
ปชป.ปะทะ'วิสุทธิ์'กลางที่ประชุมกมธ.
ส.ส.ปชป. เปิดศึก วิสุทธิ์ กลาง ที่ประชุม กมธ.กฎหมาย สุทัศน์ บี้ให้เปิดชื่อนักการเมืองชั่ว ลั่นหากเป็นคน ปชป. ก็ไม่เอาไว้ ด้าน วิสุทธิ์ แย้งไม่มีใบเสร็จ แต่ท้า กมธ.กฎหมาย ลงพื้นที่สอบพฤติกรรม ประชา เตรียมตั้งกระทู้ถามนักการเมืองฝั่งรัฐบาล
(3พ.ย.) ที่รัฐสภา นายประชา ประสพดี ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีการประชุมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ พล.ต.ท.วิสุทธิ์ วานิชบุตร รองผบช.ภ.9 ออกมาเปิดเผยว่ามีนักการเมืองล้วงลูกโผตำรวจรวมถึงมีพฤติกรรมค้าของเถื่อนในพื้นที่ภาคใต้ด้วย ซึ่งได้เชิญพล.ต.ท.วิสุทธิ์มาชี้แจง พร้อมกับ พล.ต.ท.วิบูรณ์ ปรองดอง ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ ฐานะเลขานุการ ก.ตร. ที่ได้รับมอบหมายมาชี้แจงแทนนายกฯ และ ผบ.ตร.
โดยก่อนเริ่มการซักถาม นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กมธ. กล่าวว่าการให้ข้อมูลของพล.ต.ท.วิสุทธิ์ ครั้งนี้ขอให้ระบุชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนักการเมือง ต่อที่ประชุมด้วย เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ
ซึ่ง พล.ต.ท.วิสุทธิ์ กล่าวว่า หากตนเปิดเผยชื่อต่อที่ประชุม จะได้เอกสิทธิ์คุ้มครองกรณีที่อาจจะถูกฟ้องร้องหรือไม่ เพราะหากสื่อมวลชนนำไปเผยแพร่เชื่อว่าร้อยละ 80 จะถูกฟ้องร้องอย่างแน่นอน โดยที่ประชุมได้แสดงความเห็นหลากหลายว่าหากเปิดเผยชื่อในที่ประชุมจะได้รับความคุ้มครอง แต่หากสื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวนำรายละเอียดไปเปิดเผยอาจจะเสี่ยงที่ถูกฟ้องร้องจากผู้ที่ถูกพาดพิงได้
จากนั้นพล.ต.ท.วิสุทธิ์ ให้ข้อมูลว่าตอนหนึ่งว่าการแต่งตั้งนายตำรวจที่ผ่านมาที่ยึดความอาวุโส ร้อยละ 33 นั้น พบว่าคนที่มีเส้นก็ได้ไปอยู่ที่ดีๆ แต่คนที่ไม่มีเส้นก็ไปอยู่ที่เน่าๆ ซึ่งตนอยากชี้จุดให้เห็นว่ามีการกลั่นแกล้ง คือ ระดับรองผู้การ ทำไมไม่พิจารณาในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่กลับไปพิจารณาในระดับภาคเท่านั้น เท่ากับว่ามีการซิกแซก คือ รองผู้การภาคที่อายุครบเลื่อนระดับ แต่หากตำแหน่งไม่ว่างก็ไม่ได้ขึ้น ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ฐานะประธานก.ตร. ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ส่วนสาเหตุที่ตนถูกย้าย มาประจำอยู่สำนักกฎหมายและคดี (กบค.) นั้น เพราะไปขวางผลประโยชน์ของนักการเมืองพร้อมกับลิ่วล้อนักการเมืองเลวๆ ส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาค 9 โดยการโยกย้ายนั้นได้มีหนังสือลับๆ ขอตัวตนจาก ผบ.ภ. 9 โดยไม่ได้เรียกไปสอบถาม ก่อน
“ นายกฯ บอกว่าทำไมผมไม่ร้องตามขั้นตอน ผมอยากถามว่านายกฯ อยู่บ้านทรายทองหรืออย่างไร เพราะผมจะไปร้องช่องทางไหน เพราะสตช. เป็นคนทำหนังสือสั่งย้าย ส่วน ก.ตร.ก็เป็นลงอนุมัติ ดังนั้นช่องทางเดียวคือต้องฟ้องศาลปกครอง ” พล.ต.ท.วิสุทธิ์ กล่าว
จากนั้นในที่ประชุมเริ่มดุเดือด เนื่องส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสุทัศน์ และนายโกวิท ธาราณา ส.ส. กทม. พูดตอบโต้พล.ต.ท.วิสุทธิ์ ในประเด็นที่กล่าวพาดพิงนายอภิสิทธิ์ จนต้องให้ถอนบันทึกการประชุมที่พาดพิงออก นอกจากนั้นนายสุทัศน์ พยายามให้ประธานเปิดโอกาสให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ ภาค 9 เข้ามาในที่ประชุมเพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริง แต่นายประชา ไม่ยอม พร้อมระบุว่าจะเชิญผู้ที่ถูกพาดพิงมาชี้แจงในโอกาสอื่น ด้านนายโกวิท กล่าวว่า อย่าว่าแต่นักการเมืองว่ามีพฤติกรรมไม่ดี แล้วเอาความดีเข้าตัวนายตำรวจ เพราะทุกวันนี้ยังพบว่ามีตำรวจเปิดพื้นที่ค้ายาเสพติดเป็นจำนวนมาก และตำรวจเองก็ปราบปรามไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดพล.ต.ท.วิสุทธิ์ควรไปเขียนหนังสือดีกว่า
