ข่าว

เสียงร้องช่วยระงมว.แดงกู้ชีวิตคนหาดใหญ่ !!

เสียงร้องช่วยระงมว.แดงกู้ชีวิตคนหาดใหญ่ !!

04 พ.ย. 2553

ไม่ต่ำกว่า 2 คืนแล้วที่ผู้ประสบอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมืองหลวงแห่งปักษ์ใต้ ต้องหนีภัยพิบัติจากน้ำท่วมขึ้นไปนอนบนหลังคา ผจญชีวิตอยู่ในภวังค์แห่งความมืดมิดจากระบบไฟฟ้าที่ถูกตัดขาด ระบบสัญญาณการสื่อสารต่างๆ ขัดข้องอย่างสิ้นเชิง

 ที่สำคัญหลายครอบครัวยังต้องตกอยู่ในสภาพหิวโหยอย่างหนัก ต่างรอคอยการช่วยเหลือด้วยความหวังอันริบหรี่ เพราะการช่วยเหลือล้วนแสนเข็ญจากภาวะน้ำที่ท่วมสูงและเชี่ยวกราก

 หน่วยกู้ภัยและทางการหมดหนทางที่จะเข้าไปกู้ชีวิตในห้วงแรกๆ

 ทว่า ยังไม่หมดหนทาง หน่วยกู้ภัยที่ทำงานด้วยใจต่างหาวิธีการเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังสารพัดวิธี

 “น้ำที่ไหลเข้าท่วมเมืองหาดใหญ่ในช่วงค่ำวันที่ 1 พฤศจิกายน ทำให้มูลนิธิเมตตาตั้งตัวไม่ทัน แม้จะมีการประชุมวางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งได้เตรียมเรือไว้ 2 ลำ เสื้อชูชีพ 20 ตัว แต่คาดการณ์ผิด เพราะน้ำที่มาเร็วและแรงมาก เพียงไม่ถึง 3 ชั่วโมงน้ำในบางพื้นที่สูง 2-3 เมตร ทำให้การเดินทางเข้าไปช่วยเหลือยากลำบาก ต้องรอจนถึงเช้าวันที่ 2 พฤศจิกายน จึงสามารถนำเรือออกไปช่วยเหลือได้บางส่วน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยไข้เลือดออก และหญิงมีครรภ์ใกล้คลอดก่อน ซึ่งการขนย้ายผู้หญิงใกล้คลอดถือว่ายากลำบากมาก เพราะต้องเตรียมอุปกรณ์ในการทำคลอดไปด้วย แต่จากการปฏิบัติงานยังไม่พบผู้หญิงที่คลอดบนเรือเลย” จารุกิตต์ จักรเพชร รองหัวหน้าหน่วย-เขตผลัดที่ 2 มูลนิธิเมตตา เล่าเหตุการณ์การช่วยเหลือ 

 จารุกิตต์ ยอมรับว่า การเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก เนื่องจากการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์มือถือทุกเครือข่ายไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้การลงพื้นที่เป้าหมายที่ต้องการให้เข้าไปช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก มีเพียงวิทยุสื่อสารเครื่องแดง และเครื่องดำ กู้ภัยวีอาร์ กู้ภัยจากพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และทีมกู้ภัยจากมูลนิธิต่างๆ ในจังหวัดใกล้เคียง และกทม. ร่วมประสานความร่วมมือกัน เพื่อจะแจ้งข่าวสารผ่านทางวิทยุสื่อสารที่ใช้ในพื้นที่ได้เท่านั้น

 อาสากู้ภัยรายนี้ บอกว่า ช่วงที่ตนและทีมกู้ภัยซึ่งมีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน โดยเฉพาะการปฐมพยาบาล หลังรับแจ้งจากวิทยุสื่อสารว่ามีผู้ป่วยและผู้ประสบอุทกภัยติดค้างอยู่บริเวณใด ก็จะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วม 7 คน นั่งเรือท้องแบนออกไปช่วยเหลือทันที แต่การเข้าไปช่วยเหลือทุลักทุเลมาก เพราะกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ต้องหลบหลีกโต๊ะ เก้าอี้ และวัตถุที่ลอยมาตามน้ำ อีกทั้งต้องคอยระมัดระวังหลังคารถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมจนมองไม่เห็น ทำให้การเดินทางโดยเรือเป็นไปด้วยความลำบากยิ่ง โดยเฉพาะการเข้าไปรับผู้ป่วยในยามค่ำคืน เพราะตลอดเส้นทางไม่มีแสงสว่าง มีเพียงไฟฉาย 1 กระบอก ที่ส่องนำทางเรือเข้าไป

