ข่าว

สื่อสังคมด้วยน้ำใจ

สื่อสังคมด้วยน้ำใจ

04 พ.ย. 2553

โรงแรมไดอิชิ กลางเมืองหาดใหญ่ น้ำท่วมกว่า 2 เมตร...กฟภ.จ่ายไฟคืนระบบที่พัทลุงแล้ว 70% พื้นที่น้ำท่วมสูงกำลังดำเนินการ แจ้งแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง...สายด่วนพี่น้องภาคใต้ 1784 อีกหนึ่งเบอร์นะครับ...ภารกิจ #ThaiFlood

ครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก! #1500miles ยังขาดเงินทุน อุปกรณ์สนับสนุน บริจาคออนไลน์ www.1500miles.org นี่เป็นข้อความส่วนหนึ่งที่ส่งผ่านทวิตเตอร์ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ นาทีต่อนาที นับจากที่น้ำท่วมโคราช หลายจังหวัดในภาคกลาง จนกระทั่งมหาอุทกภัยลงไปที่ภาคใต้ ข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึงและฉับไว เป็นอีกพลังของสังคมเอื้ออาทร ที่สะท้อนมุมมองในการใช้อินเทอร์เนตในเชิงสร้างสรรค์

 สังคมในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้สร้างความวิตก วิจารณ์ ให้แก่ผู้คนจำนวนมาก จากข่าวภัยสังคมที่ก่อขึ้นด้วยเครื่องมือสื่อออนไลน์ แต่เมื่อพัฒนาการของสื่อสังคมออนไลน์ได้ขยายครอบคลุมสังคมไทยมากขึ้น การปกปิดตัวตน และมุ่งที่จะใช้สื่อออนไลน์เพื่อความบันเทิง หรือประสงค์ร้ายต่อผู้อื่น ได้เปลี่ยนแปลงไป ผู้คนในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อสังคมยินดีเปิดเผยตัวตนมากขึ้น และไม่เพียงใช้สื่อออนไลน์ติดต่อ ปฏิสัมพันธ์ในกลุ่มสังคมของตัวเองเท่านั้น หากยังใช้เป็นเครื่องมือในการบอกข่าว ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ และระดมสิ่งของ เครื่องใช้จำเป็นให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วย ซึ่งครั้งนี้นับว่าหนักหน่วงที่สุดในรอบหลายปี

 ในกลุ่มสื่อสังคมออนไลน์ มีทั้งส่งข้อมูล ข่าวสาร รายงานจากพื้นที่ มีทั้งการนัดหมายระดมพลไปช่วยเหลือ จะเป็นการช่วยเหลือขัดเกลาจิตใจ อีกทั้งการพัฒนาจิตวิญญาณด้วย นัยหนึ่งคือสิ่งที่เรียกว่า “จิตอาสา” พระไพศาล วิสาโล อธิบายความหมายของจิตอาสาว่า “จิตที่ไม่นิ่งดูดายต่อสังคม หรือความทุกข์ยากของผู้คน และปรารถนาเข้าไปช่วย ไม่ใช่ด้วยการให้ทาน ให้เงิน แต่ด้วยการสละเวลา ลงแรงเข้าไปช่วย และด้วยจิตที่เป็นสุขที่ได้ช่วยผู้อื่น จะเน้นว่า ไม่ใช่แค่การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาทางจิตวิญญาณของเราด้วย...” นี่เป็นภาพที่เราเห็นคนเล็ก คนน้อยในทุกพื้นที่ที่น้ำท่วมเวลานี้

 นับแต่เริ่มอุทกภัยที่ภาคอีสาน ไหลเรื่อยมาถึงภาคกลาง จนถึงภาคใต้ซึ่งกำลังประสบความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสขณะนี้ เครือข่ายพลเมืองเน็ต อีกทั้งนักสื่อสารมวลชนอาชีพ ต่างได้แสดงให้เห็นประจักษ์ว่า สื่อสังคมออนไลน์นั้นสร้างประโยชน์อย่างใหญ่หลวงเพียงใด แม้กระทั่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ รายงานการทำงานช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาล ภาพของคนที่จดจ้องอยู่หน้าจอทั้งวันทั้งคืน จนเชื่อว่าคนเหล่านี้ไม่มีจิตวิญญาณ พูดคุยได้เฉพาะกับเครื่องไม่เป็นจริงอีกต่อไป เพราะในความเป็นมนุษย์ที่คล้ายมีรากงอกมาจากเครื่องอิเล็กทรอนิกส์นั้น พวกเขามีหัวใจเต็มเปี่ยม