
คชอ.ยันดีเปรสชั่นลูกใหม่มุ่งเวียดนาม
คชอ.ระบุ ดีเปรสชั่นลูกใหม่ เปลี่ยนทิศเข้าเวียดนาม ส่งผลฝนน้อยลง ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าหาดใหญ่ เชื่อ 2-3 วันน้ำลด ระดมกำลังช่วยชาวบ้านติดกลางน้ำ "มาร์ค"บินไปอุบลฯห่วงคนหาดใหญ่ที่ถูกตัดขาด สั่งเร่งช่วยให้ทั่วถึงวันนี้ คาดระบายน้ำได้ใน 7 วัน ด้านผบ.ตร.สั่งตำ ร
(3พ.ย.) นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทก ภัย(ศชอ.) เปิดเผย ว่า สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ภาคใต้ 8 จังหวัด ในภาพรวมได้คลี่คลายลง พายุดีเปรสชั่นที่คาดว่าจะเข้าไทยในวันที่ 5-6 พ.ย.นั้น ทางกรมอุตุรายงานว่าได้เปลี่ยนทิศไปเข้าประเทศเวียดนามแทน แต่ทางตอนใต้ของไทยยังอาจจะมีฝนตกเพราะได้รับอิทธิพลของลม แต่จะไม่มาก อีกทั้งทางกรมชลประทาน
ได้ส่งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 10 เครื่อง ไปยังพื้นที่ ที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะที่คลองอู่ตะเภา อ.หาดใหญ่ที่เป็นทางระบายน้ำหลักแล้ว พร้อมกันนี้ได้มีการส่ง เรือหลายประเภทจำนวน 1,500 ลำ พร้อมทั้งเรือเจ๊ตสกีที่ได้รับความร่วมจากภาคเอกชน และถุงยังชีพ 11,000 ชุดไปช่วยเรือประชาชนแล้ว และยังมีการประสานทุกเหล่าทัพ รวมทั้งเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาลและหน่วยกู้ภัย เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยคนชรา และประชาชนที่ติดค้างอยู่ตามบ้านเรือนแล้ว อย่างไรก็ตามคาดว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร์ ที่ออกเดินทางนำสิ่งของช่วยเหลือไปนั้นคาดว่าคงถึงในวันนี้
นายอภิรักษ์ กล่าวต่อถึงการระบายน้ำพื้นที่ภาคใต้ ว่าระดับพื้นที่ภาคใต้น้ำสามารถไหลลงได้เร็ว ยกเว้นที่ อ.หาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่แอ่งกะทะ คาดว่าภายใน 2-3 วัน ถ้าปริมาณระดับน้ำที่ท่วมอยู่ระดับน้ำในคลองต่างกันน่าที่จะเริ่มบล็อคน้ำแล้วสูบออกได้บ้าง ถนนเส้นใหญ่ใน อ.หาดใหญ่ น้ำน่าจะเริ่มลดระดับลงได้ทั้งหมดภายในช่วง 1-2 วัน ส่วนบริเวณที่มีน้ำท่วมขังอยู่ก็คงยังมีน้ำอยู่บ้าง
นายอภิรักษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จากที่คาดการณ์ว่า น้ำจากแม่น้ำมูลจำนวนที่จะไหลเข้าบริเวณ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่า น้ำได้เอ่อไปล้นไปตามแนวทาง 2 ข้างทางแทน ทำให้สถานการณ์ไม่รุนแรง แต่ต้องเฝ้าระวังในวันที่ 4 พ.ย. ที่อาจจะมีน้ำปริมาณมากไหลเข้าไปสมทบ ทำให้น้ำในแม่น้ำมูลสูงส่วนน้ำจากแม่น้ำชี ที่คาดว่าจะไหลเข้าจังหวัดอุบลฯในวันที่ 7-8 พ.ย. โดยสูงสุดวันที่ 4 พ.ย. น่าจะอยู่ที่ ระดับ 40-50 %ปริมาณน้ำเอ่อล้นน่าจะไม่รุนแรงมาก
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ศูนย์อพยพวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ว่า สถานการณ์ล่าสุดน้ำลดและสิ่งของที่จะถูกส่งไปช่วยเหลือโดยเฉพาะเรือพร้อมโดยจะไปถึงในวันนี้ แต่ตอนนี้สิ่งที่กำลังเร่งอยู่คือเรื่องการสื่อสารในส่วนของการกู้เสาส่งสัญญาณเริ่มมีปัญหา ซึ่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ(ไอซีที)กำลังเร่งทำให้กลับมาใช้การได้ให้ได้มากที่สุด เพราะตอนนี้ยังใช้การได้ไม่หมด
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีประชาชนติดอยู่ตามอาคารบ้านเรือนจำนวน 1 แสนคนที่อ.หาดใหญ่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น แต่หลายพื้นที่เรายังไม่สามารถเข้าไปถึงได้ แต่คาดว่าภายในวันนี้จะสามารถเข้าไปได้ อย่างไรก็ตามสำหรับอ.หาดใหญ่ถือว่ายังหนักอยู่ แต่คิดว่าการเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่วันนี้จะทำได้ทั่วถึง สำหรับที่มีการประเมินว่าภายใน 3 วันจะสามารถระบายน้ำลงทะเลได้นั้น นายกฯ กล่าวว่า ตนยังไม่เชื่ออย่างนั้น100% เพราะกรมชลประทานระบุว่าจะระบายได้ภายใน 7 วัน เนื่องจากการประเมินขึ้นอยู่กับเรื่องของปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำทะเล
