ข่าว

นับหมื่นติดย่านธุรกิจหาดใหญ่นครศรีฯถนนใช้ได้

นับหมื่นติดย่านธุรกิจหาดใหญ่นครศรีฯถนนใช้ได้

03 พ.ย. 2553

"ถาวร" ระบุหาดใหญ่ยังวิกฤติ คนนับหมื่นยังติดค้างย่านธุรกิจ ขณะที่ถนนเมืองคอนฯทุกสายใช้การได้แล้ว สุรินทร์ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัตินาข้าวเสียหายนับแสนไร่ ดาวเทียม สำรวจ 9 จว.ใต้ ท่วมแล้ว 9 แสนไร่ “พัทลุง” อ่วมสุด อันดับสอง ปัตตานี คอภ.ส่งของช่วยเหลือผู้ปร

 (3พ.ย.)  นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์(เมื่อเวลาประมาณ 9-10โมงเช้า)ภายหลังขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ตรวจสภาพน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาว่า ระดับน้ำตอนนี้ยังถือว่า วิกฤติจริง ๆ จึงต้องมีการแบ่งแยกภารกิจกับการทำงานในตอนนี้โดยแบ่งพื้นที่ที่ได้รับภัยพิบัติ ออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 ด้วนทิศตะวันออกของทางรถไฟมอบให้กับเทศบาลนครหาดใหญ่ แต่เทศบาลนครหาดใหญ่ก็น้ำท่วมหนักมาก  คือรถเครื่องไม้เครื่องมือจมอยู่ใต้น้ำ ไม่สามารถจะเอาออกมาใช้ได้ทันที จึงเป็นสาเหตุทำให้เครื่องมือขาดแคลน  ส่วนที่ 2 ด้านตะวันตกของรางรถไฟ ซึ่งเป็นที่ๆ  น้ำท่วมสูง 2 เมตรกว่า ขณะนี้ยังอยู่ที่ระดับ 2 เมตรโดยประมาณ น้ำยังไหลเชี่ยวกราก ซึ่งทุกหน่วยรับผิดชอบในเชิงบูรณาการร่วมกันตั้งแต่กองทัพภาคที่ 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และทหารอากาศ คือกองบินที่ 56 ร่วมกันรับผิดชอบ ส่วนทหารเรือรับผิดชอบอยู่ที่ทางฝั่งของอำเภอเมืองและบริเวณใกล้เคียงรอบนอกซึ่งมี 3 เทศบาล เทศบาลเมืองคลองแห, คอหงษ์และควนรัง  ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรับผิดชอบ มีการประชุมและกระจายสั่งงานแล้ว

 ส่วนพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมสูงในย่านธุรกิจสำคัญของเมืองหาดใหญ่ ที่มีประชาชนติดค้างอยู่จำนวนมาก ได้สั่งการให้กองกำลังทหารจากกองทัพ ภาค 4 และหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาใช้เรือ โดยได้รับเรือสนับสนุนจากฝ่ายป้องกันและบรรเทาเขต 11 จากสุราษฎร์ธานี มาถึงแล้ว 10 ลำและจากกองบิน 56 อีก  5 ลำ และรถจีเอ็มซี ได้สั่งการให้เข้าไปช่วยเหลือประชาชน ให้ทันท่วงที คาดว่า มีประชาชนติดอยู่บริเวณนั้นไม่ต่ำกว่า 15,000 คน เฉพาะที่โรงพยาบาลหาดใหญ่  ประมาณ 1,700  คน  ผู้ป่วย 600 คน  ญาติผู้ป่วยอีกประมาณ 700 คน และเจ้าหน้าที่แพทย์ บุคลากรทางด้านการแพทย์ อีกประมาณ 500 คน  และเหลือติดค้างอยู่ในโรงแรมระดับ 400 กว่าห้องซึ่งยังอพพประชาชนออกมาไม่ได้ ทั้งนักท่องเที่ยว พนักงานโรงแรม  รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนมากมายบริเวณนั้น

