
"เชลซี"ฟอร์มดุถล่ม"สปาร์ตัก มอสโก"4-1ลิ่วชปล.
"สิงห์โตน้ำเงินคราม"เชลซี เปิดบ้านถล่มสปาร์ตัก มอสโก 4-1 ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แน่นอนแล้ว ทางด้าน รีล มาดริด ไล่เสมอ เอซี มิลาน 2-2 นาทีสุดท้าย
โชว์ฟอร์มโหดอย่างต่อเนื่อง เชลซี เปิดบ้านสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ สปาร์ตัก มอสโก เจ้าบ้านไม่มี ฟลอร็องต์ มาลูดา, แฟรงค์ แลมพาร์ด และ โชเซ โบซิงวา ที่บาดเจ็บ รวมทั้งพัก จอห์น เทอร์รี กองหลังกัปตันทีมไว้ที่ข้างสนาม แต่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ดาวยิงทีมชาติไอวอรีโคสต์กลับมาลงเล่นในบอลถ้วยยุโรปครั้งแรกของฤดูกาลนี้ หลังติดโทษแบนสะสมใน 2 เกมแรกและเป็นไข้หวัดในนัดที่แล้ว ส่วนทีมเยือนวาง เวลลิตัน หัวหอกชาวบราซิลยืนค้ำแดนหน้า
“สิงห์บลูส์”บุกเข้าใส่แต่ทีมเยือนมีลุ้นจะแจ้งครั้งแรกของเกมในนาทีที่ 8 จากการเติมเกมขึ้นมาทางขวาของ เยฟเกนี มาเคเยฟ ก่อนเปิดเข้ากลางให้ อิบสัน แตะคืนมาที่ ไอเดน แม็คกีดี ปั่นโค้งด้วยซ้ายหนีมือ ปีเตอร์ เช็ก หลุดเสาสองออกหลัง จากนั้นนาทีที่ 15 นิโกลาส์ อเนลกา หาจังหวะเข้าทำให้เจ้าถิ่นด้วยการโยกจากซ้ายตัดเข้ากลางแล้วตะบันหน้าเขตโทษ แต่ลูกเฉี่ยวเสาไกลออกไปแบบได้เสียว
เชลซี เริ่มคุมสถานการณ์ได้มากขึ้น นาทีที่ 25 ดร็อกบา ลองส่องดูบ้าง แต่ไม่ผ่านมือ อังเดร ดิคาน ถัดมา 7 นาที ดร็อกบา โฉบเข้ามาโหม่งลูกเตะมุมของ ยูริ เซียร์คอฟ ที่เสาแรกข้ามคานออกไปอีก ก่อนที่ สปาร์ตัก มอสโก จะตอบโต้ด้วยลูกยิงไกลเต็มข้อของ อเล็กซ์ ในนาทีที่ 34 แต่ ปีเตอร์ เช็ก ยังล้มตัวปัดพ้นอันตรายออกไปได้
นาทีที่ 42 เจ้าถิ่นชวดได้ประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย เมื่อ เซียร์คอฟ เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวา บรานิสลาฟ อิวาโนวิช โฉบเข้ามาที่เสาแรกแล้วโหม่งเช็ดมาที่หน้าประตูให้ อเล็กซ์ พุ่งเข้าชาร์จแต่โดนกองหลังทีมเยือนเบียด ลูกจึงไปโดนหน้าแข้งข้ามคานออกไป จบครึ่งแรกยังเสมอ 0-0
ครึ่งหลัง สิงห์บลูส์ ทะลวงประตูนำ 1-0 ได้ในนาทีที่ 49 โดย ซาโลมง กาลู แทงลูกให้ อเนลกา หลุดกับดักล้ำหน้าเข้ายิงมุมแคบสวนตัว อังเดร ดิคาน ที่ออกมาปิดมุมแล้วแต่ปิดไม่มิด ส่งบอลเบียดเสาแรกเสยเพดานตาข่ายอย่างเฉียบคม ถัดมานาทีเดียว ทีมเยือนมีลุ้นเอาคืนจากการยิงไกลของ อเล็กซ์ ลูกแฉลบขา จอห์น โอบี มิเกล แต่ เช็ก ยังทุบออกหลังไปได้
