
"กรณ์"เผยเตรียม2หมื่นล้านช่วยน่ำท่วม
"ไพร" รับพิษน้ำท่วมทำหาดใหญเสียหายหมื่นล้าน ประกันภัยรถยนต์ 14 จังหวัด มีรถยนต์ทำประกันถูกน้ำท่วมเกือบ 2 ล้านคัน คินเป็นเงินเอาประกันกว่า 222,193 ล้าน ชาวโคราชแห่ขึ้นทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ "อภิสิทธิ์" ลงพื้นที่จ่ายจ่ายชุดแรก 4 พฤศจิกายนนี้ ที่โคราช
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นได้เตรียมงบประมาณที่จะนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมไว้ 2 หมื่นล้านบาท ยังไม่นับรวมความเสียหายที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ยังไม่ได้ประเมินความเสียหายที่แท้จริง แต่คาดว่างบที่จะนำมาใช้ก็จะอยู่ในหลัก 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเงินงบประมาณที่จะนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ จะนำมาจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยฉุกเฉิน
นายกรณ์กล่าวว่า งบประมาณที่เตรียมไว้จ่ายชดเชยความเดือดร้อนและเสียหายของอาคารบ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตรอาจไม่เพียงพอ นายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้ทุกส่วนราชการไปทบทวนโครงการใช้เงินใหม่ เพื่อนำมาจัดสรรสำหรับช่วยเหลือประชาชนและพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งการซ่อมแซมโรงเรียน โรงพยาบาล ถนน ต่างๆ โดยน่าจะสรุปตัวเลขได้ภายในสัปดาห์นี้ รวมถึงการดึงเงินในโครงการไทยเข้มแข็งมาใช้บรรเทาปัญหาน้ำท่วมน่าจะเสนอ ครม.ได้วันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ด้วย
นายกรณ์กล่าวอีกว่า ครม.มีมติ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ในส่วนของงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ชดเชยให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครัวเรือนละ 5,000 บาท โดยให้ธนาคารออมสินดำเนินการจ่ายนั้น ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยได้จัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือลอตแรกเข้ามาแล้ว 1,043 ครัวเรือน เป็นเงิน 5,215,000 บาท ที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ถือเป็นพื้นที่นำร่อง ซึ่งผู้ประสบภัยสามารถติดต่อขอรับเงินได้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป
นายกรณ์กล่าวด้วยว่า สำหรับวิธีจ่ายเงินให้ผู้ประสบภัยนั้น ธนาคารออมสินจะจ่ายเป็นเงินสด 5,000 บาท โดยขอให้เจ้าบ้านมารับด้วยตัวเองเพื่อป้องกันปัญหาการรั่วไหลของเงิน หรือการถูกหักหัวคิว โดยรายชื่อมีอยู่ที่ธนาคารออมสินแล้วตามที่มหาดไทยตรวจสอบและรับรอง เพียงนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นๆ ที่เป็นหลักฐานทางราชการมายืนยันก็สามารถรับเงินได้ทันทีผ่านรถโมบายของธนาคารออมสินที่จะเคลื่อนที่เข้าไปถึงพื้นที่ แต่หากเจ้าบ้านไม่สามารถมารับได้ด้วยตัวเองสามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนกรณีเอกสารสูญหายให้ อบต. ออกหนังสือรับรอง เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานการรับเงิน
"การจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมนี้มีเป้าหมายให้ผู้ที่อยู่อาศัยจริง ไม่ใช่เจ้าบ้าน กรณีของบ้านเช่าผู้ได้รับเงินคือผู้เช่า กรณีนี้ได้ย้ำกับกระทรวงมหาดไทยในการกรอกข้อมูลรายชื่อให้ถูกต้องแล้ว ส่วนเจ้าบ้านนั้นจะได้รับเงินชดเชยความเสียหายต่างหาก กรณีที่บ้านเสียหายบางส่วนจะได้รับเงินชดเชยไม่เกิน 2 หมื่นบาท เสียหายทั้งหลังได้รับชดเชย 3 หมื่นบาทและกรณีบ้านพังต้องสร้างใหม่จะได้รับชดเชย 1 แสนบาท ซึ่งเป็นไปตามหลักระเบียบของกระทรวงการคลังและต้องได้รับการตรวจสอบจากมหาดไทยก่อน ซึ่งจะได้รับเงินชดเชยหลังน้ำลด” นายกรณ์กล่าว
