
จะเป็นแบบทักษิณไหม
นับเป็นอีกครั้งที่ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่
เงื่อนไขที่ยกมานั้นฟังดูแล้วแทบจะไม่เป็นเงื่อนไขที่เป็นจริง ก็คือ เพียงแค่คำขู่ว่าหลังน้ำลด การเคลื่อนไหวทางการเมืองจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เพราะหากเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้ว เป็นเรื่องที่มีกฎหมายรองรับ ยกเว้นว่า มีการก่อเหตุระเบิดป่วนเมือง แต่ก็น่าจะเป็นเรื่องของการป้องกัน เฝ้าระวัง และไม่แน่ว่า นั่นคือ เหตุที่เกิดขึ้นมาจากการเมือง
แต่ถ้อยแถลงของนายกฯ อภิสิทธิ์ ในวันก่อน กับมติ ครม.ที่ นายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นประธาน ทุบโต๊ะรับข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น จาก 6 ประเด็นที่ อาจารย์สมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ พร้อมคณะเสนอมา โดยไม่รอฟังเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นมันดูขัดแย้งกันพิกล
เงื่อนไขที่พูดบอกว่า ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่มีเหตุรุนแรง แต่สิ่งที่ปรากฏก็คือ เร่งให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จในสมัยประชุมสภาสมัยนี้ และคาดว่า สมัยหน้าก็น่าจะแล้วเสร็จ (ราวกุมภาพันธ์-มีนาคม 2554) นั่นเท่ากับตอกย้ำว่า การเลือกตั้งนั้นได้ถูกตระเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ที่แสดงออกมาให้เป็นเงื่อนไขเพื่อให้เกิดผลกระทบกับพรรคคู่แข่งเท่านั้น
ลำพังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่เกี่ยวกับการเจรจาทำสัญญากับต่างชาติต้องได้รับการยินยอมจากสภา ก็เป็นเรื่องที่พอจะรับกันได้ เพราะร่างที่อาจารย์สมบัติเสนอมานั้น มีรายละเอียดว่า เรื่องใด ขอบเขตแค่ไหน ถึงจะต้องขอต่อสภา ซึ่งของเดิมนับเป็นปัญหาจริงๆ
แต่ที่จะแก้มาตราซึ่งเกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตเลือกตั้งตามที่พรรคร่วมรัฐบาลเคยเดินเรื่องกดดันจะขอแก้เพราะเสียเปรียบนั้น ชัดเจนว่าทำตามที่พรรคร่วมร้องขอ และเพื่อให้การเลือกตั้งที่น่าเชื่อว่า เมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้จะทำให้ความยากลำบากในการหาเสียงของพรรคร่วมเบาบางลงได้
ก็เข้าตำราการยุบสภาของรัฐบาลโดยส่วนใหญ่ ไม่ว่ารัฐบาลไหน ก็ต่อเมื่อได้เปรียบ
ยกเว้นกรณี ทักษิณ ชินวัตร ที่ยุบสภาก่อนที่จะมีการอภิปรายเพียงแค่ 3 วัน จนทำให้อาจารย์ไชยันต์ ไชยพร ฉีกบัตรเลือกตั้งนั่นแหละ
แต่สำหรับกรณีนายกฯ อภิสิทธิ์ กับพรรคร่วม หากว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จเอาช่วงประชุมสภาสมัยหน้า ก็ต้องดูว่า จะกล้ายุบสภาก่อนที่ศึกซักฟอกจะเกิดขึ้นหรือไม่ จะใช้ข้ออ้างมีรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องยุบสภาหรือไม่
ก็ต้องรอดูใจว่าจะปฏิเสธกลไกการตรวจสอบ เหมือนที่ทักษิณทำเอาไว้ในสมัยนั้นหรือเปล่า !
ศรายุทธ สายคำมี [email protected]



