
ไทยไม่ใช่ข้อยกเว้นอีกต่อไป
ขณะที่พูดอยู่น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา 80-90% และเป็นความรุนแรงหนักหน่วงกว่าเมื่อสิบปีที่แล้วหลายเท่า นายกเทศมนตรีหาดใหญ่ คุณไพร พัฒโน ถึงกับบอกว่า นี่เป็นน้ำท่วมหาดใหญ่ที่เลวร้ายที่สุดใน 100 ปี ทีเดียว
ย้อนกลับไปดูน้ำท่วมภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และบัดนี้มาทางใต้ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน น้ำเหนือ น้ำหลากแม่น้ำเจ้าพระยา และฝนตกหนักทางใต้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของปรากฏการณ์ธรรมชาติ
คนไทยไม่เคยชินกับภัยพิบัติธรรมชาติ เพราะว่าเชื่อว่าเราโชคดีที่เกิดมาในประเทศไทย ที่มีธรรมชาติปกป้องไม่เจอแผ่นดินไหวใหญ่ ไม่เจอน้ำท่วมใหญ่ ไม่เจอดินถล่มมากมายอย่างที่ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย บังกลาเทศ แต่บัดนี้ชัดเจนแล้วว่าประเทศไทยไม่ใช่ข้อยกเว้น ภัยธรรมชาติสามารถเกิดได้
และความที่เราไม่เคยฝึกฝนตนเองให้พร้อมในการตั้งรับกับภัยธรรมชาติ วันนี้เราจึงอยู่ในสภาพที่เดือดร้อน เช่น ไม่มีการฝึกฝนประชาชนในการอพยพ เรือที่ควรจะมีสำหรับภาวะน้ำท่วมก็ขาดแคลน อาหารการกินที่ควรจะมีการเก็บรักษาเอาไว้อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อรับกับสถานการณ์ช่วงสั้นๆ ก็ขาดแคลน
องค์กรรัฐบาลและเอกชนที่จำเป็นจะต้องทำงานร่วมกันให้ทันท่วงที ให้ไปถึงจุดที่ต้องการความช่วยเหลือที่สุดก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ปรากฏการณ์ที่เห็นก็คือว่าคนไทยเห็นใจกันมีความเมตตาบริจาคเงินกันมากมาย
แต่ปัญหาก็คือว่า ทำอย่างไรจึงให้ความช่วยเหลือเหล่านั้นไปถึงคนที่เดือดร้อนที่สุดในระยะเวลาสั้นที่สุด ปลอดภัยที่สุด และอพยพผู้คนออกจากจุดที่อันตรายให้พ้นจากจุดนั้นในเวลาอันสั้นที่สุด สิ่งเหล่านี้เราไม่พร้อม เพราะว่าเราไม่เคยชิน และเพราะว่าเราเชื่อว่าเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้จะไม่เกิดกับเรา วันนี้สิ่งเหล่านั้นเกิดแล้ว
ฉะนั้นเราต้องตั้งรับด้วยความพร้อมใหม่ ต้องเป็นวิถีชีวิตประจำ ต้องอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนให้เด็กๆ ของเราได้รู้วิธีการตั้งรับกับภัยธรรมชาติ หลายประเทศทำเช่นนี้ เพราะว่าเขาเจอเป็นประจำ
บัดนี้ชัดเจนแล้วว่าไทยเราก็จะต้องตระเตรียมทั้งกายทั้งใจ และทุกสิ่งทุกอย่างให้สังคมพร้อมจะตั้งรับกับภัยพิบัติ เพื่อให้ความเสียหายเมื่อมันเกิดมีน้อยที่สุด และปกป้องชีวิตของคน ทรัพย์สินของสังคมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
สุทธิชัย หยุ่น