นายกรณ์กล่าวต่ออีกว่า ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ในเวลา 12.30 น. จากนั้นจะเดินทางไปวัดพระนารายณ์มหาราช เพื่อมอบเงินให้ถึงมือประชาชนที่เดือดร้อน ส่วนในพื้นทื่อื่นๆ รอรายชื่อจากมหาดไทยก่อน ซึ่งมีประมาณ 2,000 รายใน จ.นครราชสีมา คาดว่า ภายใน 1 เดือน เงินจะถึงมือประชาชนที่เดือดร้อนกว่า 6.32 แสนครัวเรือนได้ทั้งหมด โดยส่วนนี้จะใช้เงินประมาณ 3,160 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมพื้นที่ภาคใต้และอีกหลายจังหวัดที่เพิ่งได้รับรายงานเข้ามาเพิ่มเติม เช่น จ.ชัยนาท จ.นครนายก จ.นครสวรรค์ จ.อุบลราชธานี จ.อุทัยธานี โดยจะเป็นการโอนเงินจากงบกลางมาที่ออมสิน แต่หากไม่ทันออมสินก็สามารถทดรองจ่ายไปก่อนได้เพราะมีสภาพคล่องเหลือพอ สำหรับรายชื่อที่มหาดไทยมีเบื้องต้นขณะนี้ครอบคลุมเพียง 38 จังหวัด และพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่มีผู้ได้รับเงินชดเชยมากที่สุด 1.6 แสนครัวเรือน รองลงมาคือนครราชสีมา 8.8 หมื่นครัวเรือน และลพบุรี 7.3 หมื่นครัวเรือน แต่เป็นตัวเลขที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง
แห่ขึ้นทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ
ส่วนที่ จ.นครราชสีมา แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ความเดือดร้อนและความเสียหายก็ยังคงอยู่ ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ศาลาชุมชนบ้านบุมะค่า เขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีประชาชนจำนวนมากพากันนำหลักฐานเข้ารับเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท นอกจากนี้ ประชาชนที่อาศัยใน 10 ชุมชน ที่อยู่ติดกับลำน้ำลำตะคองเดินทางไปลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเช่นกัน
นายสว่าง เรือนพันธ์ ชาวบ้านชุมชนวัดท่าตะโกพัฒนา ผู้เดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม กล่าวว่า ดีใจที่รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย 5,000 บาท โดยเงินจำนวนนี้จะนำไปฟื้นฟูความเสียหาย และนำลงทุนทำการค้า เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมได้คลี่คลายลง
หาดใหญ่พังหมื่นล้าน
นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ในครั้งนี้ เท่าที่มีการประเมินจากทุกฝ่ายยืนยันว่าปริมาณน้ำท่วมรุนแรงกว่าปี 2543 แต่หากเปรียบเทียบความเสียหาย ครั้งนี้เสียหายน้อยกว่า โดยมีการประเมินเบื้องต้นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ขณะเมื่อปี 2543 ค่าความเสียหายทั้งหมดประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท
คาดถนนเสียหายแตะหมื่นล้าน
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากการสำรวจถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางบางส่วน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 9,000 ล้านบาท หลังจากน้ำลดจะประเมินความเสียหายอีกครั้ง คาดว่าจะสูงถึง 1 หมื่นล้านบาทแน่นอน เพราะขณะนี้ยังไม่รวมความเสียหายในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนการฟื้นฟูถนนที่ได้รับความเสียหายนั้น คาดต้องใช้เวลา 2 ปี เพราะต้องสำรวจและออกแบบ โดยเน้นการป้องกันปัญหาน้ำท่วมในอนาคตด้วย
ส่วนเรื่องงบประมาณนั้น ได้สั่งการให้ ทล.และ ทช.ปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2554 โดยให้พิจารณาว่าโครงการใดที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน และไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัย เช่น โครงการปรับปรุงถนนลูกรังเป็นถนนลาดยาง ก็ให้ชะลอโครงการไว้ก่อน เพื่อนำงบประมาณมาใช้ในการซ่อมบำรุงถนนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
“กระทรวงต้องการแบ่งเบาภาระรัฐบาลที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดย ทล.รายงานว่าสามารถปรับเปลี่ยนงบประมาณมาได้ 1,000 ล้านบาท แต่ผมเห็นว่าน้อยเกินไปจึงให้ไปดูเพิ่มเติมอีก ส่วน ทช.อยู่ระหว่างการประเมิน” นายสุพจน์กล่าว
คปภ.สรุปตัวเลขความเสียหาย
