ข่าว

ผช.ผญบ.ยิงลูกบ้านแซงคิวแจกของน้ำท่วมดับ

ผช.ผญบ.ยิงลูกบ้านแซงคิวแจกของน้ำท่วมดับ

03 พ.ย. 2553

น้ำท่วมเป็นเหตุทำให้ชาวบ้านจ.สิงห์บุรียกพวกหวิดปะทะชาวอ่างทอง หลัง"นาย"มีคำสั่งปิดประตูน้ำ ขณะที่น้ำจากอยุธยาเข้าท่วมทุ่งโผงเผงกว่า 100 ครอบครัวจมน้ำ ด้านเจ้าของควายเตรียมขายควายกว่า 30 ตัวเข้าโรงเชือดหลังไม่มีที่จะอยู่

(3พ.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น.พ.ต.ท.ประสิทธิ์ อภัยรัตน์ รอง ผกก.(สส.) สภ.บางแก้ว จ.พัทลุง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันเสียชีวิตที่ ริมถนนริมคลองชลประทาน บริเวณทางเข้าศาลาเอนกประสงค์กลางหมู่บ้าน หมู่ที่ 7 ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.บางแก้ว เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบางแก้ว และแพทย์เวร รพ.บางแก้ว ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนทางเข้าศาลาเอนกประสงค์กลางหมู่บ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพ นายบุญทิพย์ ขิมเนียม อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 / 1 ม. 5 ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง นอนเสียชีวิตจมกองเลือดในลักษณะหงายหน้า สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่บริเวณศีรษะด้านขวากระสุนกระสุนทะลุท้ายทอย 1 นัด

 จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทางเทศบาลตำบลท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว ได้นำสิ่งของบริโภคไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ม.7 ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว ประมาณ 250 ครัวเรือน โดยมีผู้บริหารเทศบาล สมาชิกเทศบาลท่ามะเดื่อ และ นายบุญเชิญ สุขราษฎร์ อายุ 38 ปี ผช.ผู้ใหญ่บ้าน ม. 7 ต.ท่ามะเดื่อ ได้ร่วมกันแจกสิ่งของที่บริเวณศาลาดังกล่าว โดยผู้ประสบภัยเข้าคิวรับการแจกของอย่างเป็นระเบียบ ต่อมานายบุญทิพย์ ผู้ตายได้เดินไปที่ศาลา และได้หยิบมะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแจกให้เด็กซองหนึ่ง จึงถูกนายบุญเชิญ ทักท้วงบอกว่าสิ่งของที่จัดมาแจกวันนี้ต้องแจกเป็นระบบ แจกตามครัวเรือน หากนำไปแจกนอกเหนือตามรายการจะทำให้การแจกของมีปัญหา เพราะหากเมื่อเด็กคนหนึ่งได้รับไป เด็กคนอื่นๆก็ต้องได้รับเช่นกัน จนทำให้ทั้ง 2 คนมีปากเสียงกันขึ้น แต่ก็มีคนห้ามปรามเอาไว้ ทั้ง 2 คนจึงหยุดการมีปากเสียงกัน

 ต่อมาหลังจากที่การแจกสิ่งของให้ผู้ประสบภัยเสร็จแล้วชาวบ้านต่างก็ได้แยกย้ายกันกลับบ้าน และขณะที่ผู้ตายเดินออกจากศาลาเอนกประสงค์เพื่อกลับบ้าน ซึ่งห่างจากศาลาเอนกประสงค์ประมาณ 50 เมตร ก็พบว่านายบุญเชิญ ที่มีเคยมีปากเสียงกันมาก่อนหน้านี้ ก็ได้ ขับรถยนต์กระบะ ตามไปจอดรถใกล้ผู้ตาย ก่อนจะเดินลงจากรถไปจ่อยิงผู้ตาย จำนวน 1 นัด ก่อนจะหลบหนีไป ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวที่เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามจับกุมมือปืนรายนี้ต่อไป

น้ำท่วมทำคนอ่างทองหวิดปะทะสิงห์บุรี

เมื่อเวลา 01.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณีหมู่ 6 ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งเหตุชาวบ้านจาก อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ยกขบวนประชาชนเกือบร้อยคนเดินทางมายังประตูน้ำยางมณีเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประตูน้ำเปิดประตูเพื่อระบายน้ำแต่เกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ชลประทานและชาวบ้านจากจังหวัดอ่างทองจนมีการยิงปืนข่มขู่กัน

 หลังจากเดินทางไปยังที่เกิดเหตุซึ่งเป็นประตูระบายน้ำจากแม่น้ำน้อยที่ไหลมาจาก อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี มายังจังหวัดอ่างทองพบมีประ ชาชนจาก อ.ท่าช้างเกือบ 100 คน ยืนเอะอะโวยวายพยายามเข้าไปยังประตูระบายน้ำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดบาน ประตูระบายน้ำที่ปิดอยู่ทุกบาน จนเกิดมีปากเสียงกันกับเจ้าหน้าที่ชลประทานที่รักษาความปลอดภัยและชาวบ้านใน อ.โพธิ์ทองที่ออกมาคัดคานการเปิดประตู

