้าวัง ถนนกลาพอ ถนนโรงอ่าง รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ บ้านเรือนราษฏรจมอยู่ในน้ำ เกือบพันครัวเรือน โดยเฉพาะถนนหลังวัง พื้นที่ราบลุ่ม ระดับน้ำสูง 1.50 เมตร ประชาชนเดือดร้อนหนัก ต้องอพยพชาวบ้านบางส่วนอยู่บ้านญาติ จำนวน50 ครัวเรือน และยังมีถนนหลายสายในเขตเทศบาล ที่อยู่ริมแม่น้ำ ระดับน้ำสูง 30 ซม.นอกจากนั้น มีโรงเรียนในสังกัดเทศบาลปิดหมด 5 โรง และโรงเรียนทั่วไป 5โรงโดย
นอกจากนั้นเฉพาะพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งท่วมอยู่แล้วได้ท่วมมากขึ้น ระดับน้ำสูงขึ้นระดับน้ำ 1.50 เมตรในเขต อ.ยะรัง ที่ ต.คลองใหม่, ต.ประจัน, เช่นเดียวกับที่ ต.ปะกาฮารัง, ต.บาราเฮาะ ต.ตะลูโบ๊ะ ระดัยน้ำสูงขึ้น ถึง 2 เมตร ระดับน้ำสูงขึ้นมาก บ้านเรือนราษฏร จมอยู่ในน้ำ ถนนทุกสายในหมู่บ้านใช้งานไม่ได้ ประชาชนต้องใช้เรือเป็นพาหนะนอกจากนั้นสาย 418 บวิเวณบ้านต้นมะพร้าวต้นเดียว ต . ลิปะสะโง อ . หนองจิก รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้ ขณะรายงานข่าวระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้น
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) กล่าวถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า วันนี้ต้องรอรายงานว่าจะมีความเสียหายเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้ปัญหาที่ยังคงมีอยู่ในพื้นที่ขณะนี้คือเรื่องของขยะที่ต้องเร่งฟื้นฟูโดยเร็ว รวมถึงเรื่องของลมพายุและต้นยางพาราที่โค่นล้ม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดดำเนินการตรวจสอบความเสียหายว่าเข้ากับหลักเกณฑ์ที่เคยตั้งไว้ในเรื่องกรณีของภัยพิบัติหรือไม่ ยืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่อ.หาดใหญ่ขณะนี้เข้าหลักเกณฑ์ได้รับการชดเชยจำนวน 5,000 บาท เนื่องจากเป็นเรื่องของน้ำท่วมฉับพลัน นอกจากนี้แม้ว่าขณะนี้พายุดีเปรสชั่นจะผ่านพ้นเขตพื้นที่ในภาคใต้ไปแล้วแต่ก็ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะภาคใต้เป็นเขตพื้นที่มรสุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากระดับน้ำในพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้เริ่มลดลงแล้ว ทำให้หลายหน่วยงานได้เข้าไปเร่งฟื้นฟูในหลายๆ จุด รวมทั้งระดมเจ้าหน้าที่ นักศึกษา และชาวบ้าน ออกทำความสะอาดทั่วเมืองหาดใหญ่ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความต้องการน้ำดื่ม และน้ำสะอาด ที่ต้องนำมาใช้ในการชะล้างสิ่งสกปรก ซึ่งขณะนี้ทาง อ.หาดใหญ่ กำลังดำเนินการจัดหาน้ำที่สะอาดให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตามสำหรับการช่วยเหลือเรื่องของเครื่องอุปโภค-บริโภคนั้น วันนี้กองทัพเรือ ได้ให้เรือหลวงจักรีนฤเบศร์ นำถุงยังชีพจำนวน 5,000 ถุง และน้ำดื่มจำนวน 4,000 แพ็ค ออกแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ ของกองทัพเรือ ขนสิ่งของจากเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ มาส่งให้กับศูนย์ช่วยเหลือ เพื่อนำออกแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากประชาชนรายใดต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สามารถติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือได้ตลอดเวลา 083-903-0440
นายดนัยวิทย์ สายบัณทิตย์ ผอ.โครงการชลประทานจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ล่าสุดวันนี้ (4พ.ย.) ทุกจุดพื้นที่ซึ่งถูกน้ำท่วมในช่วง 2 วันที่ผ่านมานั้นระดับน้ำได้ลดลงและแห้งเกือบทั้งหมดแล้ว ยกเว้นในพื้นที่อำเภอรอบนอก เช่น อ.บางกล่ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำและรองรับนำจากพื้นที่หาดใหญ่ที่ไหลผ่านคลองอู่ตะเภาก่อนไหลลงสู่ทะเล ยังคงน่าเป็นห่วง
ขณะนี้มีการประสานกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องสูบน้ำประมาณ 30 เครื่องเพื่อเข้าไปเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อ.บางกล่ำ ให้ระบายลงสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด โดยคาดว่าอาจต้องใช้เวลา 1สัปดาห์ทุกพื้นที่จะเข้าสู่ภาวะปกติทั้งหมด หากฝนไม่ตกหนักลงมาซ้ำอีกระลอก ซึ่งขณะนี้ได้ติดตามการพยากรณือากาศจากกรมอุตุนิยทวิทยาอย่างใกล้ชิด หลังจากมีกระแสระบุว่าจะมีมวลอากาศเย็นพัดเข้ามาอีกระลอกซึ่งอาจจะมีผลกระทบให้เกิดฝนตกและพายุพัดเข้ามาอีกระหว่างวันที่ 6 - 7 พ.ย. ทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังและวางแผนรับมืออย่างใกล้ชิด