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจข้อมูลในเบื้องต้นและการลงพื้นที่ 14 จังหวัดทางภาคใต้ พบว่ามีจำนวนรถที่ทำประกันภัยภาคบังคับ 1.8 ล้านคัน โดยรถที่ทำประกันภัยประเภท 1 มีจำนวน 245,692 คัน รวมมูลค่าเงินเอาประกันภัย 105,293 ล้านบาท ส่วนจำนวนกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยและกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน มีจำนวน 43,497 กรมธรรม์ รวมมูลค่าเงินเอาประกันภัยทั้งสิ้น 116,900 ล้านบาท
จังหวัดที่มีน้ำท่วมสูง ได้แก่ จ.สงขลา มีรถที่ทำประกันภัยประเภท 1 จำนวน 51,895 คัน คิดเป็นมูลค่าเงินเอาประกันภัย 22,315 ล้านบาท และจำนวนกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยและกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินมีจำนวน 10,317 กรมธรรม์ คิดเป็นมูลค่าเงินเอาประกันภัยทั้งสิ้น 26,470 ล้านบาท สำนักงาน คปภ.อยู่ระหว่างรวบรวมความเสียหายจากรถยนต์และทรัพย์สินเอาประกันภัย เพื่อเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป
ทั้งนี้ สรุปตัวเลขความเสียหายจากเหตุอุทกภัยจาก 51 จังหวัดทั่วประเทศ ล่าสุด วันที่ 2 พฤศจิกายน สำนักงาน คปภ.ได้รับรายงานความเสียหายของรถยนต์ จำนวน 1,123 คัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของการประกันภัยรถประมาณ 92 ล้านบาท ส่วนการประกันอัคคีภัยและการประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ได้รับรายงานความเสียหายของทรัพย์สินจำนวนทั้งสิ้น 86 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 558 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะได้รับรายงานตัวเลขความเสียหายเพิ่มเติมภายหลังน้ำลด
"ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ.จังหวัดในพื้นที่เกิดอุทกภัย ร่วมมือกับจังหวัด และสาขาบริษัทประกันวินาศภัย บริษัทประกันชีวิต บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด อู่กลางการประกันภัย และสถาบันการศึกษา เพื่อช่วยเหลือดูแลยานพาหนะที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในแต่ละพื้นที่ทันทีหลังน้ำลด โดยจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัย เช่น รับแจ้งเหตุ บริการรถลาก แนะนำดูแลรถภายหลังน้ำลด ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยรายใดยังไม่ได้แจ้งความเสียหายของทรัพย์สินที่เกิดขึ้น ขอให้รีบแจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบโดยทันที เพื่อสำนักงาน คปภ.จะเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมต่อไป หากมีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันภัย 1186 ทั่วประเทศ" นางจันทรากล่าว
บางกอกแอร์เวย์สยกเลิกเที่ยวบิน
รายงานข่าวจากสายการบินบางกอกแอร์เวย์สว่า สายการบินเลื่อนเที่ยวบินที่ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังสนามบินสมุยเป็นเวลา 15.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน โดยกำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คอลเซ็นเตอร์ 1771 หรือ โทร.0-2270-6699 สำนักงานขายเกาะสมุย สาขาสนามบิน โทร.0-7742-8555, สาขาเฉวง โทร.0-7760-1300
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ 13 แห่ง ได้ปิดสาขาชั่วคราวในพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งสิ้น 137 สาขา โดยเป็นสาขาที่อยู่ในเขตพื้นที่ภาคใต้เกือบทั้งหมด หรือ 136 สาขา และส่วนใหญ่ 102 สาขา อยู่ใน จ.สงขลา ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยทั้งใน อ.หาดใหญ่และอำเภอรอบนอก รองลงไปเป็นสาขาใน จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 19 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่บนเกาะสมุย
ทั้งนี้ ในเขตพื้นที่ภาคกลาง ธนาคารกสิกรไทย ยังคงปิดดำเนินการ 1 แห่ง ใน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สินอุตสาหกรรม หยุดทำการ สำนักงานอำนวยสินเชื่อ 1 แห่ง ที่ จ.สงขลา