  ส่วนชาวบ้านที่อยู่ในบ้านพักของตัวเอง ซึ่งช่วง 2-3 วันนี้ยังไปช่วยไม่ถึง นายถาวร กล่าวว่า  ใช้วิธีการยังชีพจากการที่เราได้ประกาศเตือนภัยไว้ล่วงหน้า คือเราเตือนภัยยกธงเหลืองตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. พอวันที่ 31 ต.ค.เรายกธงแดง พร้อมออกรถตะเวนโฆษณาว่าให้อพยพ ขนของ ถ้าเป็นบ้านชั้นเดียวให้อพยพออกมา จากนั้น เวลา 18.00 -19. 00 น. น้ำไหลเข้าทันที ในวันที่ 31 ต.ค.จากนั้นวันที่ 1 พ.ย.ฝนตกหนักทันที ซึ่งจะเห็นได้ว่า เราพยายามช่วยเหลือประชาชน ประชาชนก็พยายามช่วยเหลือตัวเอง  เมื่อท่วมถึง 2 วัน อาหารที่กักตุนไว้ก็หมดตอนนี้ก็จะลำบาก เมื่อวาน(2 พ.ย.) ใช้เฮลิคอปเตอร์หย่อนอาหารลงไปตามจุดที่คิดว่าช่วยได้  ส่วนผู้ป่วยในกรณีที่ป่วยหนักส่งเรือเข้าไปรับ ส่งทหารเข้าไปช่วย  เมื่อเข้าไปถึงเรือทหารคว่ำก็ต้องถอยออกมา หทารเองก็เกือบเอาตัวไม่รอด เพราะน้ำมีระดับสูงมากและมีความเชี่ยว

 เมื่อเรือไม่มีหรือเรือขาด  เรือมีจำนวนน้อย ก็ใช้จีเอ็มซี พร้อมด้วยกำลังทหาร ลุยเข้าไปให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ ทั้งหมด 8 คัน  คันละ 20 คน  เอาอาหารที่สามารถทานได้ทันทีเข้าไปแจกประชาชน แต่ก็ยังไม่ทั่วถึงทุกคน  คือแผนการทำงานคือ ต้องนำอาหารเข้าไปให้ก่อน  ถ้าเจอคนป่วยก็ให้นำคนป่วยออกมา  คือเราจะต้องลำดับความสำคัญในการขนคนออกมา คือ  ยังชีวิตและช่วยเหลือชีวิต  หรือทำทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไป อย่างกรณีหญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอดมีเลือดออกมาแล้วโทรเข้าที่ศูนย์ประสานงานของผมบอกขอหมอ เรือ หรือรถ ปรากฎว่ารถเข้าไปไม่ได้ หมอจากกองบิน 56 ใช้พยาบาลที่มาจากสภากาชาด ที่มาตั้งเต้นท์ช่วยเหลือก็นำพยาบาลเข้าไป เอาน้ำ เอาน้ำเกลือเข้าไป และเครื่องมือช่วยชีวิตนำเข้าไป ก็สามารถนำตัวออกมาได้ จากบ้านลงเรือ จากเรือขึ้นรถ คลอดแล้วในรถเมื่อคืนที่ผ่านมา

 ถามว่า มองว่าจุดไหนที่วิกฤติที่สุด ในหาดใหญ่ นายถาวร กล่าวว่า เขตพื้นที่เขต 8  , หาดใหญ่ใน  , กลางใจเมืองที่เป็นที่ตั้งของธุรกิจทั้งหมด