 "ชะตากรรมของชาวบ้านที่รอความช่วยเหลือต้องตกอยู่ในภาวะที่ยากไร้ บางรายส่งเสียงตะโกนลั่นเพื่อให้เข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็ถูกทิ้งให้รออยู่บนหลังคาบ้าน เพราะทีมกู้ภัยมีเป้าหมายไปช่วยผู้ป่วยก่อน แต่ก็ติดต่อวิทยุสื่อสารให้ทีมกู้ภัยชุดอื่นเข้ามาช่วยแทน ทุกครั้งที่พบเห็นผู้ประสบอุทกภัยที่ติดอยู่บนหลังคาบ้าน เพื่อรอคอยการช่วยเหลือ ทีมกู้ภัยก็รู้สึกสงสาร ทั้งที่อยากพาลงเรือมาด้วย แต่ก็ต้องปฏิบัติตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาก่อน" จารุกิติต์เล่าอย่างหดหู่

 อีกความเคลื่อนไหว โดยเฉพาะจาก ศูนย์วิทยุเพื่อความมั่นคงศูนย์ชาลี ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาตั้งให้เป็นศูนย์กลางช่วยเหลือภัยพิบัติสงขลา ภายใต้การนำของ ชาลี นพวงศ์ ณ อยุธยา ประธานชมรมอาสาคลายทุกข์ จ.สงขลา

 ชาลีสะท้อนเหตุการณ์ให้ฟังว่า ทางศูนย์มีเครื่องปั่นไฟไว้ปฏิบัติภารกิจตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประชาสัมพันธ์ความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัย และมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 97.0 เมกะเฮิรตซ์ ทีวีออนไลน์ songkhla97.com สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม หาดใหญ่เคเบิล 93 ซึ่งจะมีการรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง

 ชาลีเล่าถึงการปฏิบัติภารกิจกู้ชีพว่า ทางศูนย์ชาลีมีเครือข่ายผู้ที่ใช้วิทยุสื่อสาร ซึ่งมีสมาชิก 3 หมื่นคน รายงานความเคลื่อนไหวในพื้นที่ว่ามีผู้ประสบอุทกภัยบริเวณใดต้องการความช่วยเหลือ จากนั้นก็จะส่งทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยทันที โดยหน่วยกู้ภัยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด และในกรุงเทพมหานคร สามารถรับฟังวิทยุสื่อสารเครื่องแดงได้ที่ เครื่องซีบี 245 ช่อง 43 เพราะจะเป็นช่องทางในการสื่อสารได้ง่ายที่สุดแทนการใช้มือถือ

 ส่วน วิจิตร จันทรปาน ปภ.สงขลา บอกความต้องการที่ยังขาดแคลนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยว่า การเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่มีการประสานความร่วมมือหลายฝ่าย โดยมีหน่วยงานจากศูนย์ชาลี  เทศบาลนครหาดใหญ่ อบจ.หาดใหญ่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และปภ.เขต 12 สงขลา พร้อมจัดเรือ ถุงยังชีพเข้าไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือขอให้ติดผ้าแดงแขวนไว้ที่หน้าบ้าน หรือที่ที่เห็นชัดเจน จนถึงขณะนี้สิ่งที่ต้องการมากคือ น้ำดื่ม อาหาร ไฟฉาย ยารักษาโรคเท้าเปื่อย

 นี่คือมุมสะท้อนชีวิตของอาสากู้ภัยในยามวิกฤติ ซึ่งมีชีวิตเพื่อนมนุษยชาติเป็นเดิมพัน !!

ชยานนท์  ปราณีต