ข่าว

เหยื่อ

เหยื่อ

04 พ.ย. 2553

กรณีรถตู้โดยสารพุ่งตกทางด่วนเป็นเหตุให้ผู้โดยสารถูกไฟคลอกตายถึง 9 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง กำลังกลายเป็นต้นเรื่องของสำนวนอมตะ "วัวหายล้อมคอก" อีกครั้ง

 คงเป็นเรื่องธรรมดาในบ้านเมืองเรา หากกฎหมายใช้บังคับอะไรไม่ได้หรือถูกละเลย จึงมักมีเหยื่อถูกบูชายัญเสมอ ตายบ้าง พิการก็มี

 ดูอย่างรถตู้ที่วิ่งกันเกลื่อนถนน เข้ามาทับเส้นทางเดินรถสองแถว มาแย่งผู้โดยสารจากรถเมล์ที่วิ่งอยู่ชั่วนาตาปี กว่าจะเปิดประมูลกันได้

 รถพวกเริ่มนี้มีสัมปทาน ยุคแรกๆ อันตรายทั้งคนทั้งรถ ผู้โดยสารสาวๆ ถูกลวนลาม ถูกจี้ โดนข่มขืน ขณะที่รถส่วนหนึ่งก็เป็นรถเก่าทรุดโทรมถูกดัดแปลงสภาพ บางคันเลขตัวถังรถยังไม่ตรงกับเลขเครื่องก็ยังวิ่งได้

  มายุคหลังๆ รถใหม่ขึ้น เริ่มเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้แก๊ส แต่พฤติกรรมคนขับก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้มีการคัดกรอง บางคนเป็นเด็กหนุ่ม บางคนขับรถชนิดรีบไปตาย บางคนทำผิดกฎจราจรเหมือนไม่มีกฎหมายอยู่บนท้องถนน

 ผู้โดยสาร 9 ศพอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ ญาติพี่น้องสุดสลด ภาพจากวงจรปิดก็ฟ้องตัวเอง รถขับมาด้วยความเร็วสูงจนสะบัดไปชนขอบทางไฟลุกท่วม ก่อนพลิกตกลงมา

 พอเข้าไปตรวจสภาพหลังเกิดเหตุพบความมักง่ายหรือความไม่พร้อมของอุปกรณ์ ตรงกับพยานที่บอกว่าได้กลิ่นแก๊สภายในรถ เชื่อว่าน่าจะมีจุดรั่วก่อนเกิดอุบัติเหตุสยอง

 ประเด็นน่าสนใจอยู่ตรงที่ตำรวจสงสัยว่า การติดตั้งระบบเชื้อเพลิงอาจมีการปลอมใบรับรองจากวิศวกรด้วย นั่นหมายความว่า ระบบการตรวจสอบไม่มีหรือมีก็ไม่ได้สนใจ หรือสนใจแต่มีอะไรมาปิดปาก

 ฟันธงเลยว่าสุดท้ายหากสอบสวนกันจริงๆ จังๆ จะได้เห็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ภายในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไล่กันตั้งแต่เริ่มสัมปทาน การตรวจสภาพรถ ไปจนถึงมาตรฐานทางกฎจราจรที่บังคับใช้ไม่ได้กับคนขับรถตู้

 นี่เป็นแค่บทเรียนของความมักง่าย ไม่มีมาตรฐานทั้งคนทั้งระบบ

 ยังไม่รวมถึงความเดือดร้อนของคนใช้รถใช้ถนนประเภทปาดไปมา, ขวางช่องทางการจราจร, จอดรับส่งผู้โดยสารตามตีนสะพานข้ามแยกหรือเลนสองเลนสามแล้วแต่สะดวก 

 เรียกว่าทำผิดกฎจราจรแทบทุกกระทง

 คงปฏิเสธไม่ได้ว่ารถโดยสารขนาดเล็กมีความจำเป็น แต่ควรมีระบบควบคุมที่เข้มแข็ง ไม่ใช่เอาชีวิตผู้โดยสารมาเสี่ยง มาวัดดวง

 คราวนี่ 9 ศพ คราวหน้าไม่รู้เท่าไหร่ ตอนนี้มีเหยื่อ หากอิ่มหมีพีมันแล้วก็รีบล้อมคอกกันซะ !!