
อาเซียนจะหรี่ตาสักข้างเพื่อพม่าได้ไหม? (2)
เงื่อนไขที่จีนสามารถก้าวไปไกลได้ขนาดนี้ก็คือเป็นประเทศใหญ่ อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ค่าแรงถูก พร้อมเป็นผู้ผลิตสินค้าจำนวนมาก พูดง่ายๆ คือครบเครื่อง ทำให้ประเทศอื่นๆ ต้องเกรงใจเนื่องจากต้องพึ่งพาจีนในฐานะเป็นตลาดส่งออกรายใหญ่ นอกเหนือจากเป็นฐานผลิตสินค้า
หากทำอะไรไม่ถูกใจรัฐบาลแดนมังกร อาจจะถูกตัดสิทธิ์ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรมหาศาล ต้องนั่งมองประเทศอื่นหยิบชิ้นปลามันไปต่อหน้าต่อตา
ตรงข้ามกับพม่า ซึ่งถูกประเทศตะวันตกพยายามโดดเดี่ยวเป็นหัวเดียวกระเทียมลีบท่ามกลางภาคีสมาชิกอาเซียน เพื่อปูทางสะดวกไปสู่การกางเล็บตะปบทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์อย่างง่ายดาย ปราศจากการคัดค้านใดๆ
โดยทรัพยากรสำคัญที่ตะวันตกจ้องตาเป็นมันอยู่ในอ่าวเบงกอล อันอุดมด้วยน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ จำนวนมหาศาล
เป็นที่น่าสังเกตว่ายิ่งวันเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในรอบ 20 ปีของพม่างวดเข้ามาเท่าใด สื่อตะวันตกยิ่งโหมประโคมข่าวในเชิงลบเกี่ยวกับประเทศนี้มากขึ้น โดยเฉพาะเด็นที่ว่าพม่าต้องการสร้างอาวุธนิวเคลียร์โดยมีเกาหลีเหนือ ศัตรูคู่อาฆาตของสหรัฐให้ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยี
เล่นกันถึงขนาดนี้ เพื่อดิสเตรดิตรัฐบาลพม่ากันเต็มๆ เพราะหากพม่ามีอาวุธนิวเคลียร์หรือมีแนวโน้มว่าจะมี ตะวันตกก็จะมีเหตุผลอันชอบธรรมที่จะก้าวก่ายกิจการภายในของพม่าอย่างลึกซึ้ง
ว่าไปแล้ว ยุทธวิธีนี้ก็คล้ายคลึงกับคราวที่สหรัฐนำพวกพ้องพันธมิตร ยกกองทัพเข้าไปยังอิรักเพื่อปลดปล่อยประชาชนจากระบอบเผด็จการของประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร ถ้าไม่ใช่ปริมาณน้ำมันดิบสำรองใต้ทะเลทรายจำนวนมหาศาล ก็คงไม่ผิดไปมากนัก
ส่วนเรื่องอาวุธนิวเคลียร์จะจริงหรือเท็จ คนที่รู้ดีที่สุดก็คือรัฐบาลพม่า ซึ่งพูดไปก็ไม่มีใครฟัง แถมเมื่อมีข่าวนี้ออกมาในช่วงนี้ ชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลพม่าที่ประกาศว่าจะให้มีการเลือกตั้งเพื่อก้าวมุ่งไปสู่ประชาธิปไตย แทบจะสูญสลายในทันที ประกอบกับข่าวที่สื่อต่างประเทศพยายามโจมตีการเลือกตั้งครั้งนี้มาโดยตลอด ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลพม่าเลวร้ายลงไปอีกมาก
หากผลการเลือกตั้งในวันที่ 7 พฤศจิกายน ออกมาตามที่มีการคาดหมายว่านายทหารระดับสูงที่ร่วมบริหารประเทศในปัจจุบันพร้อมจะถอดเครื่องแบบ แล้วหันมาใส่สูท เข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ความชอบธรรมของตะวันตกที่จะเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของพม่า ยิ่งมากขึ้นไปอีก ถึงเวลานั้นอาเซียนอาจจะเกิดความแตกแยกครั้งใหญ่ได้
วัจน พรหโมบล



