
สู่ประชานิติศาสตร์ (Towards Demosprudence)
เรื่องคลิปฉาวของศาลเนี่ย ไม่รู้ว่าจะมีออกมาอีกกี่คลิป แต่ก่อนจะเข้าไปถึงเรื่องคลิปฉาว ก็มาว่าด้วยเรื่องศาลก่อน
ผมคิดว่าเรื่องราวของคลิปฉาวๆๆๆ (ไม้ๆ คงจะไม่พอถ้านับจำนวน) ของศาลรัฐธรรมนูญคงจะมีคนพูดอยู่มากแล้ว โดยเฉพาะในสองมุมหลัก คือ เรื่องของเนื้อหากับเรื่องของรูปแบบ ในความหมายที่ว่า ตกลงเราควรสนใจกับพฤติกรรมของศาล หรือเราควรสนใจพฤติกรรมของคนที่แอบถ่าย? ผมก็เลยอยากเสนอเรื่องอื่นที่ควรจะสนใจต่อไป สักเรื่อง
ก็คือเรื่องของการส่งเสริมการ "ลดช่องว่าง" ระหว่าง "ชนชั้นนำทางกฎหมาย (legal elites)" กับ "ประชาชนธรรมดา (ordinary people)" ท่ามกลางบรรยากาศที่สำคัญหลายเรื่อง นั่นก็คือ การทำให้ชนชั้นนำทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองมากขึ้น ภายใต้คำสวยหรูที่เรียกว่า "ตุลาการภิวัฒน์"
สิ่งที่พบก็คือ การแทรกแซงทางการเมืองของชนชั้นนำทางกฎหมาย ไม่สนใจการสื่อสารกับประชาชน และทำงานเชื่อมโยงกับประชาชนธรรมดา แต่ปกป้องตัวเองในแง่ของการใช้คำขู่เรื่องการหมิ่นศาลเป็นหลัก ทั้งนี้ส่วนหนึ่งนั้นตุลาการเหล่านี้เชื่อว่าตนนั้นเป็น "ชนชั้นนำ" ที่มีคุณสมบัติพิเศษ และสามารถเข้าถึงความจริงได้ และสามารถ "ปกครอง" ประชาชนผ่านการตีความและสร้างกฎหมายได้ (เมื่อชนชั้นนำได้ตัดสินคดี และ/หรือ อ้างคำพิพากษาเก่า เขาก็ได้สร้างกฎหมายภายใต้กระบวนการตีความกฎหมายไปในตัว)
หนึ่งในข้อเสนอในวงวิชาการและการเมืองของสหรัฐอเมริกาเอง นั้นก็คือการเพิ่มเติมวิธีคิดทางนิติศาสตร์ที่มักจะเรียกกันว่า jurisprudence ในความหมายเดิมที่มักจะเป็นเรื่องที่กำกวมอยู่สักหน่อยว่าจะแปลว่าอย่างไร แต่ก็มักจะแปลกว้างๆ ว่า การศึกษากฎหมาย ซึ่งรวมถึงการจัดแบ่งประเภทกฎหมาย และการศึกษาคำพิพากษา แต่สมัยนี้เขาพูดกันถึงเรื่องของ demosprudence ซึ่งอาจจะแปลว่า ประชานิติศาสตร์ ในความหมายของการทำให้เกิดความร่วมมือกันในกระบวนการสร้างและพิพากษากฎหมาย ระหว่าง ชนชั้นนำทางกฎหมาย (โดยเฉพาะผู้พิพากษา และในกรณีอเมริกา รวมไปถึงสภานิติบัญญัติ) และประชาชนธรรมดา
ความร่วมมือกันนี้จึงไม่ใช่วิธีการมองแค่ว่า นิติบัญญัติก็ออกกฎหมาย ตุลาการก็ตัดสินกฎหมาย และประชาชนเป็นทั้งต้นทางและปลายทาง แต่มองว่าทุกคนทำงานร่วมกัน และจะทำอย่างไรให้ประชาชน "มีบทบาท" ในการสร้างแบะตีความกฎหมาย ที่ไม่ใช่เรื่องของการทั้งพูดทั้งขู่แบบบ้านเราว่า "อย่ากดดันศาล"
ในมุมหนึ่งบ้านเราก็มีมากขึ้น คือประชาชนริเริ่มกระบวนการในการร่างกฎหมายได้แล้ว เช่นการรวมรายชื่อ แต่ในอีกทางหนึ่งประชาชนจะมีบทบาทกับการตีความกฎหมายได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อการตีความและตัดสินทางกฎหมายก็ล้วนแล้วแต่มีผลสะเทือนทางการเมืองกลับมาสู่ประชาชนอยู่ดี ในแง่นี้ศาล/สถาบันตุลาการย่อมไม่อาจจะหลุดพ้นไปจากการยึดโยงกับประชาชนซึ่งเป็นต้นธารและที่หมายของการปกครองแบบประชาธิปไตย
การส่งเสริมประชานิติศาสตร์นั้นไม่ใช่เรื่องเดียวกับการที่นักวิชาการนำเสนอคำพิพากษาอื่นๆ ในฐานะทางเลือกในเชิงถูกผิด (ว่าฉันก็เป็นศาล) แต่หมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาของศาลจากหลายฝ่ายโดยมีทั้งจุดมุ่งหมายทางวิชาการและการเมือง ในแง่ของการมุ่งหวังการเปลี่ยนแปลง "วัฒนธรรมทางกฎหมาย (legal culture)" ของสังคม เพื่อรองรับธรรมเนียมต่างๆ รองรับนิติศาสตร์ในแบบใหม่ๆ อาทิ การวิพากษ์ "ตัวบท/กฎหมายรัฐธรรมนูญ (constitutional law)" เพื่อสร้าง "วัฒนธรรมรัฐธรรมนูญ" (constitutional culture) ของเราขึ้นมา โดยเฉพาะในความหมายที่เคร่งครัดกว่าการพูดถึง "รัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรม" ที่เราชอบพูดกันแต่ไม่รู้จะเปลี่ยนได้อย่างไรนั่นแหละครับ