 ถามว่า ประเมินว่ากี่วันว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ นายถาวร กล่าวว่า ประมาณ 3 วัน  มีการสูบน้ำออก และดันน้ำออก ตอนนี้เครื่องสูบน้ำมาแล้ว 40 เครื่อง ให้ไหลลงสู่ทะเลให้เร็ว แต่ขณะนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่จ่ายไฟฟ้าเพราะเกรงประชาชนจะได้รับอันตราย จึงต้องใช้เครื่องปั่นไฟช่วย แต่เครื่องปั่นไฟก็ยังไม่พอ  ซึ่งถ้าฝนไม่ตกเพิ่มผมขอเวลา 3 วัน ในการระบายน้ำออกจากตัวเมือง นอกจากนั้น เคลียร์ให้จบภายใน 7 วัน  และใช้เวลา 2 เดือนในการฟื้นฟูหาดใหญ่  ซึ่งขณะนี้มีการวางแผนระดมเรื่องล้างเมือง ปรับปรุงต้นไม้ ถนน อาคาร  สถานที่ และบ้านเรือนประชาชนที่เสียหาย  รัฐบาลสั่งการเต็มที่ ให้ดำเนินการทันที สิ่งที่อยากจะขอกับรัฐบาล คือเรื่องการชดเชยเยียวยาในสิ่งที่ได้รับความเสียหายตามความเป็นจริง  คนใต้ไม่ได้รับอภิสิทธิ์อะไร  และสำคัญที่สุดคืออยากได้กำลังใจจากพี่น้องประชาชนภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย

ถนนเมืองคอนฯทุกสายใช้การได้แล้ว

 นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตอนนี้พื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติเช่น อ.รังสะกา สิชล ขนอม พิบูลย์ จุฬาภรณ์ ปากพนัง ท่าศาลา และร่อนพิบูลย์ ราษฎรได้รับความเดือดร้อนกว่า 1 หมื่นครัวเรือน โชคดีที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ได้นำเครื่องยังชีพเข้ามา 2 พันชุด และจากที่คาดว่าจะมีดีเปรสชั่นเข้ามาตั้งแต่ขนอมนั้น ก็ได้ย้ายประชาชนจากแหลมตะลุมพุก มาที่ศาลาว่าการจังหวัด ปรากฏว่าพายุได้ผ่านพ้นไป อย่างไรก็ตาม มีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง 2-4 เมตร สวนยางพาราใน อ.ชะอวด อ.ทุ่งสง ถูกน้ำท่วมไหลบ่าเสียหาย ส่วนถนนทุกสายของนครศรีธรรมราชขณะนี้ใช้ได้หมดแล้ว แต่หากฝนตกจากเขาหลวงก็จะไหลมายังเทศบาลนคร และหากไม่ไหลเข้าปากอ่าวไทย ก็จะเกิดน้ำท่วม ซึ่งเทศบาลได้ประกาศให้ประชาชนรับทราบแล้ว

 นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า ตอนนี้ยังมีพื้นที่ที่ท่วมขังบ้าง เช่นในซอยที่น้ำท่วมระดับเข่า มีประมาณ 30 % ของพื้นที่ จากที่ท่วม 85 %

สุรินทร์ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัตินาข้าวเสียหายนับแสนไร่

        เมื่อเวลา 14.00 น.  ที่ศาลากลางประจำหมู่บ้านโนนจาน หมุ่ 6 ต. ยะวึก อ. ชุมพลบุรี จ. สุรินทร์ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมต.ว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ. สุรินทร์โดยมีข้าราชการ และประชาชนพื้นที่ใกล้เคียงร่วมงานจำนวนมาก

        นายอำนวย จันทรัฐ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่าจังหวัดสุรินทร์ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่โดยแบ่งสถานการณ์ได้เป็น ๒ ระยะ คือน้ำท่วมจากภาวะฝนตกหนักตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมาทำให้เกิดน้ำไหลบ่าท่วมพื้นที่เกษตรสิ่งสาธารณประโยชน์และบ้านเรือนราษฎรซึ่งจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จำนวน 16 อำเภอ ได้แก่อำเภอบัวเชด สังขะ, ชุมพลบุ, ศรีณรงค์, กาบเชิง, ศีขรภูมิ, สนม, ปราสาท, สำโรงทาบ, รัตนบุรี, จอมพระ, ท่าตูม, พนมดงรัก, ลำดวน, โนนนารายณ์, และ อำเภอเมืองสุรินทร์ จำนวน 90 ตำบล 702 หมู่บ้านราษฎรได้รับความเดือดร้อน 223,399 คน 55,213 ครัวเรือน นาข้าวเสียหาย137,408 ไร่ บ่อปลา บ่อกุ้ง เสียหาย 2,694 บ่อ ถนนสาธารณประโยชน์ 229 สาย

