ข่าว

คันกั้นน้ำหมู่บ้านดังนนท์แตก300หลังจม

คันกั้นน้ำหมู่บ้านดังนนท์แตก300หลังจม

03 พ.ย. 2553

มจร.มอบสิ่งของช่วยโยมถูกน้ำท่วม 7 พ.ย.นี้ ก.วิทย์ฯ – มหาดไทย ลงนามเอ็มโอยูพัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรร่วมกันแก้ไขปัญหาภัยน้ำท่วม ภัยหนาว จัดการปัญหาถึงระดับชุมชน ย้ำให้ใช้เงินช่วยภัยพิบัติอย่างถูกต้อง รัดกุม เผยเงินทรงบริจาค ใช้ซื้อน้ำดื่มและไฟฉายตามความจำ

 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 พ.ย.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุน้ำท่วมขังภายในหมู่บ้านเทพประทานพร ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทุบรี ทำให้บ้านเรือนประชาชนกว่า 300 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม โดยน้ำท่วมสูงประมาณ 1.5 เมตร ซึ่งน้ำท่วมขังอยู่ในหมู่บ้านมานานประมาณ 7-8 วันแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากผนังกำแพงปูนกั้นน้ำของหมู่บ้านซึ่งติดกับคลองเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาได้พังลง ทำให้น้ำในคลองทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน ชาวบ้านต้องนำกระสอบทรายมากั้นด้านหน้าประตูบ้านแล้วใช้เครื่องสูบน้ำออกจากบ้าน

 ชาวบ้านหลายรายระบุว่า ปกติหมู่บ้านแห่งนี้จะมีท่วมขังเกือบทุกปี จนต้องสร้างกำแพงป้องกันน้ำในคลองเข้าท่วม แต่ปีนี้น้ำมีปริมาณมากกว่าทุกปี และมากกว่าวิกฤติน้ำท่วมกรุงเทพฯเมื่อปี 2538 ทำให้กำแพงปูนกั้นน้ำไม่สามารถต้านทานแรงน้ำได้จนน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน ชาวบ้านบางส่วนต้อวอพยพออกไปอยู่ที่อื่น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้คณะเทศมนตรี อ.บางกรวย ได้นำสิ่งของเป็นข้าวสารอาหารแห้งมาแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านในหมู่บ้าน โดยชาวบ้านบางส่วนต้องเดินลุยน้ำออกมารับของแจก

ก.วิทย์-มท.ร่วมพัฒนาเทคโนแก้น้ำท่วม-หนาว

ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายวีระชัย วีระเมธีกุล รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือหรือเอ็มโอยู เรื่อง “ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ระหว่างสองกระทรวง โดยวัตถุประสงค์คือ

 1.สนับสนุน แลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศ แผนที่ ภาพถ่ายดาวเทียม สำหรับการป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง 2.เพื่อสนับสนุน วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง 3.เพื่อสนับสนุนการจัดทำระบบภูมิสารสนเทศ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำระดับจังหวัด ชุมชน ด้วยวิทยาศาสตร์ 4.เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากร ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันแต่งตั้งคณะทำงานที่มหาดไทยและวิทยาศาสตร์ฯ เห็นชอบร่วมกันให้ดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ มีงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนความร่วมมือด้านนี้ คือเรื่องการเตือนภัยติดตามสถานการณ์น้ำ จากระบบดาวเทียม ระบบเตือนภัยจากพายุ และมีการพัฒนาทรัพยากรน้ำชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 นายวีระชัย กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งปัญหาน้ำท่วม ต้องบูรณาการทุกหน่วยงาน และต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหา โดยสิ่งที่ตั้งใจให้เป็นจุดเริ่ม คือ 1.ระบบชลมาตร โดยใช้ข้อมูลร่วมกับกรมชลประทาน และหน่วยงานดูแลทรัพยากรน้ำอื่นๆ ให้เห็นปัญหาภาพกว้าง 2.ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมสำรวจความเสียหาย เพื่อแก้ปัญหาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 3.สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง 4.มีระบบการเยียวยาระยะยาว โดยใช้องค์ความรู้ของกระทรวงวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาโดยเร็ว

