ข่าว

แปรวิปโยคเป็นแผนอนาคต

แปรวิปโยคเป็นแผนอนาคต

04 พ.ย. 2553

หนังสือพิมพ์หลายฉบับพาดหัวโดยไม่จำเป็นต้องนัดหมายกันใช้คำว่า "วิปโยค" หาดใหญ่วิปโยค เป็นคำที่เกือบทุกฉบับเมื่อไปสัมผัสด้วยตัวเองนั้นเห็นสภาพชัดเจนเป็นความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของศูนย์กลางการค้าของภาคใต้อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

 ถึงแม้ว่าเช้าวันนี้รายงานข่าวบอกว่า น้ำจะเริ่มลดลงแล้ว แต่ว่ายังมีปัญหาอุปสรรคมากมายการจะฟื้นกลับสู่ภาวะปกตินั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายประเมินกันว่าไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ น้ำจึงจะลด และโชคดีที่ดีเปรสชันลูกใหม่ที่คาดว่าจะจ่อภาคใต้อีกครั้งได้เปลี่ยนทิศเข้าประเทศเวียดนามแทน

 แต่ที่แน่นอนก็คือว่า ความสูญเสียที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ว่าความเป็นศูนย์กลางธุรกิจของหาดใหญ่จะถูกกระทบเท่านั้น แต่ผังเมืองก็ดี การวางแผนป้องกันน้ำท่วมในอนาคตก็ดี การสามารถที่จะปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในบ้านช่องในยามที่น้ำขึ้นสูงอย่างที่ไม่คาดหมายพิสูจน์แล้วว่า ขาดประสิทธิภาพอย่างชัดเจน

 นายกเทศมนตรี "ไพร พัฒโน" ยอมรับว่า ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งมองดูน้ำขึ้นสูงขึ้นมา "รมช.มหาดไทย" ถาวร เสนเนียม คนสงขลาเอง ก็ยอมรับเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาว่า หมดความสามารถที่จะช่วยเหลือ เพราะน้ำทั้งเชี่ยว ทั้งลึก แม้กระทั่งรถยีเอ็มซีของทหารก็ยังเอาไม่อยู่

 นายกรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ลงไปตรวจพื้นที่นั่งรถยีเอ็มซีเอง ก็ยอมรับว่า เป็นสถานการณ์ที่รุนแรงกว่าที่คาดคิดอย่างยิ่ง

 ถามว่ามนุษย์สามารถเอาชนะธรรมชาติได้หรือไม่ คำตอบอยู่ที่ว่ามนุษย์จะป้องกันไม่ให้ธรรมชาติถูกทำลายจนกระทั่งธรรมชาติจะแสดงความโกรธด้วยการลงโทษมนุษย์ถึงขั้นดุเดือดรุนแรงเช่นนี้

 ฉะนั้นมนุษย์จะต้องป้องกัน และมีมาตรการที่จะรับมือเมื่อธรรมชาติมีปฏิกิริยาที่ดุเดือดรุนแรงอย่างที่เห็นกันที่หาดใหญ่ ประเด็นปัญหามีทั้งที่มนุษย์ทำเอง และทั้งที่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่ที่ชัดเจนคือเรื่องของผังเมือง เรื่องการสร้างสิ่งต่างๆ ที่ขวางเส้นทางน้ำไหล

สุทธิชัย หยุ่น

 และเรื่องของการไม่ตระเตรียมความพร้อมเพรียงที่จะตั้งรับกับภัยพิบัติ เพราะคนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่า เรื่องร้ายแรงเช่นนี้ไม่เกิดกับเรา แต่นี้ต่อไปความเชื่อเช่นนั้นต้องหมดไป เพราะว่าเราไม่ใช่ข้อยกเว้น เราต้องพร้อมจะรับภัยพิบัติทุกอย่าง เหมือนกับประเทศอื่นๆ เช่นกัน