เมื่อถามถึงเรื่องของระบบสาธารณูปโภคอย่างไฟฟ้าและน้ำประปา นายกฯ กล่าวว่า ยังใช้การไม่ได้ ส่วนที่มีการเรียกร้องให้นายกฯต้องลงไปดูแลปัญหาด้วยตัวเองนั้น นายกฯ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้คุยกับนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) ซึ่งได้ส่งกำลังไปบูรณาการให้ความช่วยเหลือก็เรียบร้อยดี และเจ้าหน้าที่ก็สามารถทำงานได้
ส่วนเรื่องที่น่ากังวลและต้องดูแลพิเศษ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าวันนี้ยังไม่สามารถเข้าไปในบางพื้นที่ได้ก็น่ากังวลมาก เพราะประชาชนถูกตัดขาดเป็นเวลานาน ซึ่งตนกำลังติดตามเรื่องนี้อยู่ เพราะมีบางพื้นที่ในตัวเมืองหาดใหญ่ที่ระดับน้ำสูงมากกว่า 2 เมตร และน้ำเชี่ยวมาก เรือเข้าไปลำบาก ซึ่งตนจะติดตามสถานการณ์จากนายถาวรอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจากการลงพื้นที่เมื่อวานนี้ตามซอยยังมีปัญหาเรื่องการเข้าถึง และจากการบินสำรวจก็พบว่ามีประชาชนที่ติดอยู่บนหลังคาของบ้านชั้นเดียว แต่ไม่ได้เยอะขนาดที่มีการพูดกันขณะนี้ คิดว่าเช้าวันนี้สถานการณ์คลี่คลายได้อีกเพราะน้ำเริ่มลดแล้ว
เมื่อถามว่าจะอพยพคนออกมาจากพื้นที่ทั้งหมดได้เมื่อไหร่ เพราะแม้แต่กองทัพก็ระบุว่าทำได้แค่ส่งอาหารได้เท่านั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราก็เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งหลายคนถ้าเราเข้าไปช่วยเหลือด้านความเป็นอยู่เขาก็สามารถอยู่ได้ แต่อย่างไรก็ตามตนติดตามประเมินสถานการณ์ตลอด และถ้าจำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรก็สามารถทำได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังสัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรี นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม และส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายศุภชัย ศรีหล้า นายวุฒิพงษ์ นามบุตร และนายวิฑูรย์ นามบุตร เดินทางด้วยเครื่องบินกองทัพบกชนิดแอมแปร์ ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก(ขส.ทบ.) ดอนเมือง เพื่อไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยที่ศูนย์อพยพวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี และจะเดินทางกลับมาถึงขส.ทบ.ในเวลาประมาณ 15.00 น.
ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) รายงานฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่นเคลื่อนตัวพาดผ่านภาคใต้ ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัย 10 จังหวัด 60 อำเภอ 236 ตำบล 1,224 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 79,902 ครัวเรือน 292,744 คน ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี พัทลุง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชและกระบี่ ทั้งนี้ ผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อเวลา 06.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ประธานปล่อยขบวนรถเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.สงขลา ประกอบด้วย เรือท้องแบนจำนวน 10 ลำ รถไฟส่องสว่าง 1 คัน รถยก 9 คัน รถซ่อมบำรุง 10 คัน รถบรรทุกน้ำมัน 1 คัน รถบรรทุกสนับสนุนการช่วยเหลือ 1 คัน และ รถพยาบาล 3 คัน พร้อมถุงยังชีพ 13,500 ชุดโดยเบื้องต้นจะส่งมอบถุงยังชีพก่อน 7,500 ชุด เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยทางภาคใต้
โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับถุงยังชีพในล็อตแรกนี้ กทม.จะนำไปบรรจุที่ศาลาประชาคม อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นจะนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ พร้อมกันนี้ ในวันที่ 4 พ.ย. ตนจะนำทีมแพทย์และพยาบาลจำนวน 40 คน เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยทีมแพทย์จะอยู่ช่วยเหลือ ตรวจรักษาโรคเบื้องต้นในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น นอกจากนี้ยังเตรียมยาและเวชภัณฑ์เข้าไปช่วยพี่น้องภาคใต้ด้วย ทั้งนี้ กทม.ยังคงเปิดรับบริจาคเงิน และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคสิ่งของได้ที่ ศาลาว่าการ กทม. 1 (เสาชิงช้า) ศาลาว่าการ กทม. 2 (ดินแดง)และสำนักเขต 50 แห่ง หรือบริจาคเงินผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขา ถ.ข้าวสาร เลขบัญชี 027-0-17081-2