 ด้านนายขวัญชัย วงศ์นิติกร รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในเอ็มโอยู มีการกำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลต่อกัน โดยในส่วนของมหาดไทย ต้องบูรณาการแก้ไขปัญหาระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยธ.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำในระดับชุมชน โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์จะให้ภาพถ่ายทางดาวเทียมประกอบการแก้ปัญหา ส่งเอสเอ็มเอสเตือนภัยถึงระดับหมู่บ้าน ให้การแก้ไขปัญหาถึงระดับรากหญ้ามากขึ้น

 ขณะที่นายชวรัตน์ กล่าวว่า ประเทศไทย มีภัยหลักสามอย่าง คือ ภัยล้น หรือน้ำท่วม น้ำแล้งและภัยหนาว วันนี้เรา ทำเอ็มโอยูให้สองกระทรวงได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ภัยล้น สนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศ ร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพ

 ทั้งนี้นายชวรัตน์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมภายหลังลงนามเอ็มโอยู ถึงผลของเอ็มโอยูต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน จ.สงขลา ซึ่งเป็นวิกฤติเร่งด่วนในขณะนี้ ว่า อุทกภัยครั้งนี้ คงจะช้าเกินไปที่จะใช้เอ็มโอยูนี้ เพราะเอ็มโอยูนี้ เราต้องการให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สร้างองค์ความรู้ และเพิ่มเครื่องมือเครื่องใช้ให้พอเพียง เพื่อรองรับกับกระทรวงมหาดไทย ทำเป็นคณะกรรมการแก้ไขอุทกภัย ซึ่งต้องใช้เวลาในการหาข้อยุติในการทำงาน แต่จะมีประโยชน์ในฤดูฝนหน้า หลักๆ เป็นการใช้ดาวเทียมสำรวจ ใช้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีที่เขามี โดยเฉพาะองค์ความรู้ทางด้านภูมิศาสตร์ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ส่วนที่ว่า จะมีการประสานงานเซ็นเอ็มโอยูลักษณะเดียวกันกับหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทานหรือไม่นั้น ถ้าเห็นว่า มีประโยชน์ก็ทำ แต่อาจไม่ต้องถึงขั้นใช้ข้อตกลงร่วมก็ได้ สามารถใช้วิธีประสาน แลกเปลี่ยนข้อมูล การใช้เอ็มโอยูจะมีความชัดเจนขึ้นในขอบเขตความร่วมมือ

 เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ปปท.) เคยออกมาระบุว่า งบประมาณเบิกใช้ฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ มักจะมีกรณีทุจริตได้ง่าย ปีนี้จะตรวจสอบให้รัดกุมได้อย่างไร นายชวรัตน์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการประชุมกระทรวงมหาดไทย ตนก็ได้ย้ำเตือนทุกครั้งว่า การใช้เงินงบประมาณของแต่ละจังหวัด ต้องใช้อย่าให้ฟุ่มเฟือย ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนความที่ต้องใช้เร่งด่วน จะตรวจสอบเฉพาะหน้าอย่างรวดเร็วอย่างไรนั้น เขาก็มีหน่วยงานดูแลตรวจสอบอยู่แล้ว

 นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ในช่วงหลังน้ำท่วม ได้สั่งการให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ เร่งตรวจสอบความเสียหาย เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพราะหลังน้ำท่วม คิดว่า การช่วยเหลือจะต้องหนักกว่าระหว่างน้ำท่วมด้วยซ้ำ ส่วนกรณีน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลานั้น ยังวิกฤติมากที่สุด ส่วนอื่นก็ทุเลาไปเยอะแล้ว โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่หาดใหญ่นั้น มีปัญหาน้ำทะเลหนุนเข้ามามาก ทำให้น้ำกลับสู่ทะเลได้ช้า แต่คิดว่า คงจะคลี่คลายภายในไม่กี่วัน ทั้งนี้ นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ตั้งศูนย์บัญชาการอยู่ที่ ปภ.เขต 12 แล้ว และยังมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) คอยดูแลอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งตนก็ขอฝากให้กำลังใจนายถาวร

