ข่าว

ห่วงฟองสบู่คอนโดฯชงคุมปล่อยกู้"ธีระชัย"ชี้ตลาดโตปีละ30%-เอกชนรับกระทบแน่

ห่วงฟองสบู่คอนโดฯชงคุมปล่อยกู้"ธีระชัย"ชี้ตลาดโตปีละ30%-เอกชนรับกระทบแน่

04 พ.ย. 2553

"ธีระชัย"เสนอทบทวนมาตรการคุมสินเชื่อปล่อยกู้ซื้อคอนโดมิเนียม ห่วงภาวะฟองสบู่หลังตลาดโตปีละ 30% โชว์ข้อมูลศูนย์อสังหาฯ คอนโดราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทผุดเป็นดอกเห็ด มีแนวโน้มล้นตลาดถึง 120% เอกชนรับหากควบคุมจริงเบรกตลาดแน่

 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในฐานะคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมามีการถกเถียงกันค่อนข้างมากว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีฟองสบู่หรือไม่ จึงได้มีการทบทวนการให้วงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน (แอลทีวี) ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม เนื่องจากพบว่าตลาดคอนโดมิเนียมมีการขยายตัวไม่ต่ำกว่าปีละ 30% ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจเกิดภาวะสินค้าล้นตลาดได้ โดยข้อมูลจากบริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด พบว่าคอนโดมิเนียมมีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท มีแนวโน้มจะเกิดภาวะล้นตลาดถึง 120%

 “ผมมองว่าปัญหาฟองสบู่ในตอนนี้ยังไม่มี แต่การจะบอกว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่มีปัญหาอะไรเลย คงเป็นไปไม่ได้ เพราะปัญหาในขณะนี้ คือ ภาวะอสังหาริมทรัพย์มันล้นตลาดในบางกลุ่ม” นายธีระชัยกล่าว และว่า จากข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์พบว่ามีการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยจริง 60% ส่วนที่จะเป็นซื้อลงทุน ปล่อยเช่า และเก็งกำไร ทำให้ต้องคิดว่าในอนาคตอาจเกิดปัญหาเรื่องภาวะล้นตลาดในบางกลุ่มหรือบางพื้นที่หรือไม่ ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องตระหนักและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

 ด้านนายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หาก ธปท.จะควบคุมการปล่อยสินเชื่อในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะประเภทคอนโดมิเนียม ก็น่าจะส่งผลให้ความต้องการสินค้าลดลง แต่จะมีผลกระทบรุนแรงหรือไม่ต้องพิจารณารายละเอียดที่ ธปท.จะออกมาอีกครั้ง โดยปัจจุบันในภาพรวมธนาคารพาณิชย์ก็มีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อในระดับหนึ่งอยู่แล้ว และผู้ประกอบการเองก็มีการกลั่นกรองหลายระดับ ซึ่งไม่น่าจะเป็นห่วง และมั่นใจว่าไม่ได้ทำให้เป็นสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)

 "สาเหตุที่ ธปท.เพิ่มความเข้มงวด เพราะเป็นห่วงเรื่องการเก็งกำไรจะทำให้เกิดฟองสบู่ในอนาคต ซึ่งในฐานะผู้ประกอบการเชื่อว่าจากประสบการณ์ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้เรียนรู้และไม่น่าเกิดปัญหาดังกล่าว แต่การป้องกันไม่ให้มีการเก็งกำไรก็อาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก" นายโอภาสกล่าวและว่า ในส่วนของบริษัทนั้น แอลพีเอ็น ตัวเลขการตีกลับลูกค้าที่ยื่นกู้ไม่ผ่านปัจจุบันอยู่ที่ 10% ของยอดที่ยื่นกู้รวม และถือเป็นอัตราส่วนคงที่มา 2-3 ปีแล้ว

 ด้านบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์พัฒนสิน ประเมินว่า กลุ่มแบงก์คาดว่าจะได้รับผลกระทบต่อสินเชื่อจากแนวคิดล่าสุดของ ธปท.ที่จะนำมาตรการกำกับการดูแลสินเชื่อของสถาบันการเงินมาใช้ โดยเฉพาะสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อและลดโอกาสของปัญหาฟองสบู่ เหมือนที่ประเทศจีนทำอยู่ในปัจจุบัน