 สำหรับ 13 อำเภอที่ประสบภัยพิบัติขณะนี้สถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้วยกเว้น อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม และอำเภอรัตนบุรี ระดับน้ำยังท่วมขัง เนื่องจากน้ำที่ระบายมาจากจังหวัดนครราชสีมาไหลผ่านแม่น้ำมูลไหลผ่านและน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมในพื้นที่ชุมพลบุรีและไหลผ่านอำเภอ ท่าตูม และอำเภอรัตนบุรีตามลำดับ

       สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูมและอำเภอรัตนบุรี บริเวณลุ่มน้ำมูล ระดับแม่น้ำมูล วัดได้ 8.43 เมตรสูงกว่าตลิ่ง 2.13 เมตร แนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ยกเว้นอำเภอชุมพลบุรี ระดับน้ำได้ทรงตัวและเริ่มลดลง เนื่องจากน้ำได้ไหลไปยังอำเภอท่าตูมและอำเภอรัตนบุรี ตามลำดับ โดยอำเภอชุมพลบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ จำนวน9 ตำบล 78 หมู่บ้าประชาชนได้รับความเดือดร้อน 12,032 ครัวเรือนประชากร 47,626 คน นาข้าวเสียหาย 30,150 ไร่ ระดับน้ำทรงตัวแล้วคาดว่าน้ำจะเริ่มลดภายใน 1-3 วันนี้
    
   ส่วนอำเภอท่าตูมน้ำท่วมขังในพื้นที่ จำนวน ๘ ตำบล ๗๗ หมู่บ้าน ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน 35,901 คน 8,235 ครัวเรือน นาข้าวเสียหาย32,282 ไร่ สำหรับพื้นที่อำเภอรัตนบุรีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก0.20-0.30 เมตร น้ำได้ไหลเข้าท่วมนาข้าว ประมาณ 12,350 ไร่ ในพื้นที่ 4ตำบล 25 หมู่บ้าน ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน 522 ครัวเรือน 2,500 คนน้ำได้ไหลเข้าประชิดท้ายหมู่บ้านแล้ว
และขณะนี้กำลังจะไหลเข้าภายในหมู่บ้านพื้นที่ประสบอุทกภัย ได้แก่ ตำบลแก ตำบลทับใหญ่ ตำบลกุดขาคีมตำบลหนองบัวทอง ซึ่งในด้านการให้ความช่วยเหลือนั้น จำนวนครัวเรือนที่ถูกน้ำท่วมขังเกิน ๗ วันที่จะได้รับความช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีครัวเรือนละ 5,000 บาทมีจำนวนทั้งสิ้น 820 ครัวเรือน เฉพาะสถานการณ์อำเภอชุมพลบุรี
   
    ส่วนความต้องการขอรับการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยต้องการความช่วยเหลือด้าน เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์จำนวน 20 ลำ ส้วมเคลื่อนที่ จำนวน 50 ชุด รถผลิตน้ำดื่ม จำนวน 1 คันรถไฟส่องสว่าง จำนวน 1 คัน กระสอบทราย จำนวน 30,000 ถุง รองเท้าบูทจำนวน 5,000 คู่ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ได้แจ้งทุกอำเภอให้เตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยเนื่องจากฝนตกชุกหนาแน่นโดยให้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมการป้องกันและระมัดระวังจากน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น ทั้งยังแจ้งอำเภอท่าตูม ชุมพลบุรี และรัตนบุรีซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่บริเวณแม่น้ำมูล ให้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง จัดเตรียมกำลังคน เรือท้องแบน ยานพาหนะเพื่อการอพยพผู้ประสบภัยและแจ้งย้ำเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของอำเภอทราบเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นให้ประชาชนเตรียมการป้องกันแลระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วม ในระยะ 4-5 วันนี้