 เหตุการณ์เริ่มบานปลายเมื่อเจ้าหน้าที่ของชลประทานบอกว่าสาเหตุที่ปิดบานประตูทุกบานและไม่สามารถเปิดได้เพราะ”นายสั่ง ” ทำให้ชาวบ้านใน จ.สิงห์บุรีไม่พอใจอย่างมากจึงใช้อาวุธปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า ทำให้เจ้าหน้าที่จาก สภ.โพธิ์ทองและสภ.ท่าช้างต้องมาระงับเหตุการณ์

 จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ชลประทานก็ทำการเปิดประตูระบายน้ำขึ้น 1 บาน สร้างผ่อนคลายความตึงเครียดให้ชาวจังหวัดสิงห์บุรีไปได้บ้าง แต่ทางชาวสิงห์บุรีต้องการหาตัวนายที่ว่าสั่งปิดคือใครแต่ก็ไม่มีใครกล้าตอบ 

 นางสายฝน ดอกไม้งาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ถอนสมอ อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี กล่าวว่า ชลประทานบอกว่าแม่น้ำน้อยไม่มีปัญหาตนก็สบายใจแต่น้ำ กลับขึ้นอย่างต่อเนื่องเกือบ 50 ซ.ม. จึงคิดว่าต้องมีการปิดประตูน้ำแน่นอนจึงเดินทางมากับชาวบ้านพบว่ามีการปิดจริง ซึ่งส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำน้อยเดือนร้อนยากมาก ตนก็ไม่ต้องการให้เปิดหมดแต่ต้องการให้มีการระบายออกไปบ้างแต่ไม่มี ใครเห็นใจมีแต่กลัวคนอ่างทองจะถูกน้ำท่วมและตนก็อยากรู้ว่านายคนนั้นคือใคร

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเข้าไปตรวจสอบยังประตูน้ำพบว่ามีการปิดประตูน้ำจริงและจากการสอบถามถึงการปิดประตูน้ำได้คำตอบจากเจ้าหน้าที่ ชลประทานว่าให้ไปหานายเอาเอง และจากการพูดคุยกับทั้งสองฝ่ายก็ทราบว่าหากมีการเปิดบานประตูน้ำแห่งนี้ชาว บ้านใน อ.วิเศษชัยชาญและอำเภอโพธิ์ทองจะเดือดร้อนอย่างหนักแต่หากปิดบานประตูชาวอ.ท่าช้างก็จะเดือดร้อนอย่างหนักเช่นกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดอ่างทองตอนนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดระดับลงเล็กน้อยแต่ในหลายพื้นที่ยังมีระดับน้ำที่สูงกว่า 2 เมตร ชาวบ้านยังได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ต.โผงเผง อ.ป่าโมก นอกจากชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ส่งผลกระทบจำนวนมากแล้ว

 ชาวบ้านที่อาศัยอยู่นอกฝั่งคลองชลประทานต้องเผชิญน้ำที่ไหลตลบหลังมาจาก อ.ผักไห่ จ.อยุธยา เข้าท่วมไร่นาบ้านเรือนประชาชนจมน้ำทันที่ กว่า 100   หลังคาเรือน ทำให้สัตว์ต่างๆต้องย้ายขึ้นมาอยู่บนถนนเรียบคลองชลประทานแต่ตอนนี้ ถนนเรียบคลองชลประทานก็กำลังจะท่วมน้ำทำให้ประชาชนตอนนี้เดือดร้อนอย่างหนัก   โดยเฉพาะฝูงควายกว่า 30 ตัวที่ไม่มีอาหารกิน ไม่มีที่จะอยู่เจ้าของต้องสั่งขายโรงเชือดเพื่อแก้ปัญหา

 นายสุระเทพ แสงแดง ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต.โผงเผง เจ้าของฝูงควายดังกล่าว ได้กล่าวว่า   เมื่อคืนที่ผ่านมาน้ำได้ไหลมาจากอ.ผักไห่ เข้ามาทางหลังทุ่งนาเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ริมถนนจำนวนมากโดยเฉพาะตนที่มี ควายอยู่ 35 ตัว ต้องนำขึ้นมาอยู่บนถนน แต่ตอนนี้น้ำขึ้นมากกำลังจะท่วมถนนตนไม่มีที่ไปแล้วและอาหารให้ควายกิน โดยเฉพาะหญ้าไม่มีฝางแห้งที่ทางจังหวัดนำมาให้ควายก็กินไม่ไดเพราะมันแข็ง   ตนจำเป็นต้องติดต่อโรงฆ่าสัตว์มารับไปเพราะตนไม่มีที่จะให้ควายอยู่และการขายครั้งนี้ต้องยอมขาดทุนได้ตัวละเท่าไหร่ก็ต้องยอม