"ชวรัตน์"ขึ้นเรือมอบถุงยังชีพช่วยเหยื่อน้ำท่วม

 เมื่อเวลา 15.45 น.นายชวรัตน์ ได้เดินทางด้วยเรือท่องแบนไปยัง บ้านโนนจาน ม. 6 ต.ยะวึก อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมแจกถุงยังชีพจำนวน 1,000 ถุง โดยนายชวรัตน์กล่าวว่า เรารู้ว่าพื้นที่นี้ประสบอุทกภัยแสนสาหัส ซึ่งประเทศไทยต้องเจอกัน 3 ภัย คือ ภัยล้น ภัยแรง ภัยหนาว ซึ่งประชาชนต้องต้องสู้ทุกครั้ง และเมื่อผ่านอุทกภัยไปแล้ว ก็ต้องเจอกับภัยหนาวที่กำลังจะมาถึง จึงขอให้ประชาชนอดทน อดกลั้นต่อภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

รพ.วชิระฯส่งทีมแพทย์-ทีมจิตเวชช่วยรพ.หาดใหญ่

 นพ.เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างหนักในหลายจังหวัดของภาคใต้ โดยเฉพาะภายในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ส่งผลให้มีผู้เจ็บป่วยเป็นจำนวน โดยในส่วนของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ก็ได้มีการส่งทีมแพทย์ - พยาบาลและผู้เชี่ยวชาญในสายการแพทย์ต่างๆ ไปสนับสนุนและให้การช่วยเหลือคณะแพทย์ที่ รพ.หาดใหญ่ เพื่อเสริมการทำงานของแพทย์พยาบาลและผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ ในนามของ พอ.สว.ภูเก็ต แม้ว่าจะยังไม่มีการขอความช่วยเหลือมาก็ตาม แต่ด้วยเมื่อครั้งเกิดภัยพิบัติสึนามิเมื่อปลายปี 47 ได้มีทีมแพทย์ - พยาบาลจาก รพ.หาดใหญ่และใกล้เคียงระดมกำลังมาช่วยเหลือและให้การสนับสนุน รพ.วชิระภูเก็ตทุกๆด้าน

 สำหรับทีมที่ลงไปนั้นมีทั้งทีมจิตเวชและทีมแพทย์อาสาสมัคร ซึ่งเป้าหมายหลักอยู่ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ขณะเดียวกันในส่วนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตก็ได้นำคณะผู้ชำนาญการด้านต่างๆ ไปยังโรงพยาบาลเสนาณรงค์ จ.สงขลาเช่นเดียวกัน นพ.เจษฎากล่าว และกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ได้เปิดรับบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอาหารแห้งที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลฯ ด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในส่วนของการรับบริจาคนั้นทางกองทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้และศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ได้เปิดจุดรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคขึ้นที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภายในใต้โครงการ ” ชาวภูเก็ตร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ” 

ผู้ว่าฯปัตตานีเร่งช่วยชาวบ้านจมน้ำหลังน้ำลด

 นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผวจ.ปัตตานี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.ปัตตานีเริ่มลดระดับความรุนแรงลงแล้ว หลังจากที่ลอดทั้งวันฟ้าเปิดทำให้ไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม ประกอบกับน้ำที่ไหลทะลักท่วมเป็นลักษณะน้ำป่าที่ไหลหลากเข้าสมทบกับน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ทำให้น้ำระบายไม่ทันจึงทะลักทวมบ้านเรือนราษฎร ขณะที่การเข้าไปให้ความช่วยเหลือนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งภาครัฐ เอกชนและฝ่ายความมั่นคงไดระดมกำละงและเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าไปให้วาช่วยเหลือชาวบ้านตามจุดต่างๆจนสามารถครอบคลุมในทุกพื้นที่  โดยเฉพาะในหลายพื้นที่ซึ่งน้ำท่วมสูงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดระบบไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย ซึ่งล่าสุดสามารถใช้ไฟฟ้าได้แล้ว