ดาวเทียมสำรวจ9จว.ใต้ท่วมแล้ว9แสนไร่“พัทลุง”อ่วมสุด

 รายงานงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(คช.อ) วันนี้(3พ.ย.) ได้มีการรายงานข้อมูลพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมในภาคใต้จากดาวเทียม RADARSAT-2 โดยพบว่า 5 จังหวัดประกอบด้วย ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล ถูกน้ำท่วมทั้งหมด 531,382 ไร่ ส่วนอีก 4 จังหวัดประกอบด้วย นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา ถูกน้ำท่วม 396,781 ไร่ รวม 9 จังหวัด รวม 928,163 ไร่ โดยจังหวัดที่มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมมากที่สุดคือ จ.พัทลุง ประมาณ 2.3 แสนไร่ รองลงมาคือจ.ปัตตานี ประมาณ 2.1 แสนไร่

คอภ.ส่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนัก7ตันคืนนี้

 ศูนย์ประสานงานเครือข่ายอาสาภาคประชาชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (คอภ.) แจ้งว่า วันที่ 3 พ.ย. เวลา 21.00 น. จะมีการส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย อาทิ ส้วมกระดาษ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม นม ถุงดำ จำนวน 7 ตัน ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีโดยสายการบินนกแอร์ ทั้งนี้เที่ยวบินจะไปลงที่จังหวัดสงขลา แล้วจึงขนต่อไปยังพื้นที่ประสบภัย คาดจะถึงพื้นที่ก่อนเที่ยงคืน

 ส่วนวันที่ 4 พ.ย. จะขนสิ่งของอีก 23 ตัน ด้วยสายการบินนกแอร์จำนวน 6 เที่ยวบิน กระจายไปยัง 6 จังหวัดในภาคใต้และตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดสงขลา สุราษฏร์ธานี ตรัง อุบลราชธานี และอุดรธานี

 สำหรับสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ล่าสุดเวลา 18.20 น. มีพื้นที่ประสบเหตุได้แก่ 1.จังหวัดชุมพร อ.ปะทิว อ.ละแม อ.พะโต๊ะ อ.หลังสวน ถนนถูกตัดขาด มีรายงานเรือประมงเสียหาย 100 ลำ 2.จังหวัดตรัง มีน้ำหนุน คาดว่าจะขึ้นสูง 2 เมตรในวันที่ 4 พ.ย. ภาพรวมมีน้ำท่วมบางส่วน 3.จังหวัดภูเก็ต น้ำท่วม ต.ฉลอง มีถนนเสียหายบางส่วน 4.จังหวัดนครศรีธรรมราช อ.เมือง อ.ท่าศาลา อ.พิปูน อ.ปากพนัง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ลานสกา อ.พรหมคีรี อ.ร่อนพิบูลย์ น้ำท่วมขัง และอ.กะทูนเสี่ยงโคลนถล่ม และอาหารจะหมดภายในวันนี้

 5.จังหวัดพัทลุง น้ำท่วมที่ อ.เมือง อ.เขาชัยสน อ.ศรีบรรพต อ.ตะโหนด การช่วยเหลือยังเข้าถึง 6. จังหวัดปัตตานี ขาดน้ำ และอาหาร โดยเฉพาะที่อ.ยะหริ่ง อ.เมือง และอ.ปานาเระ 6. จังหวัดสงขลา อ.หาดใหญ่ สถานการณ์ดีขึ้น แต่ยังมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ อาหารยังเพียงพอแต่ต้องส่งเพิ่มเรื่อยๆ 7.จังหวัดยะลา ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้น น้ำเริ่มลดลง และ 8.จังหวัดนราธิวาส อ.สุไหงโกลก ยังมีน้ำท่วมขังบางส่วน