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวถึงกรณีนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ออกมาระบุว่าผู้นำชุมชนกว่า 60 ชุมชนสรุปความเห็นว่าพี่น้องชาวอยุธยาฯ จะไม่แบกรับภาระน้ำแทนคนกทม.อีกต่อไป ว่า ไม่เห็นด้วยกับคนที่พูดแบบนี้ เพราะในแง่ของความรู้สึกแล้วคนปริมณฑลเดินทางมาทำงานในกรุงเทพฯ มากกว่าร้อยละ 70 และกทม.กับจ.ปริมณฑลเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่อยากให้คิดว่าเราสบายกว่าปริมณฑล เพียงแต่ กทม.มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่พร้อมกว่า มีศักยภาพมากกว่า ซึ่งปัญหาอยู่ที่ระบบการป้องกันน้ำท่วมมีการพัฒนาที่ไม่เท่ากันนั่นเอง
“ 2 ปีที่ผ่านมาที่ผมนั่งเป็นผู้ว่าฯ กทม.ผมว่ากทม.มีความพร้อมมาก ในการระบายน้ำและรับมือน้ำท่วม ฉะนั้นคนที่พูดว่า กทม.ทำให้คนต่างจังหวัดต้องลำบาก เพราะรับน้ำแทนกทม.นั้น ผมว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งการที่คนในพื้นที่รู้สึกแบบนี้ เพราะมีผู้ใหญ่บางคนไปให้ความคิดที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งผมว่าเป็นคนที่ห่วยแตกมาก ” ผู้ว่าฯกทม. กล่าว
ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้ขุดเจ้าพระยา 2 นั้น ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ตนมีความเห็นว่าควรจะต้องมีแก้มลิงมานานแล้ว เพื่อให้มีคลองระบายน้ำเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอะไรก็ตาม แต่เบื้องต้นเมื่อดูแแผนที่การขุดจะเห็นว่าอยู่นอกเหนือพื้นที่ของกทม. ซึ่งตนก็เห็นด้วยถ้าจะมีแก้มลิงรับน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อย่างไรก็ตามสำหรับการรับมือสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในวันที่ 8 พ.ย.นี้ กทม.ยังคงเฝ้าระวังเหมือนเดิมโดยเฉพาะบริเวณแนวกระสอบทราย แต่เชื่อว่ารับน้ำทะเลหนุนและน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะไม่สูงเหมือนวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา
ด้านกรมชลประทาน แถลงว่าพายุดีเปรสชั่นที่เข้าหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ออกไปแล้ว และภาวะวิกฤติจะค่อยๆคลี่คลายไปในแนวโน้มที่ดี โดยหลายพื้นที่ของเมือง รวมทั้งนอกเมือง ระดับน้ำจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 30-50 ซม. และภายในอีก 2 วัน ปริมาณน้ำส่วนใหญ่จะไหลลงสู่คลอง และออกสู่ทะเล ซึ่งกรมชลประทานได้ระดมส่งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่และเครื่องผลักดันน้ำรวมกว่า 40 เครื่อง ลงพื้นที่ไปเพื่อเร่งสูบน้ำในพื้นที่ออกสู่คลองเพื่อบริหารจัดการต่อไป อย่างไรก็ตามขณะนี้พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงคือจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ฝนตกหนักมากในวันเดียวกว่า 300 มม. และขณะนี้ฝนยังไม่หยุด
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า ได้สั่งการให้กองบินตำรวจ กองตำรวจสื่อสาร และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ที่เข้าไปในพื้นที่แล้ว 3 วัน เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน จัดส่งเครื่องอุปโภคบริโภค และเข้าให้การช่วยเหลืออพยพประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อย่างเร่งด่วน สั่งการให้กองตำรวจสื่อสาร ให้เร่งกู้ระบบสื่อสารในพื้นที่ หลังจากระบบการสื่อสารถูกตัดขาด เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ สามารถประสานข้อมูลกับส่วนกลางเข้าให้ความช่วยเหลือได้ ส่วนสิ่งของจำเป็นขณะนี้ คือ อุปกรณ์ส่องสว่าง เพราะระบบไฟยังถูกตัดขาดอยู่ จึงให้ตำรวจทุกส่วนช่วยจัดหาไฟฉาย และอุปกรณ์ส่องสว่างส่งไปยังพื้นที่ที่ระบบไฟขัดข้อง
“ทั้ง นี้ได้สั่งการเฝ้าระวังแหล่งเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านทอง ธนาคาร เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสที่ประชาชนประสบอุทกภัยโจรกรรมทรัพย์สิน ไม่ให้ซ้ำรอยเหตุอุทกภัยเมื่อปี 2543ที่มีการโจรกรรมในลักษณะนี้”ผบ.ตร.กล่าว