นาที 62 เชลซี หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ ดร็อกบา อาศัยความแข็งแกร่งตะลุยเข้าเขตโทษด้านซ้ายก่อนถูก มาเคเยฟ ดักล้มลง ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษก่อนที่ ดร็อกบา จะลุกขึ้นมาสังหารเองส่งลูกหนีมือ ดิคาน ตุงตาข่าย จากนั้นนาทีที่ 66 สกอร์ไหลเป็น 3-0 โดย ดร็อกบา เปิดฟรีคิกริมเส้นด้านขวาให้ อิวาโนวิช โขกกดลงพื้นหนีมือ ดิคานเข้าไป
สปาร์ตัก มอสโก มาตีไข่แตกเป็น 1-3 ได้ในนาทีที่ 86 จากการฉกบอลจาก อิวาโนวิช ได้แล้วจ่ายให้ เวลลิตัน กึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้าประตู นิกิตา บาเซนอฟ ตัวสำรองที่ลงมาแทน แม็คกีดี ล้มตัวเข้าฮอสจ่อๆ ไม่เหลือ แต่ก็โดน อิวาโนวิช ซัดลูกชุลมุนตอกฝาโลงช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 2 ทำให้ เชลซี ชนะไป 4-1 เก็บ 12 แต้มเต็มจากชัยชนะ 4 นัดรวด ผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์แน่นอนแล้ว ส่วน สปาร์ตัก มอสโก มี 6 คะแนนเท่ากับ โอลิมปิก มาร์กเซย แต่ยังรั้งอันดับ 2 ของกลุ่ม เอฟ เนื่องจากผลงานเฮดทูเฮดดีกว่า แม้ผลต่างประตูได้-เสียเป็นรองก็ตาม
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เชลซี - ปีเตอร์ เช็ก, เปาโล แฟร์เรรา, อเล็กซ์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แอชลีย์ โคล, จอห์น โอบี มิเกล, รามิเรส, ยูริ เซียร์คอฟ, ซาโลมง กาลู, นิโกลาส์ อเนลกา, ดิดิเยร์ ดร็อกบา
สปาร์ตัก มอสโก - อังเดร ดิคาน, เยฟเกนี มาเคเยฟ, นิโคลัส ปาเรฮา, มาเร็ค ซูชี, อังเดร อิวานอฟ, อเล็กซานเดอร์ เชชูคอฟ, อิบสัน, อเล็กซ์, ดิมิทรี คอมบารอฟ, ไอเดน แม็คกีดี, เวลลิตัน
ผลฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 4
กลุ่ม อี
เอฟซี บาเซิล (สวิตเซอร์แลนด์) แพ้ โรมา (อิตาลี) 2-3
ซีเอฟอาร์ คลูจ (โรมาเนีย) แพ้ บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี) 0-4
กลุ่ม เอฟ
เชลซี (อังกฤษ) ชนะ สปาร์ตัก มอสโก (รัสเซีย) 4-1
เอ็มเอสเค ซิลินา (สโลวาเกีย) แพ้ โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส) 0-7
กลุ่ม จี
โอแซร์ (ฝรั่งเศส) ชนะ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์) 2-1
เอซี มิลาน (อิตาลี) เสมอ รีล มาดริด (สเปน) 2-2
กลุ่ม เอช
ปาร์ติซาน เบลเกรด (เซอร์เบีย) แพ้ บรากา (โปรตุเกส) 0-1
ชัคห์เตอร์ โดเนทสค์ (ยูเครน) ชนะ อาร์เซนอล (อังกฤษ) 2-1