ทำให้พล.ต.ท.วิ สุทธิ์ ตอบโต้ว่า ตนคงไม่เขียนหนังสือ เพราะเป็นตำรวจไม่ใช่นักการเมือง ซึ่งตนยอมรับว่าปัจจุบันมีนายตำรวจที่ประพฤติไม่ดี แต่เหตุผลที่แท้จริงก็เพราะนักการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ ทั้งนี้สิ่งที่ตนออกมาตอบโต้ไม่ใช่การสร้างภาพ หรือเอาตัวเข้าแลกกับการถูกรุมด่า รวมทั้งไม่มีเพื่อนคบ แถม แม่และภรรยาด่าด้วย
“ ผมขอให้กรรมาธิการตั้งกรรมการตรวจสอบสิ่งที่ผมพูดและลงพื้นที่ตรวจสอบได้เลย ว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นจริงหรือไม่ แต่หากจะให้ผมนำเอกสารหรือใบเสร็จพฤติกรรมนักการเมืองมาเปิดเผยนั้น ทำไม่ได้ เพราะนักการเมืองไม่ใช่คนโง่ ให้ลิ่วล้อทำแทนหมด ” พล.ต.ท.วิสุทธิ์ กล่าว
แต่นายสุทัศน์ ได้ถามย้ำว่าขอให้เปิดเผยชื่อนักการเมืองด้วย เพราะพื้นที่ที่ระบุถึงนั้นมีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด ดังนั้นหากเป็นคนประชาธิปัตย์จริง ตนเชื่อว่าทางพรรคคงไม่เอานักการเมืองเลวๆ เก็บไว้แน่
จากนั้นนายประชา กล่าวว่า ตนขอให้พล.ต.ท.วิสุทธิ์ ทำรายงานเส้นทางผลประโยชน์นักการเมืองในพื้นที่ เพื่อที่ตนจะใช้เอกสิทธิ์ประธานกมธ. สอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้องในการประชุมสภา เพื่อชี้ให้เห็นว่านายตำรวจระดับรองผู้บังคับการยังถูกกระทำแบบนี้
ด้านพล.ต.ท.วิสุทธิ์ กล่าวว่า ช่วงนี้พื้นที่น้ำท่วม คงจะไม่สามารถทำให้ได้ แต่ทางส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ น่าจะรู้เพราะพรรคพวกของเขาอยู่ที่นั่น ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือข้าราชการตำรวจได้ อย่างไรก็ตามก็จะพยายามหาข้อมูลมาให้ภายหลังจากที่น้ำหายท่วมแล้ว ซึ่งวันนั้นตนเชื่อว่าพื้นที่ภาค 9 จะลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคำตอบของพล.ต.ท.วิสุทธิ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับส.ส.ประชาธิปัตย์อย่างมาก โดยนายสุทัศน์ พยายามซักถามเพื่อให้พล.ต.ท.วิสุทธิ์เปิดเผยรายชื่อนักการเมือง พร้อมหาใบเสร็จมาแสดงให้ได้ ทำให้พล.ต.ท.วิสุทธิ์ กล่าวว่า ตนจะกลับไปพื้นที่เพื่อทำหนังสือยืนยันสิ่งที่ตนพูด โดยจะขอให้ประชาชน 200 คน ร่วมลงชื่อ พร้อมกับแนบเอกสารตำรวจที่ตนไปจับกุมมาด้วย ทำให้นายสุทัศน์พอใจเลิกซักถามในที่สุด
จากนั้นนายประชา ได้สอบถาม พล.ต.ท.วิบูรณ์ ถึงเหตุผลที่สั่งย้าย พล.ต.ท.วิสุทธิ์
พล.ต.ท.วิบูรณ์ ชี้แจงว่า เป็นเพราะพล.ต.ท.วิสุทธิ์เป็นผู้ที่มีความรู้ด้านกฎหมายและมีความเชี่ยวชาญการปฏิบัติงานในพื้นที่ ดังนั้นเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับการปฏิบัติหน้าที่ที่ กบค .เพราะต้องอาศัยความรู้ด้านกฎหมายและการคุ้นเคยการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการลงนามแต่งตั้งที่นายกฯ เป็นประธาน ก.ตร.นั้น ยืนยันว่าใช้ความรอบคอบพิจารณาอย่างละเอียด โดยใช้เวลาพิจารณาตั้งแต่ 09.00 - 15.00 น. สำหรับการปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ ก.ตร. ไม่เคยเห็นนามบัตรของนักการเมืองคนใด
พล.ต.ท.วิบูรณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ พล.ต.ท.วิสุทธ์จะนำเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมฟ้องร้องต่อศาลนั้น เชื่อว่าศาลจะไม่รับฟ้อง เพราะไม่ได้เป็นไปตามขั้นตอนระเบียบของสำนักงานตำรวจ ที่ระบุว่าต้องให้ได้ข้อยุติในสำนักงานก่อน แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่มีเข้ามาที่กองร้องทุกข์แต่อย่างใด
ทำให้ พล.ต.ท.วิสุทธิ์ ถามขึ้นว่าหากโยกย้ายโดยไม่มีการแทรกแซงจริงทำไมให้ต้องให้ พล.ต.อ.สัณฐาน ชยนนท์ ทำหนังสืออย่างลับๆ ถึง ผบ.ภาค 9 ให้ทำโผอย่างลับๆ และปล่อยข่าวว่าตนจะขึ้นไปเป็น รองผบ.ก. แต่หากจริงใจทำไมไม่เรียกตนไปคุยก่อนที่จะสั่งย้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประเด็นดังกล่าว พล.ต.ท.วิบูรณ์ ไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้ จากนั้นนายประชา สั่งปิดการประชุมทันที