 "ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมเครื่องสูบน้ำไปสูบตามพื้นที่น้ำท่วมขังให้สามารถระบายน้ำออกให้เรวที่สุด  โดยเฉพาะพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรี เพื่อจะเร่งให้ระบายลงสู่ทะเลให้มากที่สุด เพื่อป้องกันฝนตกลงมาซ้ำอีกระลอก อีกทั้งเพื่อเป็นการเตรียมรองรับน้ำจากพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ที่คาดว่าจะไหลมาสมทบอีกในช่วง 1-2 วันนี้ " นายนิพนธ กล่าว

สตูลท้องฟ้าไม่เปิดผช.ผบทบ.นำฮ.ขึ้นมาแจกของไม่ได้

 เมื่อเวลา 14.30 น.ที่หน้าอบต.ฉลุง ได้มีประชาชนจำนวน 150 คน ได้มารอ รับของช่วยเหลือจาก พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก โดยมี นายวินัย ครุวรรณพัฒณ์ ผู้ว่าฯ สตูล และ พันเอกนิติ ติณสูลานนท์ ผบ.ร 5 พัน 2 จนถึงเวลา 15.00 น. เฮลีค๊อปเตอร์ ของผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ไม่สามารถเดินทางมายังจ.สตูลได้ เนื่องจากท้องฟ้าไม่เปิด จำเป็นที่จะต้องยกเลิกการเดินทางมาสตูล

 ดังนั้นทางผู้ว่าฯสตูล นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ และพันเอกนิติ ติณสูลานนท์ ผบ.ร.5พัน 2 ทำการมอบถุงยังชีพจำนวน 150 ถุง แทน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก  สำหรับสภาพโดยทั่วไปของ จ.สตูล ฝนได้หยุดตกมาเป็นเวลา 2 วันแล้ว แต่เนื่องจากน้ำทางเทือกเขาบรรทัด และฝายดุสน ยังมีปริมาณที่มาก ทำให้น้ำเหนือ ไหลบ่าลงทะเล ตามลำคลองบำบัง และคลองตายาย ทำให้น้ำท้วมบริเวณหมู่บ้านและชุมชนใกล้คลอง เช่น ชุมชนท่านายเนา ชุมชนโคกพะยอม ชุมชนหัวทาง และชุมชนม้าขาว  และล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. ปริมาณน้ำได้ลดลง ประมาณ 1 ฟุต เนื่องจากวันนี้ เป็นน้ำ 11 ค่ำ และเกิดน้ำทะเลหนุน ทำให้น้ำไหลลงทะเลช้า

 ส่วนการช่วยเหลือทางผู้ว่าฯสตูลได้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำการช่วยเหลือเบื้องต้นให้ อบจ.และท้องถิ่น ได้นำข้าวสารอาหารแห้ง และถุงยังชีพออกแจกจ่ายแก่ราษฏรผู้ประสบภัยในพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ ในขณะนี้ประมาณน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้ง 7 อำเภอ โดยเฉพาะอำเภอควนโดนและอำเภอเมือง เริ่มมีปริมาณน้ำที่ลดลง แต่เนื่องจากน้ำทะเลหนุนทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องต่อไป

 มจร.มอบสิ่งของช่วยน้ำท่วม7พฤศจิกายนนี้

พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) มีกำหนดการเดินทางไปบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคและปัจจัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในเขต จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี และจังหวัดอ่างทองวันอาทิตย์ที่ 7  พฤศจิกายนนี้