
อุทธรณ์ยกฟ้องสาววัย25ช่วยแฟนแหกคุก
ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับยกฟ้อง สาววัย 25 ปี ช่วยแฟนหนุ่มแหกคุก สน.บางเขน ชี้ พยานหลักฐานโจทก์ไม่เคลียร์ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้ แต่ยังให้ขังไว้ระหว่างฎีกา
(3พ.ย.) ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายประสิทธิ์ หรือโต้ง มุงคุณ อายุ 24 ปี และน.ส. พัชรา หรืออั้ม มะลิวัลย์ อายุ 25 ปี แฟนสาว เป็นจำเลยที่ 1 - 2 ในความผิดฐาน พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ชิงทรัพย์ พยายามชิงทรัพย์ และพ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ
คำฟ้องโจทก์ ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 50 จำเลยที่1 ถูกจับกุมตามหมายจับค้างเก่า คดียาเสพติดที่ สน.บางเขน จึงอายัดตัวมาคุมขังดำเนินคดี ระหว่างนี้ น.ส.พัชรา จำเลยที่ 2 มาเยี่ยม และซุกซ่อนอาวุธปืนไปกับสิ่งของที่นำมาเยี่ยมให้จำเลยที่ 1 แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เบิกตัวจำเลยที่ 1 ออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือ ก็วิ่งหลบหนี ด.ต. รังสรรค์ พิมพ์คุณากร อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือวิ่งไล่ตาม จำเลยที่ 1 จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ ด.ต. รังสรรค์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และจี้ชิงรถจักรยานยนต์ที่วิ่งผ่านหน้า สน.บางเขน หลบหนี แล้วถูกจับกุมในเวลาต่อมา
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา จำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต คำให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง คงจำคุกไว้ 34 ปี 4 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 2 ฐานร่วมสนับสนุนกระทำผิด เป็นเวลา 25 ปี 4 เดือน
โดยจำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ทำนองว่า ไม่รู้ว่าสิ่งของในถุงที่นำมาเยี่ยมจำเลยที่ 1 มีอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า พยานโจทก์ ยังไม่พอฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมรู้เห็นช่วยเหลือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะจำเลยที่ 1 กระทำความผิด คดียังมีข้อสงสัย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้ อุทธรณ์จำเลยที่ 2 ฟังขึ้น พิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยที่ 2 ไว้ระหว่างฎีกา



